จุดฟ้าอันดามัน โมเดล

จุดฟ้าอันดามัน คือชื่อเรียกใหม่ของปลากะรังจุดฟ้า ผลผลิตจากโครงการต้นแบบการผลิตพันธุ์ปลากะรังที่มีมูลค่าสูงเชิงพาณิชย์
จุดฟ้าอันดามัน คือชื่อเรียกใหม่ของปลากะรังจุดฟ้า ผลผลิตจากโครงการต้นแบบการผลิตพันธุ์ปลากะรังที่มีมูลค่าสูงเชิงพาณิชย์ เมื่อนักวิจัยสามารถเพาะพันธุ์ปลาตระกูลนี้ได้สำเร็จ ซึ่งรวมถึงปลาเก๋าเสือและปลาหมอทะเล ทั้งยังส่งเสริมให้เป็น "เมนูเอกลักษณ์" สร้างจุดขายให้กับจังหวัดภูเก็ตในอนาคต
โครงการต้นแบบการผลิตพันธุ์ปลากะรังที่มีมูลค่าสูงเชิงพาณิชย์ เป็น 1 ใน 5 ชุดโครงการวิจัยด้านการเกษตรในจังหวัดภูเก็ตและพังงา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร หรือสวก.
วิจัยแก้ปัญหา
ปลากะรังมีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นว่า ปลาเก๋า หรือ ปลาตุ๊กแก เป็นสัตว์เศรษฐกิจทางภาคใต้ที่มีอนาคตสดใสในตลาดจีน ราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ 800-1,200 บาท แต่ปัญหาสำคัญคือ เกษตรกรนิยมนำลูกปลาจากธรรมชาติมาเลี้ยงในกระชัง ทำให้ปริมาณผลผลิตไม่แน่นอนและไม่เพียงพอต่อความต้องการ
"ต้นแบบการผลิตพันธุ์ปลากะรังที่มีมูลค่าสูง" จึงเป็นโจทย์การวิจัยของสำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง ที่ต้องมุ่งหาแนวทางเพาะเลี้ยงปลาปลากะรัง 3 ชนิดในตระกูลเดียวกันคือ ปลากะรังจุดฟ้า ปลาเก๋าเสือและปลาหมอทะเล รวมทั้งมุ่งปรับปรุงเทคนิคการเพาะเลี้ยงเพื่อให้ได้ลูกปลาที่มีอัตรารอดตายสูงขึ้น
วัตถุประสงค์โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการเพาะพันธุ์ปลากะรัง และปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่ออัตรารอดและการเจริญเติบโตของปลากะรัง เพื่อให้สามารถผลิตลูกปลาที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อการดำเนินการในเชิงพาณิชย์ ทั้งยังสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรเพื่อเป็นอาชีพทางเลือกใหม่ และที่สำคัญคือช่วยอนุรักษ์พันธุ์ปลาในธรรมชาติอีกด้วย
วารินทร์ ธนาสมหวัง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า โครงการวิจัยมีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (2553-2558) ทุนสนับสนุนจาก สวก.คิดเป็นมูลค่า 21.84 ล้านบาท ปัจจุบันสามารถเพาะปลากะรังได้ 223,000 ตัว สร้างมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท จากการส่งต่อให้กับเกษตรกรในจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่ใกล้เคียง
ผสานการตลาดเชิงรุก
พีรเดช ทองอำไพ ผู้อำนวยการ สวก. เสริมว่า ผลผลิตจากโครงการวิจัยนี้ นอกจากเกษตรกรนำไปจำหน่ายต่อให้ผู้บริโภคแล้ว แต่เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง ทางสวก. จึงปรับกลยุทธ์ในการกระตุ้นความต้องการของตลาดเชิงรุก โดยเชื่อมโยงการตลาดกับการท่องเที่ยว ผลักดันให้ปลากะรังทั้ง 3 ชนิดเป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน คือ ภูเก็ต พังงาและกระบี่ จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างความต้องการของตลาดให้มีอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น
เริ่มจากการนำเสนอปลากะรังจุดฟ้าในชื่อ "จุดฟ้าอันดามัน" เสมือนเป็นเครื่องหมายการค้าที่สร้างการรับรู้และจดจำ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นการเชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมต่างๆ เช่น เทศกาลอาหารของภูเก็ต จะมีการประกวดอาหารจากปลาจุดฟ้าอันดามัน เป็นครั้งแรก เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงเทคโนโลยีการเลี้ยงสมัยใหม่ ที่จะช่วยพัฒนาไปสู่ประมงชายฝั่งและประมงพื้นบ้าน
ขณะเดียวกันยังเป็นวัตถุดิบทางเลือกให้กับธุรกิจร้านอาหาร เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้ปลาชนิดนี้โดดเด่นในอันดามัน และเป็นอาชีพทางเลือกใหม่ที่ชาวประมงได้รับการส่งเสริม พร้อมไปกับการโปรโมทเชิงการตลาดให้กับนักท่องเที่ยวได้รู้จักมากขึ้น คาดว่าจะช่วยให้การขยายตัวของเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตเพิ่มขึ้น
ฟาร์มปลาสู้อากาศเปลี่ยน
ทั้งนี้ นอกจากโครงการเพาะเลี้ยงปลากะรังแล้ว สวก.ยังให้ทุนสนับสนุนสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ดำเนินการสร้างต้นแบบฟาร์มเลี้ยงปลากะพงขาวความหนาแน่นสูงในระบบน้ำหมุนเวียน ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เพื่อเป็นรูปแบบการเลี้ยงสัตว์น้ำใหม่ ที่มีความมั่นคง ปลอดภัย ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
งานวิจัยดังกล่าวนี้จะช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตปลาได้ตามความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้นทุนต่ำโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ลดการใช้แรงงานคน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเลี้ยงสัตว์น้ำจืด หรือปลาทะเลชนิดอื่นๆ อาทิ ปลากะรังจุดฟ้า
"ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในระบบผลิตสัตว์น้ำ และฐานการผลิตอาหารของประเทศไทยในภาวะที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงสูง" ผู้อำนวยการ สวก.กล่าว







