วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไอซีที'เสนอครม.21ตค.ปรับโครงสร้าง'ทีโอที-กสท'

"ไอซีที" สรุปแผนปรับโครงสร้างทำงานร่วม "ทีโอที-กสท" กำหนด3ระยะ เสนอครม.21ต.ค.นี้ คาด3เดือนเคาะแนวทางดำเนินงาน

นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่าแนวทางการปรับโครงสร้างการทำงานร่วมกันของบมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคมขณะนี้ได้ร่างแผนธุรกิจไว้แล้ว รอให้ทั้งทีโอทีและ กสท เจรจาร่วมกัน จากนั้นจะนำแผนงานมากำหนดการทำงานร่วมกัน เพื่อเตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 ต.ค.นี้

แผนการปรับโครงสร้างของทั้ง 2 บริษัทจะทำเสนอเป็น 3 ระยะ คือ 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี โดยแผนที่เสนอต้องจ้างที่ปรึกษามาวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย และโอกาสของธุรกิจด้วยว่าจะเดินหน้าตามแผนได้หรือไม่ อย่างไร

"เป็นเรื่องดีที่ตอนนี้ทั้ง 2 หน่วยงานเริ่มหันหน้าเข้าหากันและเริ่มคุยกันแล้ว แม้ต่อไปรัฐบาลปัจจุบันจะหมดสมัยและทั้ง 2 หน่วยงานอาจจะไม่ดำเนินตามแผนที่คุยกันไว้ แต่อย่างน้อยเราก็เริ่มเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์"

ปัญหาต่างๆ ของ 2 รัฐวิสาหกิจจะต้องจัดการให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลนี้ ซึ่งได้เร่งรัดบอร์ดและได้จ้างที่ปรึกษาศึกษาการปรับโครงสร้างธุรกิจ คาดว่าภายใน 3 เดือนจะเห็นแนวทางชัดเจน และ 5-6 เดือนข้างหน้าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมที่ชัดมากยิ่งขึ้น หลังจากรับทราบข้อมูลแล้วก็พบว่าเป็น 2 องค์กรที่มีศักยภาพ สามารถทำธุรกิจได้ แต่ต้องปรับตัว ปรับโครงสร้างให้คล่องตัวด้วย

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้บอร์ดและฝ่ายบริหารไปเร่งจัดทำโครงสร้างธุรกิจ 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม 2. โครงสร้างเสาโทรคมนาคม 3. บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ และเคเบิลใต้น้ำ 4.ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ 5. ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและโทรศัพท์พื้นฐานประจำที่ และ 6. บริการไอที ไอดีซี และคลาวด์ ตามมติคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด กำกับและให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้ส่งแผนงานก็อาจจะแยกสายธุรกิจทั้ง 6 กลุ่มนี้เลยว่าให้รัฐวิสาหกิจใดไปรับผิดชอบ

"ทั้งทีโอทีและ กสท ต้องคุยแนวทางการทำงานร่วมกัน เพราะหากธุรกิจใดใครทำดีกว่าก็ให้เขาทำไป แต่ถ้าธุรกิจใดร่วมมือกันธุรกิจ และอยู่รอดก็ทำร่วมกัน"

ตัวอย่างโครงข่ายสายไฟเบอร์ออฟติก ทีโอทีมีอยู่ 84,000 กิโลเมตร ขณะที่ กสท มี 35,000 กิโลเมตร ถือว่าเป็นโครงข่ายที่ยาวที่สุดของประเทศไทย ฉะนั้นหากสามารถบริหารจัดการและทำธุรกิจร่วมกันได้ ก็จะสร้างรายได้ให้ทั้งสององค์กร