เอ็นเฮลท์ บ่มเพาะโนว์ฮาว

เอ็นเฮลท์ บ่มเพาะโนว์ฮาว

เอ็นเฮลท์ ธุรกิจในเครือกรุงเทพดุสิตเวชการ ตั้งเป้าสู่ความเป็นเลิศด้านเฮลท์แคร์เซอร์วิสจัดสรรงบ10%ทำวิจัย

เอ็นเฮลท์ (N Health) ธุรกิจในเครือกรุงเทพดุสิตเวชการ ตั้งเป้าสู่ความเป็นเลิศด้านเฮลท์แคร์ เซอร์วิส จัดสรรงบ 10% จากผลประกอบการ 2,600 ล้านบาทให้กับการวิจัยและพัฒนา ล่าสุดจับมือสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาออกแบบอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพในอาเซียน

"เราเล็งเห็นโอกาสในการประยุกต์และต่อยอดองค์ความรู้งานวิจัยที่มีคุณภาพของ สวทช. มาผนวกกับความเชี่ยวชาญในการบริการทางการแพทย์กว่าทศวรรษของ N Health ผลักดันให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบสนองผู้ที่เข้ามารับบริการในเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ" นพ.ชาตรี ดวงเนตร ประธานกรรมการบริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด หรือ N Health กล่าวถึงที่มาของความร่วมมือ

เปิดโอกาสนวัตกรรมไทย

เริ่มต้นจากผลงานวิจัยอุปกรณ์ด้านการแพทย์ ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตครอบฟันและสะพานฟันเซรามิกส์ด้วยเทคโนโลยีการออกแบบและช่วยผลิต CAD/CAM/CNC ซึ่งวิจัยและพัฒนาโดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) และเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 3 มิติแบบเคลื่อนย้ายได้ ซึ่งเป็นผลงานวิจัยร่วมกันระหว่างเอ็มเทคกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค)

นอกจากนี้ เอ็นเฮลท์ได้สนับสนุนเครื่องมือแพทย์สำหรับใช้ในห้องผ่าตัด โดยการออกแบบและผลิตเองในประเทศและระบบติดตามข้อมูลแบบ RFID active เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการด้วย

"แต่ละปี N Health ใช้งบประมาณ 10% จากรายได้ 2,600 ล้านบาทในการลงทุนพัฒนาบริการเพื่อรองรับกับความต้องการของลูกค้า โดยปีหน้าเตรียมลงทุนสร้างศูนย์ปลอดเชื้อที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อให้บริการแก่เครือข่ายในภาคใต้ปัจจุบันสัดส่วนรายได้หลักมาจากลูกค้าในเครือ 70 % ส่วนที่เหลือเป็นลูกค้านอกเครือ 30% ในแต่ละปีรายได้มีอัตราการเติบโตขั้นต่ำ 10%"

ในมุมมองของ นพ.ชาตรี ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรและก่อเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ แม้ว่าราคาผลงานต้นแบบอาจสูงหรือเท่ากับต่างประเทศ เพราะถือเป็นการเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยสามารถผลิตผลงานออกมาใช้กับกลุ่มเป้าหมายในเชิงพาณิชย์ ถือว่าประสบผลสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง เพราะทำให้เกิดองค์ความรู้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต แทนที่จะซื้อโนว์ฮาวจากต่างประเทศ ก็เปลี่ยนมาสนับสนุนในประเทศดีกว่า สุดท้ายเมื่อคนใช้เพิ่มขึ้น ราคาก็จะถูกลงเรื่อยๆ ในอนาคตเราจะพัฒนาให้สามารถทำครอบฟันเสร็จได้ภายในวันเดียว จากเดิมที่ต้องใช้เวลา 5-7 วัน

"เราเชื่อมั่นในองค์ความรู้ของนักวิจัยไทยว่าไม่แพ้ชาติใดในโลก รวมถึงคุณภาพของผลงานวิจัยทั้งในรูปแบบของเทคโนโลยีและบริการต่างๆ ล้วนได้รับการยอมรับจากประเทศในอาเซียน แม้กระทั่งสิงคโปร์ ซึ่งคุณภาพน่าเชื่อถือติดอันดับต้นๆ ไม่จำเป็นต้องไปใช้มาตรฐานตามยุโรปหรืออเมริกา ยิ่งเมื่อเปิดเออีซี ตลาดมีความพร้อมถือเป็นโอกาสที่ดีของเราในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น"

ตั้งเป้าทดแทนเทคโนโลยีนำเข้า

ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ความร่วมมือกับเอ็นเฮลท์จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศที่มีศักยภาพและความเชี่ยวชาญด้านการสนับสนุนทางการแพทย์ และบริหารจัดการอุปกรณ์การแพทย์ มีเครือข่ายธุรกิจกับโรงพยาบาลชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมการให้บริการด้วยสาขากว่า 30 สาขาในประเทศไทย และสาขาต่างๆ ในกัมพูชา ลาว พม่าและสิงคโปร์

อีกทั้งมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาทั้ง แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ นักโลจิสติกส์ รวมถึงผู้บริหารที่มีประสบการณ์ที่พร้อมให้บริการครอบคลุมงานสนับสนุนบริการ และงานบริหารโรงพยาบาลด้านต่างๆ อาทิ บริการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ บริการด้านวิศวกรรมทางการแพทย์ บริการทำให้ปลอดเชื้อ บริการสนับสนุนงานบริหารจัดการโรงพยาบาล

ฉะนั้น เอ็นเฮลท์จึงมีศักยภาพสูงที่จะมาร่วมกันผลักดันผลงานวิจัยด้านการแพทย์ ที่ สวทช. พัฒนาขึ้นไปสู่การใช้งานจริง ซึ่งจะทำให้ประเทศสามารถลดการนำเข้าเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ได้อีกทางหนึ่ง พร้อมสร้างศักยภาพการแข่งขันเพื่อนำประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางบริการด้านสุขภาพอาเซียน