เปิดโรงงานต้นแบบถ่ายทอดเทคโนโลยีสิ่งทอนาโน ภาคเหนือ จ.แพร่ ถือเป็นโรงเคลือบสิ่งทอแห่งแรกของศูนย์นาโนเทค
นายศิรศักดิ์ เทพาคำ รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยเมื่อเร็วๆนี้ (วันที่ 1 สิงหาคม) ว่า ศูนย์นาโนเทค เตรียมพร้อมเปิดให้บริการเคลือบผ้านาโน หรือ โรงงานต้นแบบถ่ายทอดเทคโนโลยีสิ่งทอนาโน ภาคเหนือ จ.แพร่ ซึ่งจะบริการอย่างเต็มรูปแบบปลายเดือนสิงหาคมนี้ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 10 ล้านบาท ขณะนี้มีความพร้อมกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ วัตถุประสงค์หลักเพื่อนำนาโนเทคโนโลยีมาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหัตถอุตสาหกรรมพื้นบ้านของไทย ที่มีมูลค่าการขายปีละ 5,000 ล้านบาท ให้เพิ่มขึ้นเป็น 7,000 ล้านบาท ในปี 2559 เมื่อเทียบกับมูลค่าโดยรวมของสิ่งทอทั้งประเทศปีละกว่า 2 แสนล้านบาท ดังนั้นโรงงานต้นแบสิ่งทอนาโน ภาคเหนือ นับเป็นแห่งแรกของ ศูนย์นาโนเทค และของประเทศไทยที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหัตถอุตสาหกรรมพื้นบ้าน ให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้น
“นาโนเทคได้ร่วมมือกับ วิทยาลัยเทคนิคแพร่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่ช่วยสนับสนุนสถานที่และกิจกรรมต่างๆ มีอาจารย์และ นักศึกษา มาเรียนรู้และร่วมกันเพื่อส่งเสริมศักยภาพ ของผ้าทอพื้นเมืองให้เข้มแข็งโดยการนำนาโนเทคโนโลยีเข้าไปเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ ให้ผ้าทอมีจุดแข็งและจุดขายที่หลากหลายขึ้น คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการปลายดือนสิงหาคมนี้” นายศิรศักดิ์ กล่าว และว่า
อย่างไรก็ตามโรงงานดังกล่าวสามารถเคลือบผ้าทอ ผ้าผืน ขนาด 50 กิโลกรัมต่อครั้ง เพื่อนำไปชุบเคลือบและอบแห้งน้ำยานาโน ที่มีคุณสมบัติต่างๆ ได้แก่ ผิวสัมผัสนุ่มลื่นไม่ยับง่าย มีกลิ่นหอม สะท้อนยูวีช่วยลดสีซีดจาง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของการเกิดกลิ่น และสะท้อนน้ำจึงเปื้อนยากขึ้น ซึ่งนักวิจัยได้เตรียมสูตรเคลือบคุณสมบัตินาโนไว้พร้อมแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถเคลือบผ้าสำเร็จรูป เสื้อเชิ้ต ปลอกหมอน ผ้าปูโต๊ะต่างๆ เป็นต้น โดยประสิทธิภาพของโรงงานสามารถเคลือบผ้าได้เดือนละ5,000 หลา หรือ 50,000 หลาต่อปี
รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทค กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์ด้านนาโนเทคโนโลยีที่ทำออกมาในท้องตลาดนั้น จะมีการตรวจวัดความปลอดภัยจากห้องปฏิบัติการความปลอดภัยทางนาโนเทคโนโลยี ของศูนย์นาโนเทค ซึ่งทำการทดสอบมาอย่างต่อเนื่องยาวนานว่าอนุภาคนาโนเทคโนโลยีที่เคลือบอยู่บนเส้นใยสิ่งทอ จะมีผลต่อการระคายเคือง จะเข้าอยู่ในร่างกายเราหรือไม่ หรือแม้แต่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือเปล่า ซึ่งที่ผ่านมาไม่พบว่ามีผลกระทบต่อผู้ใช้แต่อย่างใด
นายบุญธรรม เกี้ยวฟั้น ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคแพร่ จ.แพร่ กล่าวว่า นอกจากการการเปิดโรงงานต้นแบบ ถ่ายทอดเทคโนโลยีสิ่งทอนาโน ภาคเหนือ บริเวณด้านหน้าอยู่ในวิทยาลัยเทคนิคแพร่ ยังเป็นศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการสิ่งทอนาโน และเป็นจุดขายสินค้านาโนเทคโนโลยี รวมทั้งจุดรับผ้าและสิ่งทอต่างๆ ในภาคเหนือ เพื่อมาเคลือบคุณสมบัตินาโนเทคโนโลยี
นอกจากนั้นแล้ว ส่วนผลิต หรือ โรงงานเคลือบผ้า มีผู้รับผิดชอบเป็นนักวิจัยศูนย์นาโนเทคอาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคแพร่ ที่สำคัญยังเป็นโรงงานที่ช่วยฝึกงานให้กับนักศึกษา ในสาขาวิชาช่างและเครื่องจักร ได้ เข้ามาเรียนรู้กับโรงงานต้นแบบเทคโนโลยีสิ่งทอนาโนซึ่งวิทยาลัยจะทำหลักสูตรการเรียนการสอนด้านนาโนเทคโนโลยีด้วย
ดร.วรล อินทะสันตา หัวหน้าห้องปฏิบัติการสิ่งทอนาโน ศูนย์นาโนเทค กล่าวว่า สำหรับผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองมีความหลากหลายทางกายภาพ โครงสร้าง และดีไซน์มาก ดังนั้นการเคลือบสิ่งทอแต่ละชิ้น ถือว่าเป็นกรณีศึกษาวิจัยและเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการสิ่งทอ ที่มีความเชี่ยวชาญในการทอและการออกแบบ ซึ่งโดยภาพรวมแล้วสิ่งทอนาโนกับผ้าไทยเป็นการรวมตัวกันของวิทยาศาสตร์และงานศิลปะพื้นบ้านอย่างลงตัว
“ผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง ข้อด้อยคือการบำรุงรักษา ดังนั้นคุณสมบัตินาโนเทคโนโลยีที่เหมาะสมอย่างแรกคือ กันสะท้อนน้ำเพื่อให้เปื้อนยาก การเพิ่มคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรีย99.99 % เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อนทำให้เกิดแบคทีเรียง่าย และคุณสมบัติสุดท้ายที่เหมาะสมกับผ้าไทยคือการป้องกันยูวี เนื่องจากผ้าทอมีทั้งย้อมธรรมชาติและเคมีทำให้สีซีดเร็วมาก ส่วนคุณสมบัติกลิ่นหอมนั้น เป็นฟังก์ชั่นเสริมที่เพิ่มเข้ามา ทำให้กลิ่นหอมนาน” ดร.วรล กล่าว
นางสาวจุฑารัตน์ พยัคเลิศ ผู้ผลิตและจำหน่ายฝ้ายฝ้ายธรรมชาติ ร้านผ้าธรรมชาติ ต.ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จ.แพร่ กล่าวว่า สำหรับต้นทุนการเคลือบสิ่งทอนาโนนั้น หากเทียบราคาต้นทุนกับการเคลือบน้ำยานาโน ถือว่าถูกมาก ซึ่งการนำนาโนเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ของร้าน ต้องเน้นไปที่โฮมเท็กไทล์ ประเภทของใช้ในบ้านมากกว่าเสื้อผ้าที่เน้นย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งมีการทดลองทำผลิตภัณฑ์นาโนแล้ว ได้แก่ พรม หมอน ที่รองจานบนโต๊ะอาหารและ อุปกรณ์ผ้าตกแต่งผนัง และกำลังมีแนวคิดจะทำหมวกกันยูวีด้วย
“ในฐานะทำผ้าฝ้ายทอธรรมชาติมานาน คิดว่าเทคโนโลยีมันดีหมด ถ้าเราใช้มันถูกทาง เราจะรู้ว่าเราต้องการทำอะไรจากสินค้านี้ ถ้าเราเอานาโนไปประยุกต์ให้ถูกทางกับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมมันก็จะดีและเพิ่มมูลค่า อย่างเช่นเมื่อก่อนอย่างถ้าเราทำผ้ากันเปื้อนให้ญี่ปุ่น เขาจะบอกว่าโอ๊ย! ไม่อยากให้ผ้าคอตตอนหรอก เวลาอะไรกระเด็นมันซับทุกอย่างเลย ตอนนี้เทคโนโลยีนาโนสะท้อนน้ำที่เราจะเพิ่มเข้ามาในผลิตภัณฑ์ เราก็มีคำตอบให้ลูกค้าแล้วค่ะว่า อย่างไรมันถึงจะไม่ซับ” นางสาวจุฑารัตน์ กล่าวย้ำ ถึงการเลือกใช้เทคโนโลยีนาโน เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดของผ้าทอพื้นบ้าน

