นักเทคโนโลยีไทยตามติดโครงการวิจัยของ DARPA กับการสร้างชิปความทรงจำให้กับทหารที่สูญเสียความทรงจำ
นักเทคโนโลยีไทยตามติดโครงการวิจัยของ DARPA กับการสร้างชิปความทรงจำให้กับทหารที่สูญเสียความทรงจำขณะปฏิบัติหน้าที่
ถ้าจะว่าไปแล้วความทรงจำของมนุษย์นั้น มันช่างลึกลับซับซ้อน ลองคำนวณเล่นๆกันดูสิครับว่า ถ้าคุณมีอายุมาประมาณ 40 ปีเหมือนผม ความทรงจำต่างๆ ตั้งแต่เกิดจนถึงขณะนี้ต้องใช้หน่วยความจำมากเท่าไหร่จึงจะรวมความทรงจำได้หมด
ดังนั้น หน่วยงานวิจัยทางทหารของสหรัฐอเมริกาหน่วยงานหนึ่ง ที่มีชื่อว่า หน่วยวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ DARPA ได้สร้างเครือข่ายวิจัยเรื่อง การฟื้นความทรงจำหรือ RAM เพื่อสร้างชิปความทรงจำที่สามารถเก็บความทรงจำของมนุษย์ (ไม่ใช่หน่วยความจำเหมือนในคอมพิวเตอร์นะครับ) และสามารถนำไปปลูกถ่ายให้ผู้ที่สูญเสียความทรงจำได้
สืบเนื่องจากทหารในกองทัพสหรัฐอเมริกา ได้ประสบเหตุทำให้สูญเสียความทรงจำขณะปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบันนี้กว่า 2.7 แสนนาย ไม่มียาใดๆ รักษาได้ ทางกองทัพจึงต้องการให้เขากลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติเหมือนเดิมจึงริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา
ในช่วงเริ่มต้นของโครงการนี้ มิคาเอล คาฮาน่า ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการความทรงจำเชิงคำนวณ ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งเพนซิลเวเนียในระยะเริ่มต้น ต้องค้นหาเซลล์ประสาทที่ทำหน้าที่เป็นตัวระบุทางชีวภาพ ขณะที่สมองเก็บความทรงจำ และขณะที่ดึงความทรงจำที่เก็บอยู่ออกมา ทีมวิจัยทำการวัดกระแสไฟฟ้าในสมองเพื่อค้นหาการเชื่อมต่อกันของสมองส่วนที่เก็บความทรงจำต่างๆ โดยใช้อาสาสมัครจากผู้ป่วยโรคลมบ้าหมูที่ติดเครื่องวัดและฝังอิเล็กโตรดเอาไว้ในสมองอยู่แล้วเพื่อรวบรวมข้อมูลคลื่นไฟฟ้าในสมองของผู้ป่วย
ในขณะเดียวกับที่ทดสอบความทรงจำ มิคาเอลได้อธิบายว่า ความทรงจำของมนุษย์เหมือนระบบสืบค้นที่ต้องเข้ารหัสเหตุการณ์ต่างๆ ให้เป็นแท็กส์ แล้วสมองก็จะค้นแท็กส์ต่างๆ นั้นด้วยคลื่นไฟฟ้าสมอง เหมือนเวลาเราใส่ # ในการเก็บรูปภาพหรือข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงต้องศึกษาคลื่นไฟฟ้าในสมองว่าสามารถทำงานในสองหน้าที่พร้อมกันได้อย่างไร เมื่อตอบโจทย์ได้ก็จะนำไปสู่ขั้นต่อไปคือการไปขยายสัญญาณคลื่นสมองเพื่อทดลองกับอุปกรณ์กระตุ้นเซลล์ประสาทที่ซับซ้อนต่อไป
และขณะนี้ทีมวิจัยร่วมมือกับบริษัทเพื่อผลิตชิป ที่สามารถบันทึกคลื่นสมองระหว่างดำเนินกิจกรรมต่างๆ และนำกลับมาสู่การตอบสนองด้วยการกระตุ้นสมองแบบเรียลไทม์ได้ทันที ถึงแม้ยังเป็นเพียงการเริ่มต้นโครงการระยะเวลา 4 ปี แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตอันใกล้หากงานวิจัยนี้สำเร็จออกมา จะเป็นการปฏิวัติวงการแพทย์เพื่อช่วยผู้ป่วยอีกมากที่ต้องทนทุกข์กับการสูญเสียความทรงจำ แต่นี่ไม่นับรวมผู้ที่ต้องการลบความทรงจำแย่ๆ ออกไปจากสมองนะครับ
บทความโดย *ดร. อดิสร เตือนตรานนท์
นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ





