วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิจัยต้องได้ใช้จริง'

ความชัดเจนของ ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร ที่นั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการเนคเทคได้ 40 วันกับการผลักดันงานวิจัยออกสู่สังคม

ความชัดเจนของ ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร ที่เพิ่งนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการเนคเทคได้ 40 วัน กับการนำอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ไปซัพพอร์ต 7 ยุทธศาสตร์ชาติ

การพัฒนาระบบลงทะเบียนเกษตรกรและการจัดโซนนิ่งพื้นที่เกษตร, ระบบคลังข้อมูลความรู้ของประเทศ (MOOC) และเครื่องเอ็กซเรย์สามมิติ เพื่อช่วยเหลือผู้มีปัญหาปากแหว่งเพดานโหว่ให้สามารถออกเสียงได้

เป็น 3 ภารกิจเร่งด่วนที่ท้าทายความสามารถของ "ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร" ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ที่เพิ่งรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ถึงวันที่ 1 ต.ค. 2561

ศรัณย์เป็นผู้อำนวยการเนคเทคคนที่ 4 นับตั้งแต่ก่อตั้งมาเมื่อปี 2529 ถือได้ว่าเป็นลูกหม้อขององค์กรและเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ อาทิ เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติให้เป็น Fellow ของสมาคม SPIE ซึ่งเป็นองค์กรด้านวิศวกรรมโฟโทนิกส์ของโลก (วิศวกรรมทางแสง) ทั้งยังได้รับรางวัล ICO/ICTP จากองค์กรแสงสากล รางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ 2546 และรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ 2547

ตอบโจทย์ 7 ยุทธศาสตร์ชาติ

กรอบการทำงานของเนคเทค มุ่งนำผลงานวิจัยด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์มาตอบโจทย์การพัฒนา 7 ยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาประเทศ ประกอบด้วย

1.การเกษตรและอาหาร ในปีงบประมาณ 2558 โครงการสำคัญเร่งด่วนคือ การลงทะเบียนเกษตรกรและโซนนิ่งพื้นที่ทางการเกษตร แม้ว่าเดิมกระทรวงเกษตรได้ดำเนินการอยู่แล้วแต่ข้อมูลอาจไม่ครบ เนคเทคจึงเข้าไปมีบทบาทในการจัดทำระบบโดยมีการบูรณาการให้ครบทุกด้าน เพื่อพัฒนา Zoning Optimization จัดพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสม

2. สุขภาพและการแพทย์ ที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จัดทำระบบถ่ายโอนข้อมูลสุขภาพผู้ป่วยจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งได้สะดวก รวดเร็วและถูกต้อง ทั้งยังคำนึงถุงความปลอดภัยของข้อมูลด้วย เช่น ข้อมูลจากโรงพยาบาลชุมชนมายังโรงเรียนแพทย์ในกรุงเทพฯ

ส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการและเป็นเรื่องเร่งด่วนคือ การพัฒนาเครื่องเอ็กซเรย์ 3 มิติตอบโจทย์การรักษาภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ โดยระบบเอ็กซเรย์สามมิติจะทำให้เห็นโครงสร้างภายในช่องปาก ที่จะนำไปสู่การออกแบบและสร้างชิ้นส่วน เพื่อช่วยให้การออกเสียงชัดเจนขึ้น รวมทั้งการออกแบบซอฟต์แวร์สำหรับกายภาพบำบัดผู้ป่วยกลุ่มนี้ด้วย

3. ด้านความมั่นคง ซึ่งมีผลงานวิจัยชื่อ ที-บ็อกซ์ อุปกรณ์รบกวนการจุดชนวนระเบิดด้วยสัญญาณโทรศัพท์ และงานวิจัยด้านการตรวจวิเคราะห์สารวัตถุระเบิดและยาเสพติด นอกจากนี้จะต่อยอดระบบข้อมูลให้สามารถเชื่อมโยงได้ว่า สารระเบิดหรือสารเสพติดชนิดนี้ผลิตจากแหล่งไหน โดยเป็นการทำวิจัยร่วมกับกระทรวงยุติธรรม

4.ด้านผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส มีผลงานวิจัยซอฟต์แวร์ช่วยการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ เทคโนโลยีฟื้นฟูสมรรถภาพและกายอุปกรณ์เทียม โดยร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค สวทช.) พัฒนาข้อเข่าเทียมเพื่อผู้พิการ

5. อุตสาหกรรมการผลิต มีผลงานด้านออโตเมชั่นหรือแอดวานซ์โรโบติก สำหรับตอบโจทย์ผู้ประกอบการทั้งระดับเอสเอ็มอีและขนาดใหญ่

6.อุตสาหกรรมบริการมุ่งงานวิจัยด้านโอเพนเซอร์วิสแพลตฟอร์ม และเซอร์วิสอินโนเวชั่น

และ 7.ด้านพลังงาน มุ่งตอบโจทย์เรื่องการประหยัดพลังงาน สมาร์ทกริด ยานยนต์ไฟฟ้าทั้งเรื่องแบตเตอรี่และสถานีชาร์จ โดยจะทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าทั้งสามหน่วยงาน

วิจัยต้องมีคุณค่า+ความหมาย

กรอบการทำงานทั้ง 7 ด้านนี้ย่อมมีลำดับความสำคัญไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับบริบททางสังคมว่า ณ เวลานั้นต้องการผลงานวิจัยด้านใด และนโยบายจาก สวทช. หน่วยงานต้นสังกัด ยกตัวอย่าง ปีงบประมาณ 2558 เป็นเรื่องของการเกษตรและพลังงาน

เป้าหมายหลักของเขาคือ ผลงานการพัฒนาจะต้องถูกนำไปใช้ประโยชน์เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ขณะนี้มีผลงานบางส่วนที่อยู่ระหว่างการทดสอบเพิ่มเติมจึงยังไม่พร้อมถ่ายทอดสู่ภายนอก บางส่วนก็มีความพร้อมแล้วแถมยังมีเอกชนให้ความสนใจ หรือบางผลงานที่พร้อมมากๆ ก็เป็นเรื่องของสิทธิบัตร ยกตัวอย่างปีที่ผ่านมาผลงานสร้างสรรค์ของเนคเทค 55 เรื่อง สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมได้ถึง 200 ล้านบาท

"การผลักดันผลงานวิจัยออกไปใช้จริงเพื่อสร้าง ดิจิทัล อีโคโนมี ให้เกิดขึ้นในภาคธุรกิจขนาดใหญ่และเล็ก ทั้งยังต้องการสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณค่าและความหมาย ก่อให้เกิดผลกระทบในด้านเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่ไปกับความเป็นเลิศทางวิชาการในระดับชาติและในระดับสากล" แนวทางการบริหารงานของผู้อำนวยการคนใหม่