จีรวุฒิ วงศ์พิมลพร เบื้องหลังพิชิตแชมป์ สวนกระแสพีซีขาลง

เปิดแผนยักษ์พีซีแดนมังกรยึดเก้าอี้แชมป์ตลาดไอทีไทย
วัฏจักรขึ้นลงของอุตสาหกรรมไอทีที่วนเวียนไปตามสภาพแวดล้อมของตลาดและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง แต่ยังไม่ใช่เครื่องการันตีว่าผู้ที่คิดค้นนวัตกรรม หรือมีที่มาระดับตำนานจะอยู่รอดได้ในยุคนี้ โดยเฉพาะตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือพีซีที่เกิดขึ้นบนโลกมากว่า 30 ปี จนขึ้นแท่นสินค้าดาวรุ่งและสร้างบริษัทยักษ์ใหญ่ให้อุตสาหกรรมจำนวนมาก
แต่ปัจจุบันกลับเหลือผู้เล่นรายหลักชนิดนับนิ้วได้ไม่กี่ราย ยิ่งแบรนด์หน้าใหม่โอกาสที่จะแจ้งเกิดได้ยิ่งยากขึ้นตามสภาพ
หากช่วงขาลงของพีซีก็ยังมีผู้ผลิตบางรายที่ยืนหยัดต้านแรงหนืดของตลาด กระทั่งสามารถโค่นแชมป์ยึดหลักชัยยอดขายอันดับหนึ่งในตลาดพีซีระดับโลก 4 ไตรมาสติดต่อกันมาจนถึงขณะนี้
"สินค้าประเภทพีซีจริงๆ แล้วเทคโนโลยีหลักไม่ได้ต่างกันมาก มีซีพียูที่ประมวลผลแรง มีจอที่ดีที่มาจากที่เดียวกัน แต่จุดต่างที่ทำให้แต่ละแบรนด์ต่างกันคือ นวัตกรรมที่ใส่ลงไปอย่างต่อเนื่อง และการจัดการซัพพลายเชนที่ดีเป็นสิ่งที่ทำให้แบรนด์ไปได้มากกว่า" นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เลอโนโว ประเทศไทย ว่า
พีซีเปลี่ยนสิ้นเชิง
แต่ทั้งนี้ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งที่ว่า ตลาดไอทีเปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างสิ้นเชิงจากอดีตเมื่อกว่า 10 ปีก่อนที่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ "เดสก์ท้อป" เป็นอุปกรณ์หลักที่ผู้คนเลือกใช้งาน และมีความถี่ในการเปลี่ยนเครื่องใหม่แทบทุกปี ก่อนจะเริ่มพัฒนามาเป็นคอมพิวเตอร์พกพา หรือ "โน้ตบุ๊ค" ที่เข้ามาเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับคนจำนวนมากได้ดีมากขึ้น จากความสามารถที่เคลื่อนย้ายได้
เทคโนโลยีก็ยังมีวิวัฒนาการต่อมาอีกจนถึงยุคที่อุปกรณ์เคลื่อนที่ประเภท "แทบเล็ต" และ "สมาร์ทโฟน" ที่สะดวกมากกว่าเริ่มเข้ามาดึงดูดความสนใจให้ออกห่างจากพีซีมากขึ้นไปอีก ทำให้โอกาสที่คนจะกลับมาซื้ออีกครั้งนานมากขึ้น
ผู้บริหารเลอโนโว บอกว่า ตลาดพีซีโลกหยุดนิ่งแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี แต่ในไทยยอดขายรวมตกลงเพราะหลายปัจจัย นอกจากสินค้าใหม่ เช่น แทบเล็ต สมาร์ทโฟนแล้ว แต่ละแบรนด์ก็แข่งขันกันรุนแรงมากด้วย ซึ่งในมุมมองของเลอโนโวเชื่อว่าวิธีดังกล่าว "ยังไม่ใช่ทาง" เพราะเห็นตัวอย่างของรายใหญ่ๆ หลายรายที่ทำตลาดดุเดือด แต่ก็สู้ไม่ไหวจนต้องถอนตัวในที่สุด
หากสิ่งสำคัญมากกว่าคือ การสร้างความแตกต่างของนวัตกรรม แม้เลอโนโวจะเข้าสู่ตลาดพีซีหลังจากที่มีรายใหญ่ครองตลาดจำนวนมากแล้ว แต่กลับสร้างการเติบโตได้เป็นที่น่าพอใจสวนทางกับตลาดที่ถดถอยลง
อีกทั้งนวัตกรรมหลายๆ อย่างบนพีซีในระยะหลังก็ถือว่าอยู่ในขั้นนำเทรนด์ก่อนนับปีกว่าจะมีแบรนด์อื่นๆ เดินตาม
ยกตัวอย่างเช่น นวัตกรรมโน้ตบุ๊คที่พับจอได้ที่ริเริ่มแนวคิดโดยเลอโนโว และได้รับการตอบรับดีสำหรับโน้ตบุ๊ค "โยก้า ซีรีส์" ที่เรียกเสียงฮือฮาได้จากความสามารถในการหมุนจอได้แบบ 360 องศา และเริ่มมีแบรนด์อื่นๆ ทำผลิตภัณฑ์แนวนี้ออกสู่ตลาดมากขึ้น
โจทย์ใหญ่หาทางโตภูมิภาค
อย่างไรก็ตามเลอโนโวก็ยังมีการบ้านชิ้นใหญ่ที่ต้องหาทางออก โดยเฉพาะการรับรู้ของแบรนด์ที่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในหมู่ผู้ใช้งานจำนวนมาก
นายจีรวุฒิบอกว่า เลอโนโว หรือ "ธิงค์ ซีรีส์" ที่ได้รับมรดกมาจากไอบีเอ็มถือว่าหายห่วง เพราะเป็นเหมือนตัวแทนของพีซีที่มีความคงทน และไว้วางใจในการใช้งานได้ ซึ่งผู้ใช้กลุ่มนี้ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มคอมเมอร์เชียล ในกรุงเทพฯ
ขณะที่กลุ่มคอนซูเมอร์ หรือโฮมยูส ผลจากการทำสำรวจการรับรู้ของแบรนด์พบว่า สำหรับกรุงเทพฯ "เลอโนโว" ไต่อันดับจากที่ 5 ขึ้นมาอันดับ 2 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ต่างจังหวัดกลับมีคนรู้จักแบรนด์เลอโนโวน้อยมาก ซึ่งก็ต้องยอมรับความจริงว่า เลอโนโวยังอ่อนสำหรับตลาดในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ
รวมถึงการเจาะใจคนซื้อที่พบว่า คนใช้เลอโนโวส่วนใหญ่ยังเป็น "เฟิร์ส จ็อบเบอร์" ที่ไม่ยึดติดแบรนด์ ส่วนกลุ่มนักเรียนก็ยังน้อยมาก
ภารกิจพิชิตที่หนึ่ง
นอกจากนี้เลอโนโวไทยก็ยังมี "ภารกิจสำคัญ" ในฐานะเป็นตลาดที่มีศักยภาพอันดับต้นๆ ของอาเซียนจากปัจจุบันที่อยู่ในท็อป 3 ของตลาดพีซีไทยสู่การเป็นอันดับ 1 ให้ได้ในอนาคตอันใกล้
เมื่อไม่นานมานี้ซีอีโอใหญ่ของเลอโนโวก็มาเยือนไทยที่ช่วยตอกย้ำได้ดีว่า เป็นตลาดในสายตาที่บริษัทเห็นศักยภาพของการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
"งานชิ้นนี้ก็มีความเป็นไปได้ ซึ่งก็มีงานที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะช่องทางการขายที่ต้องให้ครอบคลุม ศึกษาพฤติกรรมตลาดที่โมเดลการขายแบบเดิมๆ เริ่มใช้การไม่ได้แล้ว และที่สำคัญคือ การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อลดภาระที่จะต้องลงทุนกับการตลาด และการลงทุนเอาท์เล็ตให้จำนวนมากๆ เมื่อแบรนด์เป็นที่รู้จักแล้วคนซื้อก็จะมาหาเอง ที่มองไว้คือ การทำกิจกรรมบีโลว์ เดอะ ไลน์ ในต่างจังหวัด และช่องทางออนไลน์ที่เข้ามามีบทบาทต่อการซื้อพีซีของคนมากขึ้น"
รวมถึงการปรับตัวตามกลไกของตลาดที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะพีซีเป็นสินค้าที่ไม่สามารถตั้งราคาให้โอเวอร์เพื่อมาลด 30% หรือ 50% ได้เหมือนกับสินค้าอื่นๆ ขณะที่พฤติกรรมคนซื้อก็เปลี่ยนจากเดิมที่รองานเทรดโชว์ไอทีใหญ่ๆ มาเป็นซื้อจากร้านค้าทั่วไป และช่องทางออนไลน์ที่สะดวกมากกว่า และไม่ต้องใช้เวลารอ
อนาคตเริ่มมีครึ่งปีหลัง
อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงทิศทางของตลาดไทยในภาพรวมผู้บริหารเลอโนโวยังเชื่อว่า วัฏจักรช่วงดีจะเริ่มกลับมาจากความเชื่อมั่นทางการเมืองที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคกล้าที่ใช้จ่ายมากขึ้น และเงินที่จะเริ่มหมุนเวียนจากภาครัฐ และงบค้างจ่ายต่างๆ ที่คาดว่าจะทำให้บรรยากาศโดยรวมกลับมาเป็นบวกจากครึ่งปีแรกที่ยอดขายรวมทุกแบรนด์ร่วงไม่ต่ำกว่า 30%
โดยครึ่งปีหลังที่เหลือจะเริ่มเห็นเลอโนโวปรับปรุงช่องการขายให้มีความสามารถทำตลาดเฉพาะทางได้ดีขึ้น ตลอดจนระบบการดูแลลูกค้าจากเดิมที่มีคอลล์ เซ็นเตอร์ หลักที่มาเลเซีย มาตั้งในไทยเพื่อให้บริการตอบคำถามและช่วยเหลือลูกค้าในไทยได้ใกล้ชิดมากขึ้น
รวมทั้งการปรับปรุงการรับประกันสินค้าที่จะเน้นเพิ่มความสะดวกให้ผู้มารับบริการ
ช่วงเรียนรู้ตลาดใหม่
นอกเหนือจากตลาดพีซีที่เป็นสินค้าหลักทำรายได้ในไทย เลอโนโวก็ยังมีแผนจะขยายไลน์อัพสินค้าตามกระแสของตลาดทั้งกลุ่มโมบายที่เริ่มนำร่องแล้ว 1 ปีกับการทำตลาดสมาร์ทโฟน
นายจีรวุฒิ ยอมรับว่า การขายสมาร์ทโฟนเป็นสิ่งที่ใหม่มากสำหรับพีซี เวนเดอร์ ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นเวลาของการเรียนรู้ลองผิดลองถูก ตั้งแต่ช่องทางการขาย ผู้บริโภค ที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่น่าพอใจสำหรับเลอโนโว
แต่ทั้งนี้ก็เชื่อมั่นว่าไดเรคชั่นของบริษัทแม่เดินมาถูกทางแล้ว จากบริษัทพีซีที่ขยับมาเป็นบริษัทเอ็นเตอร์ไพรซ์มีสินค้าที่ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงเร็ว และสามารถทำให้ "เลอโนโว" เป็นแบรนด์ที่จะอยู่กับผู้บริโภคไปอีกนาน
โดยการเกาะกระแสความต้องการของตลาดโลกในมุมของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นอกเหนือจากพีซี เช่น อุปกรณ์ไอทีสำหรับสวมใส่ (Wearable Device) หรือแม้แต่สมาร์ท ทีวี ที่อยู่ในแผนการทำงานของบริษัทเลอโนโวเช่นเดียวกัน
"คำว่าพอใจมันไม่ได้ เพราะเป้าหมายสำหรับตลาดไอทีคือ การต้องไปต่อให้ได้ ตลาดใหม่อย่างโมบายก็ต้องยอมรับว่าซื้อบทเรียนก่อน ขณะที่การสร้างแบรนด์ก็เป็นเรื่องที่ใช้เงินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้เวลา และต้องเข้าใจด้วยว่าความต้องการของผู้บริโภคแตกต่างกันทั้งองค์กรใหญ่ เอสเอ็มบีจนถึงคนใช้งานทั่วไป ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องตีโจทย์ให้ออก"




