วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง

ดร.อดิสร พาไปอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยี U-Society หมายถึงสังคมที่ทุกคน และทุกสิ่งจะถูกเชื่อมโยงถึงกัน

ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ ผู้คนในสังคมจะเชื่อมโยงกันผ่านเครือข่ายต่างๆ เช่น เครือข่ายสื่อสาร เครือข่ายอินเตอร์เน็ต เครือข่ายสังคมออนไลน์ ได้ทุกที่ ทุกหนทุกแห่ง ทุกเวลา เรียกได้ว่า สังคมเครือข่ายสื่อสารทุกแห่งหน หรือ Ubiquitous Society หรือเรียกสั้นๆ ว่า สังคมเชื่อมโยง (U-Society) เป็นสังคมที่ทุกคน และทุกสิ่งจะถูกเชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งเป็นผลจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการย่อส่วนอุปกรณ์ (Miniaturization) และการบูรณาการอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เข้ากับสิ่งต่างๆ ในสภาพแวดล้อมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อและใช้คอมพิวเตอร์ได้ทุกหนทุกแห่ง

โดยแนวคิดเรื่อง U-society นี้ มีมาตั้งแต่ก่อนที่เครือข่ายสังคมออนไลน์ อย่าง Facebook หรือแม้แต่ hi5 และ Twitter จะเกิดขึ้นเสียอีก และมีการเตรียมการเรื่องนี้ในหลายประเทศ ตัวอย่างเช่น ในประเทศญี่ปุ่น มีนโยบาย U-Japan มาตั้งแต่ปี 2001 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อมุ่งพัฒนาไปสู่การเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านไอทีที่สุดในโลก ภายใต้แนวคิดที่ว่าต้องสามารถเชื่อมโยงกัน เมื่อไรก็ตาม ที่ไหนก็ตาม ที่ไหนก็ตาม อะไรก็ตามและใครก็ตาม

หรือในประเทศสหรัฐอเมริกา ก็มุ่งไปในทางการพัฒนาระบบ Web 2.0 ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลที่มีอยู่มากมายบนโลกออนไลน์เป็นเครือข่ายสังคม หรือเรียกได้ว่า Social Network แนวคิดเรื่อง U-Society จะเป็นจริงได้ต้องอาศัยเทคโนโลยีหนึ่งซึ่งเป็นส่วนสำคัญก็คือ เทคโนโลยี Internet of Things หรืออินเตอร์เน็ตกับทุกสรรพสิ่ง ซึ่งหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง รวมทั้งมนุษย์สามารถสื่อสารกันผ่านอินเตอร์เน็ต

โดยทุกสิ่งที่กล่าวถึงนั้นอาจมีเซ็นเซอร์ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นอุปกรณ์รับรู้สัมผัสทั้ง 5 ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น ตา หู จมูก ปาก ผิวหนังสัมผัส เพื่อตรวจรับรู้สภาวะต่างๆ ที่ต้องการ

ในปี 2012 ที่ผ่านมามีรายงานว่า มากกว่า 3.7 ล้านอุปกรณ์เซ็นเซอร์เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต และคาดว่าจำนวนของอุปกรณ์เซ็นเซอร์จะเชื่อมต่อกันมากถึง 1 ล้านล้านตัวภายในปี ค.ศ. 2022 สาเหตุที่เทคโนโลยี Internet of Things ก้าวหน้าไปอย่างมาก เนื่องจากมีการเริ่มใช้อินเตอร์เน็ตโปรโตคอลแบบ IPv6 ในปี ค.ศ. 2012 ที่ผ่านมา ทำให้อุปกรณ์แต่ละตัวมี IP Address ที่ไม่ซ้ำกัน และมันยังทำให้อุปกรณ์เซ็นเซอร์มีความสามารถที่จะระบุตำแหน่งได้ด้วย

นอกจากนี้ความก้าวหน้าของเครือข่ายความพิวเตอร์ความเร็วสูงแบบคลาวด์ (Cloud computing) ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลที่ได้รับจากอุปกรณ์เซ็นเซอร์ และระบบคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงที่สามารถนำข้อมูลที่รวบรวมได้ มาทำการวิเคราะห์ และได้เป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่าและใช้ตัดสินใจได้ และเนื่องจากเซ็นเซอร์เองก็มีขนาดเล็กและราคาถูกลงกว่าร้อยละ 90 ด้วยเทคโนโลยีระบบเครื่องกลไฟฟ้าจุลภาค (Microelectromechnical system หรือ เรียกย่อว่า MEMS) ไม่ว่าจะเป็น เซ็นเซอร์วัดความเร่ง เซ็นเซอร์วัดมุม เซ็นเซอร์วัดความดัน เป็นต้น และราคาของป้ายระบุบุคคลด้วยคลื่นวิทยุ (RFID tag) ก็มีราคาถูกลงมากกว่าร้อยละ 40 ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันมีราคาประมาณเพียง 3 บาทต่อชิ้น

ดังนั้นในเมื่อทุกอย่างเป็นใจ ความฝันว่า อุปกรณ์เซ็นเซอร์ทุกตัวจะเชื่อมต่อกันทั้งโลก รวมทั้งเชื่อมต่อกับมนุษย์แบบที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็น U-Society จึงไม่ไกลเกินความเป็นจริง

บทความโดย

*ดร. อดิสร เตือนตรานนท์

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

ที่ปรึกษา สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ

[email protected]