วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

นวัตกรรมในซองชา

นวัตกรรมในซองชา

จากแรงบันดาลใจ จับงานวิจัยใส่ซองชา “Cleansing tea” ชา สมุนไพรไทยทางเลือกเพื่อสุขภาพ

ชาจาก สมุนไพร เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกและปลอดภัยสำหรับประชาชนทั่วไป การชงชาเป็นการสกัดสารที่เป็นตัวยาสำคัญด้วยความร้อนในช่วงเวลา สั้นๆ เพื่อไม่ให้สารที่ไม่พึงประสงค์ถูกสกัดออกมาหรือเพื่อป้องกันไม่ให้ สารที่ต้องการถูกทำลายด้วยความร้อนที่นานเกินไป รวมทั้งสามารถรักษากลิ่น รสชาติที่ต้องการของสมุนไพร ชนิดนั้นๆ เอาไว้ด้วย

ผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพรจะต้องมีคุณภาพมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งกรรมวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษา ภาชนะบรรจุ ตลอดจนผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่ามีความถูก ต้องเหมาะสม จึงจะสามารถผลิตหรือนำเข้าเพื่อออกจำหน่ายได้ตามประกาศกระทรวง สาธารณสุข ฉบับที่ 280 พ.ศ.2547 เรื่อง ชาสมุนไพร เพื่อเป็นการ สนองนโยบายของรัฐบาลที่ได้ประกาศให้ประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้าน สุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและสมุนไพรไทยให้ได้ มาตรฐาน ในปี พ.ศ. 2547 และสนับสนุนให้มีงานศึกษาวิจัยรองรับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและสร้างความน่าเชื่อถือต่อ ผลิตภัณฑ์

ดังนั้นโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) เครือข่ายมหาวิทยาลัยมหาสารคาม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับของ บริษัท เดอะ กีฟวิ่งที จำกัด นำปัญหาสุขภาพมาเป็นแรงบันดาลใจในการจับงานวิจัยใส่ซองชา

โดยนำพืชพื้นบ้านอีสาน ใบย่านางแดง (Bauhinia strychnifolia Craib.) ใบรางจืด (Thunbergia laurifolia L.) และใบมะรุม (Moringa oleifera Lam.) สกัด ได้ชา Cleansing ที่ช่วยในการล้างสารพิษออกจากร่างกายได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ทั้งคุณสมบัติการล้างสารพิษในเลือดจากรางจืด การล้างสารพิษในลำไส้จากย่านางแดง เพิ่มความสดชื่นจากวิตามินซี ในใบมะรุมและช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี ดื่มเป็นประจำช่วยลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรง

จากการวิเคราะห์สาระสำคัญในชา Cleansing พบสารประกอบฟิโนลิคและสารฟลาโวนอยด์ ในปริมาณที่สูง ประกอบกับ คาเทชิน และไมริซิติน ที่มีคุณสมบัติในการลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดมะเร็ง นอกจากนั้น ยังสามารถรักษาอาการแพ้ที่เกิดจากการรับประทานอาหารพิษผิดสำแดงใน หญิงหลังคลอด การถอนพิษ เบื่อเมา การแก้พิษเบื้องต้นจากการรับประทานเห็ดพิษหรือสารกำจัดแมลง เป็นต้น

แรงบันดาลใจสู่การจับงานวิจัยใส่ซองชาในครั้งนี้ คุณวีรยา รวิชุติวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ กีฟวิ่งที จำกัด ได้เล่าว่าหลังจากการทำงานในบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่มาสิบกว่าปี มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง และต้องหักโหมกับการทำงานหนักมากขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายทรุดโทรม มีผลต่ออาการเจ็บป่วยที่ไม่เคยได้รับการดูแลจนกลายเป็นโรคประจำตัวที่ไม่ได้ รับการรักษา จนในที่สุดก็มีผลกับการทำงาน ทำให้ต้องหันมาดูแลสุขภาพของตนเอง และพบว่าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเป็นทางเลือกหนึ่งเนื่องจากดื่มง่าย สะดวกต่อการบริโภค และทำให้สุขภาพดีขึ้น จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้สนใจการทำชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพที่มีอยู่อย่าง จำกัดมานำเสนอในตลาดชาสมุนไพร เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่นิยมดื่มชาอย่างแท้จริง

“ประเทศไทยอุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชสมุนไพร ประกอบกับความหลากหลายทางภูมิปัญญาไทยที่ผนวกเอาความรู้ทางการแพทย์พื้นบ้าน มาใช้กับสมุนไพรเพื่อป้องกันบรรเทาหรือรักษาโรค ประเทศไทยจึงนับเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เพื่อสุขภาพจากสมุนไพรพื้นบ้าน น่าเสียดายที่ความรู้เหล่านั้นไม่ได้ถูกนำมาถ่ายทอด และประยุกต์ใช้กับชีวิตของสังคมปัจจุบันมากนัก ผลิตภัณฑ์สมุนไพรในท้องตลาดยังคงจำกัดอยู่ในวงแคบ ด้วยการใช้สมุนไพรที่รู้จักกันดีเพียงไม่กี่ชนิด ทำให้ทรัพยากรสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพสูงถูกมองข้ามคุณค่าที่แท้ จริงไป”

บริษัทฯ เห็นความสำคัญที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาจากสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อสุขภาพให้เกิดคุณประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้จริงและ ส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชน จึงสนใจมุ่งสู่พื้นที่ภาคอีสาน เนื่องจากเป็นแหล่งสมุนไพรชั้นดีแหล่งใหญ่ของประเทศ บริษัทฯ ได้เข้าไปปรึกษาโครงการ สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย เครือข่าย มมส. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และโครงการดังกล่าวฯ ทำให้เราสามารถเข้าถึงห้องปฏิบัติการและเครื่องมือชั้นสูงได้ง่าย ในการวิจัยพัฒนาทดสอบสารสำคัญและทดสอบสารที่ได้จากวัตถุดิบและชา ทุกสูตรจนได้ชาสมุนไพร Cleansing ที่ช่วยขับสารพิษตกค้างในร่างกายได้

ทั้งนี้โครงการได้วิจัยชาสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพอีกหลายสูตร เช่น ชา Mulberry Rice ซึ่งเป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่มีชาใบหม่อนผสมกับข้าวคั่วไทยที่ คัดสรรเฉพาะยอดอ่อนของใบหม่อนปลอดสารพิษ ผสมกับข้าวคั่วกลิ่นละมุนจากข้าวกล้องหอมมะลิพันธุ์ดี หรือ ชา 4Leaves จากใบข้าว ใบไผ่ ใบหม่อน และใบเตย แหล่งคลอโรฟิลล์และสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ป้องกันการเกิดมะเร็ง เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ยังช่วยในการบำรุงหัวใจ ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดหัวใจ และสมอง ช่วยให้สมองผ่อนคลาย และยังอุดมไปด้วย โพลีฟีนอล คาเทชิน วิตามิน เอซี อี และเค ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

จุดเด่นอีกประการหนึ่งคือ ในส่วนของผลิตภัณฑ์ชาของเดอะกีฟวิ่งที คือ ซองจะเป็นรูปปิระมิด ซึ่งเป็นนวัตกรรมของวงการชาเพื่อการชงชาให้ได้ประโยชน์สูงสุด เพราะเป็นการเพิ่มพื้นผิวสัมผัสให้น้ำร้อนได้สัมผัสชามากที่สุด เพื่อดึงสารที่มีประโยชน์ออกจากใบชาได้อย่างเต็มที่

“ความสำคัญของคุณภาพซองชา มีผลต่อสิ่งที่ผู้บริโภคดื่ม”

ซองชาปิระมิดจะไม่มีกาว ลวดเย็บกระดาษ และสิ่งเจือปนจากการผลิตเพราะผลิตในระบบปิด และที่สำคัญ ชาชนิดเดียวกันบรรจุในซองต่างชนิดกันให้สารสำคัญต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งนี้โครงการฯ ยังเปรียบเทียบสารสำคัญของชาชนิดเดียวกันด้วยวิธีการชงที่ต่างกัน ซึ่งได้ผลจากการทดสอบยืนยันว่าการชงด้วยซองปิระมิดดึงสารที่มีประโยชน์ต่อ ร่างกายได้มากกว่าจริง นับเป็นการต่อยอดจาก การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่ม มูลค่าทางเศรษฐกิจของทรัพยากรภายในประเทศและที่สำคัญ ช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มศักยภาพของบริษัทในการแข่งขันอย่าง เหนือชั้นด้วยมีลูกค้าต่างชาติให้ความสนใจอย่างมากในการ พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก

ดร.รัชนี นามมาตย์ ผู้เชี่ยวชาญโครงการสนับ สนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย เครือข่าย มมส. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ดำเนินการศึกษาสรรพคุณของสมุนไพรหลายร้อยชนิดรวมถึงตำรับยาที่มีความเป็น ไปได้ในการพัฒนาชาสมุนไพร โดยมุ่งเน้นในการเพิ่มมูลค่าสมุนไพรพื้นบ้านที่มีประสิทธิภาพสูง หรือพืชที่มีคุณประโยชน์มากแต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์เท่าที่ ควร การทำงานกับบริษัทฯ จะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลความต้องการของผู้บริโภคของบริษัทกับ ความรู้เชิงวิชาการของผู้เชี่ยวชาญเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในเชิง พาณิชย์

“การทำชาสมุนไพรสำหรับโครงการนี้ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ เนื่องจากต้องอาศัยองค์ความรู้ด้านแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบาน ประกอบกับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ได้ผลตามที่บริษัทต้อง การ ในขณะเดียวกันบริษัทให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์สัมผัสมาก จึงต้องทำให้สมุนไพรแต่ละตัวออกมา สวยทั้งใบแห้งและน้ำชา และมีรสชาติดี ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะสมุนไพรแต่ละตัวมีข้อจำกัดหลายอย่าง ตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก คุณภาพและปริมาณวัตถุดิบ กระบวนการแปรรูปโดยให้สามารถรักษาสารสำคัญไว้ คุณประโยชน์และผลการนำไปใช้ เราต้องคิดให้รอบด้าน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีโดยแท้จริง”

ผลงานการสร้างสรรค์จากโครงการนี้คือสูตรชาเพื่อสุขภาพทั้งหมด 11 สูตร ซึ่ง ดร. รัชนี ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจและการผลิตชาบางสูตร เช่น ชา Cleansing เกิดจากการที่บริษัทเล็งเห็นว่า สารพิษมีอยู่มากมายรอบตัวจนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แต่ยังไม่มี ผลิตภัณฑ์ใดที่ช่วยในการกำจัดสารพิษที่อาจตกค้างในร่างกายได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญจะทำการวิจัยสมุนไพรแต่ละตัวที่สามารถกำจัด สารพิษตกค้างได้จริงมาวิเคราะห์เชิงคุณภาพด้วยวิธี Hight – performance liquid chromatography ( HPLC ) โดยผู้เชี่ยว ชาญจากศูนย์เครื่องมือกลาง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในการตรวจหาสารสำคัญ หรือสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งสมุนไพรแต่ละชนิดมีสารสำคัญที่ มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายชนิดในปริมาณมากน้อยต่างกัน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพชาสมุนไพรให้ สามารถขับสารพิษตกค้างได้อย่างแท้จริง

ทีมวิจัยต้องศึกษาสมุนไพรหลายตัวที่มีฤทธิ์เสริมกันเพื่อให้ได้สูตร ชาที่ดีที่สุดโดยไม่มีผลข้างเคียงหรือผลเสียต่อร่างกาย ไม่เพียงแต่การศึกษาสรรพคุณสมุนไพร แต่การทำงานต้องละเอียดถึงระดับการเปรียบเทียบสมุนไพรชนิดเดียวกัน แต่ต่างสายพันธุ์หรือต่างอายุอีกด้วย นอกจากนี้ กระบวนการแปรรูปยังเป็นสิ่งที่สำคัญและซับซ้อนอย่างยิ่ง เพราะวิธีการแปรรูปที่ต่างกันทำให้ผลลัพธ์ต่างกัน ทั้งรสชาติ กลิ่น หรือสีน้ำชา และที่สำคัญที่สุด ต้องให้แน่ใจว่าสมุนไพรแต่ละตัวที่ผ่านการแปรรูปยังสามารถคงสารที่ มีประโยชน์และยังคงมีประสิทธิภาพในการกำจัดสารพิษตกค้างได้จริง

ดร. รัชนี กล่าวว่า “ชา Cleansing มีส่วนผสมของย่านาง แดง รางจืด และใบมะรุม เมื่อได้สูตรที่กลมกล่อมลงตัวแล้ว ต้องมาทำการทดสอบด้วยวิธี HPLC อีกครั้ง โดยทำการเปรียบเทียบระหว่างสูตรชา Cleansing ในซองปิระมิดเทียบกับในซองกระดาษ และเปรียบเทียบผลที่ได้กับการต้มสมุนไพรสดและการ หมักสมุนไพรตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์มีประโยชน์อย่างแท้จริง”

ส่วนเรื่องคุณภาพสินค้ายังมีการใช้วิทยาศาสตร์ในการควบคุมมาตรฐานการผลิต เช่น มีการตรวจสอบเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้ามีมาตรฐานโดยแท้จริง อีกผลงานเด่นคือ ชา 4Leaves ที่เกิดจากการเล็งเห็นประโยชน์ของพืชที่มีประโยชน์แต่ถูกมองข้ามความสำคัญ

อย่างใบข้าวหรือใบไผ่ ที่คนส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์จากส่วนอื่น ทั้งๆ ที่ส่วนใบมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เช่น มีวิตามินซีและวิตามินอีสูง จึงเกิดเป็นความคิดที่จะรวมเอาพืชใบเขียวที่มีคลอโรฟิลล์มาสร้าง สรรค์สูตรชาเพื่อสุขภาพ ชา 4Leaves เป็นชารสชาติหอมหวานที่มี ส่วนผสมของ ใบข้าว ใบไผ่ ใบหม่อน และใบเตย ดื่มง่าย แม้จะดื่มเป็นชาร้อนแต่จะให้ความรู้สึกเย็นๆ เพราะสมุนไพรทั้งหมดมีฤทธิ์เย็น ช่วยเสริมสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซี วิตามินอี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสร้างคอลลาเจนเพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อ เยื่อในร่างกาย

ความภาคภูมิใจในผลงานของโครงการนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์โดยการประยุกต์ภูมิปัญญา ท้องถิ่นผสมผสานกับความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีและกระบวนการทางวิ ทยาศาตร์ ซึ่งเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตโดยการสนับสนุนการดื่มชาเพื่อ สุขภาพที่ดี แต่รวมไปถึงการเพิ่มมูลค่าของพืชท้องถิ่นรวมไปถึงการสร้างพัฒนาอาชีพและการ สร้างรายได้ให้ชุมชน ซึ่งครัวเรือนสามารถสร้างรายได้จากสมุนไพรบางชนิดที่ปลูกอยู่แล้ว

และทางมหาวิทยาลัยมีการส่งเสริมให้ชุมชนได้ปลูกเพิ่มเติมรวมถึง การสร้างอาชีพในการเก็บวัตถุดิบและแปรรูปด้วยกรรมวิธีต่างๆ โดยการแนะนำและควบคุมคุณภาพโดยทีมวิจัย ผลงานทางวิชาการและความรู้ที่ได้จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์สามารถนำไป ใช้ในการบริการวิชาการให้กับนิสิตสาขาแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และผลิตภัณฑ์ที่ได้ยังได้นำไปเผยแพร่งานมหกรรมสมุนไพร กระทรวงสาธารณสุข และงานมหกรรมทรัพยากรทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย