กูเกิลประกาศเลิกขายแว่นตาอัจฉริยะ "กูเกิล กลาส" 19 ม.ค. เตรียมยกเครื่องธุรกิจใหม่โยกโปรเจ็คซบอก"เนสต์ แล็บส์"
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า กูเกิล อิงค์ ประกาศยุติการจำหน่ายแว่นตาอัจฉริยะ กูเกิล กลาส อย่างเป็นทางการวันที่ 19 ม.ค. แต่ยังมีแผนพัฒนาเทคโนโลยีลักษณะดังกล่าวต่อ ทว่าจะปรับโครงสร้างการบริหารจัดการพร้อมตั้งหน่วยธุรกิจใหม่จากเดิมรับผิดชอบโดยแผนกทดลองกูเกิล เอ็กซ์
หลังจากนี้ นางไอวี่ รอสส์ หัวหน้าโครงการกูเกิลกลาส จะต้องย้ายไปขึ้นตรงกับนายโทนี่ ฟาเดลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการ เนสต์ แล็บส์ ผู้พัฒนาสมาร์ทโฮมดีไวซ์ ที่กูเกิลเข้าซื้อกิจการเมื่อปีที่ผ่านมา จากนี้เนสต์ แล็บส์ จะเข้ามามีส่วนร่วมทั้งเรื่องแนวทางการพัฒนา รวมถึงกลยุทธธุรกิจ
สำหรับเส้นทางของกูเกิล กลาส เริ่มให้ผู้ที่สนใจซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในแวดวงนักพัฒนาได้ทดลองใช้เมื่อปี 2556 จากนั้นราวกลางปี 2557 ออกวางตลาดอย่างเป็นทางการ ทว่ายอดขายทำได้ไม่ค่อยได้ ทั้งถูกวิจารณ์ในหลายประเด็นเช่นความเป็นส่วนตัวข้อมูล ความบกพร่องทางเทคนิค รวมไปถึงขาดเอกลักษณ์การใช้ที่ชัดเจน
รายงานข่าวจากกูเกิลเผยว่า กูเกิล กลาส รุ่นใหม่มีโอกาสวางจำหน่ายได้ภายในสิ้นปีนี้ ด้านแนวทางการจำหน่ายจะปรับเปลี่ยนโดยไม่เปิดให้ทดสอบล่วงหน้า แต่จะวางตลาดสินค้าที่เสร็จสมบูรณ์ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากนายรอสส์ และฟาเดลล์ สินค้ารุ่นปรับปรุงใหม่จะมาพร้อมราคาที่ถูกลง แบตเตอรีใช้ได้นานขึ้น ทั้งยังปรับปรุงคุณภาพเสียงและการแสดงผล
ข่าววิเคราะห์ว่า กูเกิลเริ่มหันไปเพิ่มโฟกัสการผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายเองมากขึ้น ส่วนแนวทางใช้วิธีการคล้ายกับบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ โดยการนำออกมาให้ทดสอบภายในกลุ่มเล็กๆ เพื่อรวบรวมข้อมูล ปัญหา ก่อนปรับปรุงและพัฒนาเป็นสินค้าที่สมบูรณ์ ทว่าการอัพเดทซอฟต์แวร์สำหรับกูเกิลกลาสนั้นทำได้ไม่ง่ายเหมือนโครงการอื่นๆ ที่ผ่านมา
อีกหนึ่งปัญหาต้องหาวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับการออกแบบซอฟต์แวร์ไปพร้อมๆ กับผลิตฮาร์ดแวร์ออกมาจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เริ่มโครงการใหม่ด้วยกลยุทธ์เดียวกันโดยประกาศทดสอบสมาร์ทโฟน เอร่า โมดูลล่า สมาร์ทโฟน สำหรับทำตลาดเปอร์โตริโก้ คาดว่าจะพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในครึ่งปีหลังปี 2558
วอลล์สตรีทเจอร์นัลวิเคราะห์ว่า แม้ปัจจุบันกูเกิล แอนดรอยด์ครองส่วนแบ่งระบบปฏิบัติการที่ใหญ่ที่สุดในตลาดสมาร์ทโฟน ทว่าด้วยการเติบโตของภาพรวมตลาดที่เริ่มช้าลง ต้องมองหาการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับคอนซูเมอร์เทคโนโลยี ที่พบขณะนี้คือหันไปมุ่งพัฒนาแวร์เอเบิล แกดเจ็ท สมาร์ทโฮมดีไวซ์ เทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ และที่เกี่ยวกับแวดวงสุขภาพ
ข้อมูลระบุว่า เอร่าจะมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทั้งแง่การใช้งานและจำหน่าย แทนที่จะต้องซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่และเปลี่ยนทุกๆ 2 ปี จากนี้สามารถออกแบบและปรับปรุงได้เอง ส่วนราคาเบื้องต้นตัวโครงประมาณ 50 ดอลลาร์ ทว่ายังไม่ใช่ราคาสุดท้าย บริษัทจะพยายามลดราคาลงให้มากที่สุด อ้างอิงตามจำนวนที่สามารถขายได้ แต่ทั้งนี้โดยรวมราคาจะผันไปตามตัวเลือกของลูกค้าเอง





