วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โซนี่ทบทวนบริการสตรีมมิงเพลง

"โซนี่ คอร์ป"ทบทวนบริการ"มิวสิค อันลิมิเต็ด"หลัง "เทย์เลอร์ สวิฟต์" ถอนอัลบั้ม 1989

(แก้ไข) โซนี่ คอร์ป บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ ประกาศทบทวนการให้บริการ "มิวสิค อันลิมิเต็ด" เว็บไซต์ฟังเพลงออนไลน์ใหม่ทั้งหมด หลังเทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องสาวขวัญใจวัยรุ่นประกาศถอนอัลบั้ม 1989 ซึ่งเป็นผลงานชิ้นล่าสุดออกจาก สปอตติไฟ เว็บสตรีมมิงเพลงชื่อดัง โดยอ้างว่าการให้บริการประเภทนี้กระทบกับยอดขายแบบดิจิทัลของอัลบั้มดังกล่าว ที่ทำได้ 1.28 ล้านก็อปปี้ในสัปดาห์แรก ซึ่งคาดว่านักร้องสาวและต้นสังกัด ต้องการทำลายสถิติแซงหน้า อัลบั้ม อุ๊ปส์ ไอ ดิด อิท อะเกน ของ บริทนีย์ สเปียร์ส ที่เคยทำไว้ประมาณ 1.3 ล้านก็อปปี้ ที่วางแผงเมื่อปี 2543

ตามรายงานของสำนักข่าว AFP เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา (Sony takes hard look at streaming after Taylor Swift snub) โดย เทย์เลอร์ สวิฟท์ ออกอัลบั้มภายใต้ต้นสังกัด Big Machine Records และจัดจำหน่ายโดย Universal Music Group


หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ โซนี่ มิวสิค บริษัทเพลงในเครือโซนี่ "นายเควิน เคลเลเฮอร์" บอกว่า มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวตั้งแต่สัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งบริษัทเข้าใจดีว่า ศิลปินและต้นสังกัดหลายแห่งให้ความสำคัญกับยอดขายเป็นอย่างมาก จึงเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น

การเริ่มถอนอัลบั้มเพลงในเว็บไซต์สตรีมมิงเพลง จึงอาจเป็นฝันร้ายของโซนี่ด้วยเช่นกัน เนื่องจากหลายฝ่ายเคยมองไว้ว่า มิวสิค อันลิมิเต็ด จะเป็นความหวังใหม่ของโซนี่ เพื่อช่วยกอบกู้สถานการณ์ของบริษัท จากการเติบโตของยอดขายเพลงแบบดิจิทัล และความนิยมซื้อซีดีเพลงลดลงในระยะยาว

ขณะเดียวกันนี้ สปอตติไฟ ที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกราว 40 ล้านคน ก็อยู่ในสถานการณ์ลำบาก เนื่องจากนักร้องหลายกลุ่มมีท่าทีว่า ต้องการถอนอัลบั้มออกจากการให้บริการเช่นกัน อาทิ เรดิโอเฮด และ เอซีดีซี วงร็อครุ่นใหญ่แห่งวงการเพลง เนื่องจากบริการประเภทนี้ สร้างรายได้ให้ศิลปินและต้นสังกัดค่อนข้างน้อย โดยจะแบ่งเงินให้กับศิลปินเป็นมูลค่า 0.007 ดอลลาร์ (23 สตางค์) ต่อการกดฟัง 1 ครั้ง

ไม่เพียงเท่านี้เว็บไซต์ฟังเพลงออนไลน์ยังกระทบกับยอดขาย เพราะผู้ฟังไม่จำเป็นต้องซื้อเพลง แต่จ่ายเงินค่าบอกรับสมาชิกให้กับเว็บไซต์แทน

อย่างไรก็ตาม นายเคลเลเฮอร์ ยังแสดงความมั่นใจอย่างมากว่า บริการฟังเพลงแบบบอกรับสมาชิก จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้จากค่าสมาชิกที่ไม่ต้องการฟังโฆษณาขณะฟังเพลง

ทั้งยังกล่าวอีกว่า คำถามหลักในตอนนี้คือ บริการที่ผู้บริโภคไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยมีเงินสนับสนุนจากโฆษณา จะหายไปได้อย่างไร ในเมื่อธุรกิจประเภทนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และบริการที่เสียค่าใช้จ่ายกำลังถอดถอยลงเรื่อยๆ และโซนี่กำลังสงสัยอย่างยิ่งว่า เหตุใดเจ้าของผลงานและลิขสิทธิ์เพลงจึงต้องการนำผลงานไปขายในช่องทาง ที่มีผู้บริโภคน้อยลงเรื่อยๆ