ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงกำลังบูม เช่นเดียวกับเทรนด์สมุนไพร บอสซี่ แชมพูสำหรับสัตว์เล็ก รุกตลาดด้วยจุดแข็งความเป็นธรรมชาติ เน้นสมุนไพร
สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน
ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงกำลังบูม เช่นเดียวกับเทรนด์สมุนไพร ‘บอสซี่’ แชมพูสำหรับสัตว์เล็ก รุกตลาดด้วยจุดแข็งความเป็นธรรมชาติ เน้นสมุนไพร ไร้สารเคมี ตั้งเป้าโต 50% ภายในปี 57
ในฐานะนักสมุนไพร “พัชรนันท์ โชติพันธุ์สิริ” พยายามพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์สำหรับคนที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ จนได้สูตรแชมพูที่ดีสำหรับผิวแพ้ง่าย จนกระทั่งลูกสาวเก็บแมวเปอร์เซียถูกทิ้งมาในบ้าน พร้อมด้วยเชื้อราที่ทำเอาขนร่วงเป็นหย่อม ๆ จนต้องไปพบแพทย์
และลูกสาวของเธอก็จุดประกายให้พัชรนันท์พัฒนาแชมพูสำหรับสัตว์ ที่เน้นการบำรุงผิวและเส้นขน ด้วยสมุนไพรที่เธอถนัด
:: สมุนไพรเพื่อสัตว์เล็ก
การพัฒนาสูตรแชมพูสำหรับสัตว์ พัชรนันท์เผยว่า ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีอยู่ในท้องตลาดจะมีสารเคมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิว โจทย์ของผลิตภัณฑ์นี้คือ การเลือกใช้สารสกัดจากธรรมชาติ โดยไม่มีสารเคมี จึงต้องมองหาส่วนผสมที่จะมาทดแทนสารเคมีต่าง ๆ
“จุดเด่นของเราคือ เป็นแชมพูที่ปราศจากสารชำระล้าง และทำให้เกิดฟอง (SLS และ SLES), เกลือ (Sodium Chloride), สารกันเสีย (Preservative) รวมถึงสีและกลิ่นสังเคราะห์ (Chemical Dye & Fragrance) แล้วมองหาสารสกัดธรรมชาติอื่น”
เจ้าของสูตรเลือกใช้สารตั้งต้นจากพืชตระกูลถั่ว, มันสำปะหลัง รวมกับน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มาผ่านกระบวนการให้มีค่า pH ที่สมดุล ในขณะที่กลิ่นก็จะเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยที่ไม่ฉุนสำหรับสัตว์
พัชรนันท์กล่าวว่า กลิ่นหอมของแชมพูที่เจ้าของชอบนั้น บางทีสัตว์อาจจะไม่ชอบ จึงมีการทดสอบกับแพรรีด็อก เนื่องจากเป็นสัตว์เล็กที่มีการตอบสนองเร็วกว่าสัตว์ใหญ่พบว่า กลิ่นหอจากสารเคมีจะส่งผลให้สัตว์ไม่นิ่ง ในขณะที่น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ แพรรี่ด็อกมีแนวโน้มจะอยู่นิ่งมากกว่า
เธอใช้เวลากว่า 1 ปีในการพัฒนาสูตรสำหรับแชมพูสัตว์ แม้จะมีพื้นฐานการทำแชมพูสมุนไพรสำหรับคนแล้ว แต่ความยากก็มี เนื่องจากค่า pH ของคนและสัตว์ต่างกัน การเลือกสารสกัดธรรมชาติจะต้องมีกรดธรรมชาติที่สมดุล
วัตถุดิบส่วนใหญ่มีการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม (Eco Label Approved) สารสกัดต่าง ๆ ผ่านกระบวนการสกัดที่นำเอาประโยชน์จาก Micro Organism ของพืชผัก ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยวิธีธรรมชาติ พร้อมด้วยสีและกลิ่นจากธรรมชาติ
:: เจาะตลาดคนรักสุขภาพสัตว์
“บอสซี่” (Bozzi) เกิดขึ้นในปี 2555 โดยการแจกให้ลองใช้ในหมู่เพื่อนที่มีสัตว์เล็ก ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์เล็ก, แมว, แพรรีด็อก, กระต่าย, หนูตะเภา และชูการ์ไกลเดอร์
“ช่วงแรก เราทำตลาดเชิงรุก นำเสนอไปวางจำหน่ายในร้าน Ozono ที่เป็นโซนสำหรับสัตว์เลี้ยง ในขณะเดียวกันก็ทำตลาดโดยไปวางจำหน่ายในร้านเพ็ทช็อปและโรงพยาบาลสัตว์ต่างๆ และล่าสุดในปี 2557 นี้ บอสซี่ก็เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงแบรนด์แรกที่ได้รับเลือกไปวางจำหน่ายใน The Selected ที่สยามเซนเตอร์”
พัชรนันท์กล่าวว่า การทำตลาดในช่วงแรกถือว่ายาก เพราะผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาและผลิตด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ100% มีต้นทุนสูง กระบวนการผลิตยุ่งยาก ทำให้ราคาของสินค้าสูงตาม (380 บาท) แต่ถือว่า ราคาไม่แพงเท่ากับแชมพูสัตว์เลี้ยงที่นำเข้าจากต่างประเทศ
กลุ่มเป้าหมายของบอสซี่คือ คนรักสัตว์เล็กที่เข้าใจในตัวสินค้า ต้องการผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เพื่อลดความเสี่ยงโรคหรือการแพ้ ระคายเคืองของสัตว์เลี้ยง ซึ่งเจ้าของแบรนด์ยอมรับว่า ในไทยยังมีไม่มาก
“ยอดขายของบอสซี่ยังไม่ได้โตแบบก้าวกระโดด แต่เราสามารถทำให้แบรนด์อยู่ได้ ปีนี้จึงจำเป็นจะต้องสร้างการรับรู้ของแบรนด์เพื่อให้คนที่เลี้ยงสัตว์รู้ว่ายังมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสำหรับสัตว์อยู่ ผ่านการออกงานแฟร์ ที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้”
นอกจากนี้ พัชรนันท์ยังมองตลาดส่งออก โดยเฉพาะประเทศที่เลี้ยงสัตว์ในบ้าน และนิยมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งมีแผนจะเดินหน้าเข้าไปในปีนี้ จากนั้นก็จะขยายสู่ตลาดยุโรปและสหรัฐในอนาคต
การตลาดเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ เจ้าของแบรนด์บอสซี่ตั้งเป้าโต 50% จากรายได้ในปี 2556 ในขณะเดียวกันก็มีแผนจะพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าผู้รักสัตว์ทั้งหลาย


