เธอคือสตรีนักวิทย์

5 นักวิจัยสตรีที่ได้รับทุนวิจัยลอรีอัล 2.5 แสนบาท ครอบคลุมทั้งงานวิจัยเพื่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและพลังงาน
บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยความร่วมมือกับสำนักเลขาธิการแห่งชาติ ว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เผยรายชื่อนักวิจัยสตรีผู้มีผลงานอันโดดเด่นจนได้รับทุนโครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) ประจำปี 2557
ปีนี้มีนักวิจัยสตรีไทยผู้ได้รับทุนวิจัยทั้งหมด 5 ท่าน จาก 3 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาขาวัสดุศาสตร์ และสาขาวิทยาศาสตร์เคมี
ปีนี้ยังเป็นปีที่ 12 ของการดำเนินโครงการในประเทศไทย โดยมีนักวิจัยสตรีที่ได้รับทุนสนับสนุนแล้วทั้งสิ้น 49 ท่าน สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการร่วมเชิดชูเกียรติสตรีในสายงานวิทยาศาสตร์และสนับสนุนงานด้านการค้นคว้าและวิจัยเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทย
สำหรับปีนี้ นักวิจัยที่ได้รับทุนทั้ง 3 สาขา รวม 5 ท่าน ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 2 ท่าน คือ ผศ.ดร. อรฤทัย ภิญญาคง จากภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลงานวิจัยหัวข้อ “การวิเคราะห์จีโนมของแบคทีเรียย่อยสลายน้ำมันปิโตรเลียมที่คัดแยกใหม่เพื่อพัฒนานวัตกรรมฐานแบคทีเรียสำหรับบำบัดสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” และ รศ. ดร. ขวัญชนก พสุวัต จากหลักสูตรวิศวกรรมชีวภาพและภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กับผลงานวิจัยหัวข้อ “การสร้างแผ่นเซลล์กระดูกอ่อนเพื่อใช้ในการรักษาโรคข้อเสื่อม”
สาขาวัสดุศาสตร์ 2 ท่าน คือ ผศ. ดร. วันเพ็ญ เตชะบุญเกียรติ จากภาควิชาวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับงานวิจัยหัวข้อ “การออกแบบพอลิเมอร์ลอกแบบจำเพาะระดับโมเลกุลสำหรับชุดตรวจวินิจฉัย” และ ดร. พิมพา ลิ้มทองกุล จากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ งานวิจัยหัวข้อ “การวิจัยพัฒนาวัสดุนำไฟฟ้าแบบผสมสำหรับแบตเตอรี่และเซลล์เชื้อเพลิง”
สาขาวิทยาศาสตร์เคมี 1 ท่าน คือ ผศ.ดร.พัชณิตา ธรรมยงค์กิจ จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานวิจัยหัวข้อ “การพัฒนาสารประกอบไวแสงชนิดอินทรีย์สำหรับเซลล์สุริยะและตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดอาศัยแสง”
การคัดเลือกผู้ได้รับทุนได้ผ่านการพิจารณาอย่างละเอียดจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในวงการวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย พิจารณาหลักเกณฑ์จาก คุณค่าของงานวิจัยที่จะเกิดขึ้นกับสังคมกระบวนการวิจัยที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของโครงการ จริยธรรมในการทำงานของนักวิจัย และการเป็นที่ยอมรับในวงการนักวิจัย
ผศ.ดร. อรฤทัย ภิญญาคง ผู้ที่ได้รับทุนสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพจากภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ปัญหาการปนเปื้อนน้ำมันปิโตรเลียมในสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งระยะสั้นและระยะยาว การบำบัดโดยวิธีทางชีวภาพโดยอาศัยกิจกรรมของจุลินทรีย์ เป็นกระบวนการสำคัญในการกำจัดปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบข้างเคียง โดยผลการวิเคราะห์เบื้องต้นพบยีนสำคัญในวิถีการย่อยสลายปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในแบคทีเรียที่คัดแยกได้ นำไปสู่การศึกษาผลของปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมต่อการแสดงออกของยีนและประสิทธิภาพของแบคทีเรียต่อไป
งานวิจัยนี้เป็นการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของจุลินทรีย์ในประเทศไทยร่วมกับเทคโนโลยีจุลินทรีย์ที่ทันสมัย จะทำให้ได้ต้นแบบของการพัฒนานวัตกรรมฐานแบคทีเรียสำหรับบำบัดมลพิษสิ่งแวดล้อม ที่สามารถพัฒนาต่อยอดในการผลิตและการใช้ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์สำหรับแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากอุบัติการณ์การรั่วไหลหรือการใช้น้ำมันปิโตรเลียมต่อไป”
รศ. ดร. ขวัญชนก พสุวัต ผู้ที่ได้รับทุนจากสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จากหลักสูตรวิศวกรรมชีวภาพและภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวถึงผลงานวิจัยที่กำลังทำอยู่ว่า “โรคข้อเสื่อมเป็นโรคที่พบมากในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากการสึกหรอของข้อต่างที่รับน้ำหนักและภาวะเสื่อมสภาพโรคนี้เป็นโรครื้อรังทำให้คุณภาพชีวิตลดลง หนึ่งในวิธีการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมคือ การปลูกถ่ายเซลล์กระดูกอ่อนในบริเวณที่มีปัญหาโดยใช้เซลล์กระดูกอ่อนของผู้ป่วยเอง แต่วิธีนี้ประสบปัญหาเซลล์กระจายตัวไม่เกาะกับกระดูกอ่อนทำให้มีจำนวนเซลล์น้อยไม่พอรักษา
ดิฉันจึงมีความตั้งใจคิดค้นการพัฒนาเทคนิคใหม่ในการปลูกถ่ายเซลล์กระดูกอ่อนที่เรียกว่าวิธีการสร้างเนื้อเยื่อสามมิติจากแผ่นเซลล์หลายชั้น ซึ่งช่วยทำให้จำนวนเซลล์กระดูกอ่อนที่ดีมีปริมาณมากขึ้นและแผ่นเซลล์ที่ลอกออกมามีโปรตีนที่ช่วยทำให้แผ่นเซลล์เกาะติดกับเนื้อเยื่อเดิมได้ง่ายขึ้น เกิดเป็นเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับกระดูกอ่อนปกติ โดยหวังว่างานวิจัยชิ้นนี้จะประสบความสำเร็จสามารถใช้รักษาผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติดังเดิม”
ผศ. ดร. วันเพ็ญ เตชะบุญเกียรติ ผู้ที่ได้รับทุนวิจัยสาขาวัสดุศาสตร์ ภาควิชาวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “โรคฉี่หนูเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียจากสัตว์ที่เป็นพาหะสู่คน อาการของคนไข้โรคฉี่หนูอาจคล้ายคลึงกับอาการของคนไข้ติดเชื้อทั่วไป เช่น ไข้หวัดใหญ่ มาลาเรีย เป็นต้น
ดังนั้น การตรวจวินิจฉัยเพื่อให้ทราบผลเป็นที่แน่นอน จำเป็นต้องอาศัยผลตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการซึ่งใช้เวลานานกว่าจะทราบผลตรวจ ทำให้เกิดการลุกลามของโรคซึ่งอาจทำให้คนไข้ที่ติดเชื้อมีโอกาสเสียชีวิตได้ จึงเป็นที่มาของงานวิจัยพอลิเมอร์ลอกแบบจำเพาะแบคทีเรียก่อโรคฉี่หนู และ พอลิเมอร์ว่องไวต่อแอนติเจน ที่คาดว่าจะสามารถประยุกต์ใช้เป็นชุดตรวจวินิจฉัยแบคทีเรียก่อโรคฉี่หนู ที่สามารถตรวจวิเคราะห์เชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และจำเพาะเจาะจงต่อแบคทีเรียก่อโรคฉี่หนู หรือจำเพาะต่อแอนติเจนบนผนังเซลล์แบคทีเรียตามลำดับ
ดิฉันหวังว่าชุดตรวจที่พัฒนาขึ้นนี้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความซับซ้อนและการใช้เวลานานของวิธีการตรวจในห้องปฏิบัติการ ทำให้สามารถย่นระยะเวลาการวินิจฉัยโรคฉี่หนูได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”
ดร. พิมพา ลิ้มทองกุล ผู้ที่ได้รับทุนวิจัยสาขาวัสดุศาสตร์ จากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวถึงผลงานวิจัยว่า “ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานทดแทน ทั้งนี้เซลล์เชื้อเพลิงและแบตเตอรี่ถือเป็นอีกทางเลือกและองค์ประกอบสำคัญของพลังงานสะอาด
งานวิจัยที่ดิฉันกำลังดำเนินการนี้เน้นด้านการพัฒนาตัววัสดุสารประกอบเซรามิก และการขึ้นรูปให้ขั้วแบตเตอรี่และขั้วของเซลล์เชื้อเพลิงให้มีโครงสร้างทางจุลภาคที่เหมาะสม นำไอออนและอิเล็กตรอนได้ดีก่อให้เกิดปฏิกิริยาที่ให้ไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ได้อุปกรณ์ผลิตและเก็บกักพลังงานที่มีประสิทธิภาพ มีกระแสไฟฟ้าที่สูง ใช้เวลาในการชาร์จสั้น ใช้งานได้ยาวนานขึ้น ราคาถูกลง ซึ่งจะก่อให้เกิดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าสูงสุด ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”
ผศ.ดร.พัชณิตา ธรรมยงค์กิจ ผู้ที่ได้รับทุนวิจัยสาขาวิทยาศาสตร์เคมี ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “พลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นพลังงานหมุนเวียนมีศักยภาพสูงและมีปริมาณมากที่สุดครอบคลุมทั่วโลก งานวิจัยของดิฉันมุ่งพัฒนาสารประกอบอินทรีย์ที่โครงสร้างคล้ายคลึงกับคลอโรฟิลล์ที่พบได้ในพืชสีเขียว และมีสมบัติที่เหมาะสมกับการนำมาใช้ในเซลล์สุริยะ (Solar Cell) และตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดอาศัยแสง (Photocatalyst) เช่น มีความเสถียรต่อสภาพแวดล้อมในการใช้งานสูง มีความสามารถในการดูดกลืนแสงที่ดี และสามารถส่งถ่ายประจุให้เกิดเป็นพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ
โดยเน้นใช้ธีการสังเคราะห์ที่เรียบง่ายและ และการออกแบบการศึกษาให้เป็นระบบและครอบคลุม ซึ่งนำมาสู่พื้นฐานสำคัญต่อการยกระดับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการนำพลังงานจากแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ ในประเทศไทยให้ครบวงจร ยั่งยืน และอยู่ในระดับที่สามารถสร้างองค์ความรู้และนักวิจัยที่เป็นที่ยอมรับโดยนานาชาติอีกด้วย”
นางสาวสิตานัน สิทธิกิจ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การค้นคว้าวิจัย คือ หัวใจสำคัญของลอรีอัลในการดำเนินธุรกิจมาตลอดระยะเวลา 105 ปี ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของ มร.ยูชีน ชูแลร์ ผู้ก่อตั้งลอรีอัล ที่มีความเชื่อมั่นว่าการค้นคว้าวิจัยจะก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญสู่คุณภาพชีวิตที่สมดุล สมบูรณ์ และสวยงามยิ่งขึ้น
เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ตลอด 12 ปีที่เราดำเนินโครงการนี้ในประเทศไทย เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างกำลังใจและสนับสนุนนักวิจัยสตรีไทย ในการสร้างผลงานอันทรงคุณค่าต่อประเทศไทยและมวลมนุษยชาติ และในปีนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่เราภาคภูมิใจในผลงานวิจัยที่มีคุณค่าของนักวิจัยสตรีทั้ง 5 ท่าน ซึ่งปีนี้เป็นการมอบครบทั้ง 5 ทุน ใน 3 สาขา หลังจากที่เราได้ประกาศเพิ่มทุนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เราเชื่อมั่นว่าผลงานของทุกท่านจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ในอนาคต”
“ในโอกาสครบ 12 ปีของโครงการฯ ลอรีอัล ประเทศไทย ได้เตรียมขยายผลโครงการ “For Women in Science” ไปสู่โครงการ “For Youth in Science” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนวิทยาศาสตร์ในกลุ่มเด็กนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นวัยสำคัญในการสนใจเลือกเรียนวิชาที่ตนเองชื่นชอบ โดยลอรีอัล จะเชิญนักวิจัยผู้ที่ได้รับทุนแต่ละปีไปร่วมจุดประกายสร้างความสนใจในการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนาน เพื่อเป็นการร่วมสร้างบุคลากรสู่วงการวิทยาศาสตร์ที่กำลังเป็นที่ต้องการอยู่ในขณะนี้ให้กับประเทศไทยต่อไป”
โครงการทุนวิจัยลอรีอัล “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” ริเริ่มขึ้นในปี 2540 โดย ลอรีอัล กรุ๊ป โดยความร่วมมือขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติและยกย่องบทบาทสตรีในสายงานวิทยาศาสตร์ โดยปัจจุบันมีนักวิจัยสตรีมากกว่า 1,500 ท่าน จาก 108 ประเทศทั่วโลก ที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการนี้
สำหรับประเทศไทย โครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” เริ่มขึ้นครั้งแรกในปี 2545 โดยมอบทุนวิจัยทุนละ 250,000 บาท ให้กับนักวิจัยสตรีที่มีอายุระหว่าง 25-40 ปี ใน 3 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาขาวัสดุศาสตร์ และสาขาวิทยาศาสตร์เคมี รวมจำนวน 5 ทุน เป็นประจำทุกปี




