'ฟูจิตสึ' ปรับโครงสร้างใหญ่วางไทยฮับลุยหนักอินโดจีน

'ฟูจิตสึ' ปรับโครงสร้างใหญ่วางไทยฮับลุยหนักอินโดจีน

“ฟูจิตสึ” ลุยปรับโครงสร้างครั้งใหญ่แบ่งตลาดออกเป็น 5 ภูมิภาคเพิ่มความยืดหยุ่นพร้อมขยายตลาดนอกประเทศ

นายทาซึยะ ทานากะ ประธานประจำภูมิภาคเอเชีย ฟูจิตสึ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างชะลอ ขณะเดียวกัน การลงทุนไอทีเติบโตไม่มาก บริษัทจึงมีนโยบายขยายธุรกิจออกนอกประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียซึ่งมีศักยภาพเติบโตสูง ทว่าปัจจุบันยังทำสัดส่วยรายได้ได้เป็นตัวเลขหลักเดียว

ทั้งนี้ ได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่โดยแบ่งตลาดออกเป็น 5 ภูมิภาคคือ ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา เอเชีย และโอเชียเนีย นอกจากนั้น เดิมสิทธิการตัดสินใจเรื่องสำคัญต้องได้รับการอนุมัติจากบริษัทแม่ก่อน เปลี่ยนเป็นให้ผู้บริหารของแต่ละภูมิภาคมีโอกาสบริหารจัดการได้เต็มที่ หวังว่านโยบายดังกล่าวจะช่วยทำให้ธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น

ปัจจุบัน สัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากภายในประเทศญี่ปุ่น 60% ต่างประเทศ 40% ขณะนี้ตั้งเป้าหมายด้วยว่าจะทำให้รายได้ที่มาจากเอเชียที่มีอยู่หลักเดียวกลายเป็นตัวเลข 2 หลักให้ได้เร็วที่สุด

เขากล่าวว่า ขณะที่ในภูมิภาคอื่นๆ รายได้ที่มีจากกลุ่มฮาร์ดแวร์มีสัดส่วนเพียง 30% เอเชียยังสูงกว่า 50% ดังนั้นจากนี้มีแผนเพิ่มโฟกัสผลิตภัณฑ์กลุ่มซอฟต์แวร์และบริการซึ่งมีโอกาสเติบโตสูง และมีส่วนต่างกำไรมากกว่ามากขึ้น

ส่วนศักยภาพของตลาดประเทศไทย บริษัทมองว่ามีภูมิศาสตร์ที่ดี อินฟราสตรักเจอร์มีความพร้อม ดังนั้นวางให้เป็นฮับสำหรับบุกตลาดอินโดจีน จากเดิมที่ฐานลูกค้าส่วนใหญ่ยังเป็นบริษัทข้ามชาติที่มาจากประเทศญี่ปุ่น มีแผนเพิ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะโครงการภาครัฐ

อย่างไรก็ดี มีความเป็นไปได้ที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมกับนโยบาย “ดิจิทัล อีโคโนมี” ของรัฐบาล ที่ผ่านมา บริษัทเองมีประสบการณ์การทำงานกับรัฐบาลในประเทศญี่ปุ่น และผลิตภัณฑ์ด้านอีกอฟเวิร์นเมนท์อยู่จำนวนมาก ขณะนี้มอบหมายให้ทีมขายศึกษาข้อมูล หากมีโอกาสจะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้คำปรึกษาด้วย

"ทุกกระทรวงล้วนมีแผนพัฒนาสู่อีกอฟเวิร์นเมนท์ เราเองนอกจากรอการติดต่อเข้ามา เตรียมดูลู่ทางว่าจะนำเสนอตัวอย่างหรือคอนเซ็ปต์อะไรไปได้บ้าง"

พร้อมระบุว่า หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความพร้อมอย่างมากคือ โซลูชั่นคลาวด์ เชื่อว่าสามารถสนับสนุนได้ทั้งการจัดทำอีกอฟเวิร์นเมนท์ และนโยบายด้านไอซีทีของไทยในภาพรวม

นายทานากะ กล่าวด้วยว่า มีแผนเข้ามาลงทุนในเอเชียมากขึ้น โดยแต่ละประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับแต่งโซลูชั่นให้เข้ากับความต้องการในท้องถิ่น มากกว่านั้นหากมีโอกาสจะเข้าซื้อกิจการบริษัทเทคโนโลยีเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง แต่ทั้งนี้ยังไม่อาจบอกได้อย่างเจนว่าเป็นกลุ่มใด ประเด็นสำคัญจะพิจารณาว่าช่วยเพิ่มซีเนอร์จีให้บริษัทได้หรือไม่

เขาระบุด้วยว่า วิสัยทัศน์สำคัญของปีงบประมาณ 2557 ซึ่งเริ่มเมื่อเดือนเม.ย. บริษัทเพิ่มความสำคัญกับประเด็นการนำไอทีไปพัฒนาธุรกิจและคุณภาพชีวิตในทุกๆ มิติ รองรับเทรนด์เทคโนโลยีโมบาย รวมถึงอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ซึ่งต่อไปยิ่งมีการเชื่อมโยงถึงกันอย่างไร้ขอบเขต