กระแสรักษ์โลกหรืออีโคเทรนด์เป็นเทรนด์ที่ยั่งยืนในการสร้างโอกาสทางการตลาด ส่งผลต่อแนวคิดการออกแบบของ "ขนิษฐา"
กระแสรักษ์โลกหรืออีโคเทรนด์เป็นเทรนด์ที่ยั่งยืนในการสร้างโอกาสทางการตลาด ส่งผลต่อแนวคิดการออกแบบของ "ขนิษฐา นวลตรณี" มุ่งนำเสนอภาพลักษณ์ความเป็นธรรมชาติให้โดดเด่น ทั้งผิวสัมผัสที่ไม่สม่ำเสมอตามลักษณะของเส้นด้าย ลวดลายการทอที่ดูไม่เป็นระเบียบ ไม่สมดุล แต่ยังแฝงความเรียบง่ายไว้ในภาพรวมทั้งหมด ตอบโจทย์ตลาดสินค้าตกแต่งที่กว้างขึ้น
ทักษะ&ไอเดียต่อยอดสิ่งทอ
เป้าหมายครั้งแรกของเธอ คือการสร้างงานจากเส้นใยสับปะรดให้มีความเป็นธรรมชาติสูงสุด พยายามหลีกเลี่ยงการเคลือบผิวผ้า เพื่อโชว์ธรรมชาติของและคุณสมบัติของเส้นใยสับปะรด แต่จากเรียนรู้กระบวนการผลิตของโรงงาน และแนวคิดของ บัณฑิต พงศาโรจนวิทย์ ผู้บริหารไทยนำโชคเท็กซ์ไทล์ ผู้ผลิตวัสดุผ้าผสมเส้นใยธรรมชาติ กลายเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาสิ่งทอ โดยการดึงคุณลักษณะเด่นของเส้นใยต่างๆ ขึ้นมาให้เห็นและอาจมีการผสมเปลือกของเส้นใยเข้าไปบ้าง เพื่อดึงภาพลักษณ์ความเป็นธรรมชาติออกมาให้ชัดเจน
นอกจากนี้ ด้วยความที่สิ่งทอของโรงงานไทยนำโชคมีความเป็น “ศิลปหัตถกรรม” ทั้งๆ ที่ผลิตแบบอุตสาหกรรม จึงน่าจะมีโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตลาดญี่ปุ่น ซึ่งชื่นชอบสินค้าหัตถกรรมธรรมชาติ
ในแง่แนวคิดการออกแบบ ขนิษฐามองว่า เทคนิคการทอปัจจุบันที่โรงงานไทยนำโชคทำได้ เช่น การทอผสมสีแบบสุ่ม (Random) หรือการใช้เส้นด้ายหลายขนาดเพื่อสร้างผิวสัมผัส ล้วนมีความสอดคล้องกับการชูภาพลักษณ์เรื่องความเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เธอจึงถือว่าเรื่อง “ทักษะ” กับ “แนวคิด” นั้นได้เดินมาลงตัวกันพอดี
สิ่งสำคัญคือ เธออยากจะให้ผลงานชิ้นนี้มีความสอดคล้องกับแนวคิดธุรกิจของไทยนำโชคที่ว่า “เนเจอร์ อีส ฟิวเจอร์” จึงได้นำทฤษฎี วาบิ ซาบิ (Wabi Sabi) หรือสุนทรียภาพตามธรรมชาติ มาสร้างเป็นกรอบแนวคิดการออกแบบ (Design Criteria) โดยตั้งใจจะให้ชิ้นงานสามารถเก็บงำความงามตามธรรมชาติของตัววัสดุที่ใช้ อาจมีผิวสัมผัสที่ไม่สม่ำเสมอตามลักษณะของเส้นด้าย มีสีสันที่เปลี่ยนแปลงไปตามกรรมวิธีย้อมสีธรรมชาติ รวมทั้งมีลวดลายการทอที่ดูไม่เป็นระเบียบ ไม่สมดุล แต่ยังแฝงความเรียบง่ายไว้ในภาพรวมทั้งหมด
หลังจากขนิษฐานำแบบร่างที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลายไม้บนประตูเก่า มาขึ้นรูปแบบการทอในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เธอจึงเริ่มทดลองทอผ้าจริงบนกี่ทอผ้าแบบมือขนาด 8 ตะกอ โดยใช้เส้นใยสังเคราะห์ขึ้นลวดลายเพื่อให้เห็น “ลายบนผ้าจริง” ก่อนจะนำไปทอบนเครื่องจักรอุตสาหกรรม ขั้นตอนนี้ทำให้พบว่าลวดลายที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กและสั้นกว่าที่คิด จึงปรับลวดลายให้มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยคำนึงถึงเทคนิคการผลิตและลักษณะของเส้นด้ายที่จะนำมาใช้ ทั้งนี้ เส้นด้ายพุ่งที่นำมาใช้อาจเป็นเส้นใยสับปะรดหรือเส้นใยข่า ขึ้นอยู่กับกับการใช้งานผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนต่อไป
ปรับเปลี่ยนตามการใช้งาน
ขนิษฐา ระบุว่า ผลงานสิ่งทอครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่การใช้งานในกลุ่มสินค้าตกแต่ง เช่น หมอนอิง ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ กระเป๋า ไม่ได้สัมผัสกับผิวกายมากนัก เพราะตามคุณลักษณะตั้งต้นของเส้นใยยังมีผิวหยาบตามธรรมชาติ จึงเหมาะกับการใช้งานในกลุ่มนี้มากที่สุด ทั้งแนวคิดการสร้างลวดลายบนผืนผ้าที่ออกแบบ สามารถผลิตได้จริงในระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
จากประสบการณ์การทำงาน บัณฑิต เชื่อมั่นว่า ลายผ้าที่คิดค้นขึ้นใหม่นี้จะสามารถขายได้จริง จากเดิมวางแผนไว้ว่าจะทอที่ 500 หลา ตามความยาวขั้นต่ำของการทอผ้าในระบบอุตสาหกรรม ก็ได้ปรับออเดอร์การผลิตใหม่เป็น 2,000 หลาทันที เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของผลงานครั้งนี้มาก ทั้งแนวคิดในการออกแบบลวดลายบนชิ้นผ้าด้วยการทอ แทนกรรมวิธีการย้อมผ้าทั้งผืนแบบเดิม เพราะเพียงแค่เปลี่ยนชนิดและสีของเส้นด้ายพุ่ง ก็ส่งผลให้ตัวงานมีผิวสัมผัสและลวดลายที่ต่างกันทันที
ทางโรงงานเชื่อว่า จากแพทเทิร์นของขนิษฐา จะต่อยอดออกไปได้อีกไม่ต่ำกว่า 20 ลวดลาย ถือเป็นผลลัพธ์การออกแบบที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และมีศักยภาพสูงในเชิงพาณิชย์ด้วย


