วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดูปองท์'ชูนวัตกรรมเสริมแกร่งอุตฯอาหารไทย

ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร ดูปองท์เล็งเพิ่มงบวิจัย 3 แสนล้านบาทในปี 2563 สร้างนวัตกรรมอาหาร

ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร ดูปองท์เล็งเพิ่มงบวิจัย 3 แสนล้านบาทในปี 2563 สร้างนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการ หวังจับมือรัฐ-เอกชนร่วมวิจัยกับแลปทั่วโลกผ่านศูนย์นวัตกรรมดูปองท์

น.สพ. สมชาย เลาห์วีระพาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพของจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี และมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2593 จำนวนประชากรโลกจะเพิ่มเป็น 9 พันล้านคน ความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารเพิ่มสูงขึ้น 70% จากปัจจุบัน โดยที่พื้นที่การเพาะปลูกยังคงมีเท่าเดิมหรืออาจลดลง

"ความมั่นคงทางอาหารกลายเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ด้านหนึ่งของโลกในศตวรรษที่ 21 ซึ่งดูปองท์เอง มองใน 5 มิติคือ ปริมาณพอไหม, เข้าถึงคนได้มากแค่ไหน, คุณภาพ, ความปลอดภัย และราคาที่คนจะสามารถซื้อได้" น. สพ. สมชายกล่าว พร้อมชี้ว่า Food Waste ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย เพื่อลดการสูญเสีย เพราะในระหว่างกระบวนการจากแหล่งผลิตไปจนถึงโต๊ะอาหารของผู้บริโภค ล้วนแต่เกิดการสูญเสียอาหารแทบทุกขั้นตอน

ในฐานะบริษัทที่วางตัวเองเป็นธุรกิจฐานนวัตกรรม ดูปองท์มองว่า การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหาร นอกเหนือจากเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ให้ได้ปริมาณที่มากขึ้น ยังมีเรื่องของการเพิ่มมูลค่า จากการเติมคุณค่าทางโภชนาการลงไป

น. สพ. สมชายชี้ว่า ข้อมูลจาก Food Security Index ที่ดูปองท์และอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนท์ ยูนิตหรืออีไอยูจัดทำขึ้น เป็นฐานในการวางกรอบวิจัยและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละพื้นที่ โดยดูปองท์มีแผนระยะยาวที่จะเพิ่มงบประมาณการวิจัยในด้านอาหารและการเกษตรราว 3 แสนล้านบาทภายในปี 2563 เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ 4 พันชนิด ตอบความต้องการบริโภคของคนทั่วโลก

"เราต้องการให้ทุกพื้นที่เข้าถึงอาหารและโภชนาการ อาทิ มาลาวีในแอฟริกาที่อาหารหลักคือ มันสำปะหลัง และเกิดภาวะขาดโปรตีน จึงมีโครงการที่ดูปองท์ร่วมกับรัฐบาลแอฟริกานำโปรตีนถั่วเหลืองเข้มข้นไปเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้ประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งนวัตกรรมอาหารที่ดูปองท์จะพัฒนาก็จะมองโจทย์จากพื้นที่ต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาด้านสุขภาพและโภชนาการ"

สำหรับประเทศไทย กรรมการผู้จัดการดูปองท์เผยว่า อุตสาหกรรมอาหารถือเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญในเชิงกลยุทธ์ของประเทศ เนื่องจากไทยเราส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารกว่า 70% ของจำนวนที่ผลิตได้ทั้งประเทศ แต่มูลค่าที่ได้กลับมาน้อยเนื่องจากการขายเป็นอาหารพื้นฐานที่ราคาถูก

นวัตกรรมจึงเป็นคำตอบที่จะเพิ่มมูลค่า เพิ่มราคาให้กับผลิตภัณฑ์อาหารและการเกษตร ซึ่งดูปองท์เองเสนอตัวเป็นพันธมิตร โดยอาศัยศูนย์นวัตกรรมดูปองท์เป็นตัวกลางเชื่อมโยงลูกค้าในประเทศไทยเข้ากับเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนาจาก 100 ประเทศทั่วโลกของดูปองท์เพื่อพัฒนาโซลูชั่นด้านอาหารที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า

"ศูนย์นวัตกรรมดูปองท์ นอกเหนือจากการให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมที่บริษัทมี เรายังมีบริการสำหรับลูกค้าที่สนใจจะร่วมมือวิจัยและพัฒนา ซึ่งมีลูกค้าตอบรับ 20-30 องค์กรต่อปี และมากกว่า 50% เป็นลูกค้าในกลุ่มของอาหารและการเกษตร" สุนทรี ธาราธิคุณ ผู้จัดการศูนย์นวัตกรรมดูปองท์ประเทศไทยเผย

โครงการความร่วมมือมีทั้งลักษณะของการพัฒนาในระยะสั้นและระยะยาว ส่วนมากเน้นการวิจัยพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ แต่ก็มีบางองค์กรที่เลือกใช้วัสดุนวัตกรรมที่ดูปองท์มีอยู่เพื่อย่นระยะเวลา