เติมเสน่ห์หวายด้วยกลิ่น

"ฮาวายไทย"เติมกลิ่นสมุนไพรในเส้นหวายเทียมสนองตอบกับความต้องการของผู้บริโภคยเพื่อกระดับเฟอร์นิเจอร์สู่มิติที่ 4
ยกระดับเฟอร์นิเจอร์หวายเทียมเข้าสู่มิติที่ 4 แห่ง "กลิ่น" ตอบโจทย์การตลาดที่ต้องการนวัตกรรมที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อ "ฮาวายไทย" เติมกลิ่นสมุนไพรในเส้นหวายเทียม สนองตอบกับความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต
แนวคิดดังกล่าวเป็นของ ดร.อุทัย มีคำ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมพอลิเมอร์ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผ่านโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ที่ต้องการต่อยอดเส้นหวายสังเคราะห์ให้กับแบรนด์ Durawera (ดูราวีร่า) ด้วยการเสริมกลิ่นสมุนไพรในเส้นหวาย ได้แก่ กลิ่นส้ม กลิ่นตะไคร้ กลิ่นอบเชยและกลิ่นโป๊ยกั๊ก เป็นรายแรกในเมืองไทย และได้จดสิทธิบัตรภายใต้แบรนด์ฮาวายไทย (HAWAII THAI)
สูดกลิ่นสร้างอารมณ์
วิวัฒน์ วิภวพาณิชย์ กรรมการบริหารบริษัท ฮาวายไทย จำกัด กล่าวว่า เรื่องของ "กลิ่น" จะเป็นจุดขายและจุดแข็งสำคัญให้กับแบรนด์ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ยิ่งมีการเปิดประชาคมอาเซียนถือเป็นโอกาสขยายฐานลูกค้า พร้อมกับการเข้ามาของคู่แข่งในกลุ่มประเทศอาเซียน การพัฒนานวัตกรรมเท่านั้นที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้โดยไม่ใช้สงครามราคา แถมยังสามารถขยายตลาดให้กว้างขึ้น ด้วยการพัฒนาให้เป็นผนังหรือพื้นที่ใช้ตกแต่งภายใน วัสดุตกแต่ง รวมถึงการขยับไปเป็นวัสดุในการทำงานศิลปะอีกด้วย
กลิ่นสมุนไพรในหวายเทียมนี้สามารถคงอยู่ได้นาน 3-4 เดือน และเมื่อหมดกลิ่นแล้วสามารถฉีดหรือเช็ดด้วยกลิ่นสมุนไพรที่ต้องการ โดยกลิ่นคงทน 15-30 วัน
ฮาวายไทยวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์หวายเทียมกลิ่นสมุนไพรให้อยู่ระดับไฮเอนด์ เพราะเป็นงานหัตถกรรมสานมือที่มีเอกลักษณ์ที่เป็นจุดขาย ตอบโจทย์ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท สปาและผู้บริโภคที่ชื่นชอบชิ้นงานจักสานและถักทอ โดยนำเสนอความโดดเด่นและแตกต่างในเรื่องกลิ่นอโรมาเธอราปี โดยออกแบบให้มี 4 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นตะไคร้สร้างความรู้สึกสดชื่น กลิ่นส้มช่วยผ่อนคลายจากความเครียด กลิ่นหวานหอมของอบเชยให้ความสดชื่น และกลิ่นโป๊ยกักสร้างความรู้สึกมีพลัง
"ผมเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะช่วยทำให้เกิดการจดจำแบรนด์ ฮาวายไทย มากขึ้นและสามารถตอบสนองให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ที่ต้องการเฟอร์นิเจอร์ที่ให้คุณค่าทางอารมณ์มากพอๆ กับฟังก์ชั่นการใช้งาน"
กลุ่มเป้าหมายหลักประมาณ 90% เป็นลูกค้าเชิงพาณิชย์ เช่น โรงแรม รีสอร์ท สปา ร้านอาหาร ส่วนที่เหลืออีก 10% เป็นค้าปลีกลูกค้าทั่วไป โดยตั้งเป้ายอดขายในช่วง 6 เดือนแรกไว้ 40 ล้านบาทจากยอดขายรวมในปีนี้ 200 ล้านบาท ถึงแม้ว่าภาพรวมของเฟอร์นิเจอร์ไทยในปีนี้จะชะลอตัว แต่ช่องทางจำหน่ายสำคัญฮาวายไทยยังเน้นการส่งออก 70% และในประเทศ 30%
เพิ่มมูลค่าปลุกอารมณ์ซื้อ
วิวัฒน์ มองว่า แนวทางการทำตลาดต้องเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์มากกว่ากลยุทธ์ราคา เนื่องจากเฟอร์นิเจอร์หวายเป็นธุรกิจที่ต้องใช้แรงงานฝีมือ จึงไม่สามารถแข่งขันด้านราคา ดังนั้น นวัตกรรมกลิ่นจึงเป็นการสร้างมูลค่าให้กับหัตถกรรมไทยได้เป็นอย่างดี นอกจากการพัฒนากลิ่นแล้ว ฮาวายไทยยังมีดีไซน์สีเพิ่มอีกประมาณ 50 สี เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า
ส่วนแผนด้านธุรกิจในอนาคตได้เตรียมสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ เจาะตลาดระดับกลาง โดยเน้นการออกแบบลวดลายการสานที่ง่ายต่อการใช้งาน แต่ก็ยังเคร่งครัดในการรักษามาตรฐานของ HAWAII THAI ด้วยวัสดุคุณภาพและคงเอกลักษณ์งานจักสานด้วยมือ
ด้าน อาจารย์อุทัย กล่าวว่า ในมุมของนักวิจัยการคิดต้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการจะต้องมีความเข้าในธุรกิจ ดังนั้น การทำงานระหว่างนักวิจัยกับผู้ประกอบการจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกัน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีมุมมองในทิศทางเดียวกัน ในอนาคตนวัตกรรมจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ธุรกิจขับเคลื่อนและประสบความสำเร็จ เพราะตลาดการค้าแคบลง คู่แข่งเพิ่มขึ้น หนทางที่จะเป็นที่หนึ่งได้สำเร็จ จะต้องเป็นผู้บุกเบิกสร้างตลาดใหม่แทนที่จะเป็นผู้ตามเหมือนในอดีต







