ไมโครซอฟท์ปิด 'เอ็มเอสเอ็น' ถาวร 31 ต.ค.

ไมโครซอฟท์ปิด 'เอ็มเอสเอ็น' ถาวร 31 ต.ค.

ไมโครซอฟท์ประกาศปิดตำนานโปรแกรมแชทยอดนิยมยุคไดอัล-อัพ "เอ็มเอสเอ็น " เริ่มแจ้งเตือนตลาดสุดท้ายในจีน

บริษัท ไมโครซอฟท์ ประกาศเตรียมปิดตัวถาวรบริการ "วินโดว์ส ไลฟ์ แมสเซ็นเจอร์" เพื่อผลักดันผู้ใช้ใช้บริการสไกป์อย่างเต็มตัว เว็บไซต์มาชเอเบิลในสหรัฐ รายงานว่า ไมโครซอฟท์ประกาศปิดบริการดังกล่าวหรือชื่อเดิมคือ "เอ็มเอสเอ็น แมสเซ็นเจอร์" อย่างเป็นทางการ หลังเปิดให้บริการนานถึง 15 ปี และเคยเป็นที่แพร่หลายในไทยด้วยเช่นกัน

เป็นไปตามความนิยมของยุคสมัยที่มีบริการทางเลือกอื่นๆ ที่ดึงดูดใจผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากกว่า จนทำให้หลายบริการบนอินเทอร์เน็ตต้องปิดตัวลง เช่น เฟรนด์สเตอร์, กูเกิล รีดเดอร์ และเฟซบุ๊ค โป๊ค

อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ได้เริ่มแนะนำให้ผู้ใช้ติดตั้งโปรแกรมสไกป์แทนตั้งแต่ ปี 2555 แต่ยังคงให้บริการกับผู้ใช้ในจีนจนถึงขณะนี้

ล่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทเริ่มแจ้งเตือนผู้ใช้งานในจีนที่ยังใช้โปรแกรมวินโดว์ส ไลฟ์ ว่าจะปิดบริการถาวร พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปติดตั้งโปรแกรมสไกป์แทนภายในวันที่ 31 ต.ค.นี้ โดยไมโครซอฟท์เผยว่าจะให้เครดิตใช้บริการสไกป์ฟรีสำหรับผู้ที่ปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าว

บริการวินโดว์ส ไลฟ์ แมสเซ็นเจอร์ หรือเอ็มเอสเอ็น แมสเซ็นเจอร์ เปิดตัวครั้งแรกปี 2542 และเป็นหนึ่งในโปรแกรมสำหรับสนทนาบนอินเทอร์เน็ตของไมโครซอฟท์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้โปรแกรม "เอโอแอล อินสแตนท์ แมสเซ็นเจอร์" ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ง่าย มีอีโมติคอนแสดงอารมณ์ของผู้ใช้ รวมถึงสัญลักษณ์ที่แสดงสถานะความพร้อมใช้ เช่น ไฟสีเขียวแสดงสถานะออนไลน์ ก่อนจะมีคุณสมบัติเพิ่มเติมออกมาเพิ่มสีสันให้กับการใช้งาน เช่น การส่งข้อความด้วยภาพ, วิดีโอ แชท, เกม และอีโมจิแสดงหน้าต่างๆ และยังได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในโปรแกรมยอดนิยมของอินเทอร์เน็ตยุคไดอัล-อัพ

กระทั่งไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริการดังกล่าวเริ่มมีผู้ใช้งานลดจำนวนลงต่อเนื่องจนถึงจุดที่ไมโครซอฟท์ตัดสินใจที่จะประกาศปิดตัวบริการอย่างเป็นทางการในยุคที่โซเชียล เน็ตเวิร์ค เริ่มกลายมาเป็นแพลตฟอร์มสื่อสารสำคัญบนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะเฟซบุ๊ค ไลน์ และทวิตเตอร์

แม้เพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาไมโครซอฟท์ยังเพิ่งฉลองครบรอบ 10 ปีเอ็มเอสเอส พร้อมกับแสดงความมั่นใจหนักแน่นว่า บริการเอ็มเอสเอ็นจะยังคงอยู่ได้แม้โซเชียล เน็ตเวิร์คกำลังมาแรง

ย้อนกลับไปเมื่อ ปี 2552 ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทไมโครซอฟท์ เคยกล่าวถึงความแรงของ "โซเชียล เว็บ" ในไทยว่า ไม่คิดว่าเอ็มเอสเอ็น จะได้รับผลกระทบ เพราะยอดการใช้งานเพิ่มมีอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธความแรงของทั้งทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค และคิดว่าเป็นระบบการสื่อสารที่น่าอัศจรรย์ เอ็มเอสเอ็นจึงได้รวบรวมทุกบริการของโซเชียล เว็บ เข้าไว้ในบริการของวินโดว์สไลฟ์ทั้งหมด

ในครั้งนั้น ไมโครซอฟท์พยายามผลักดันให้เอ็มเอสเอ็น กลายเป็นศูนย์รวมโซเชียล เว็บ ทั้งทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค และอื่นๆ และมีจำนวนผู้ใช้เอ็มเอสเอ็นต่อเดือนทั่วโลก 330 ล้านคนในช่วงปี 2552 เป็นผู้ใช้ในไทย 7.4 ล้านคน มากเป็นอันดับ 8 ของโลก