นวัตกรรมสไตล์อีพีจี

นวัตกรรมสไตล์อีพีจี

"โจทย์ปัญหา" คือที่มาของการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ของเครือ EPG ปูทางสู่การเป็นผู้นำโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมโพลิเมอร์ ส่งออกสินค้าไปทั่วโลก

36 ปีของ "เครืออีพีจี" หลังจากประสบความสำเร็จในการผลิตทุ่นลอยประมงและเทปกาวชนิดพิเศษที่โรงงานเล็กๆ ย่านคลองเตย ได้เติบโตก้าวสู่การเป็นผู้นำโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมโพลิเมอร์ ส่งออกสินค้าไปกว่า 100 แห่งทั่วโลก มีบริษัทในเครืออีกกว่า 16 แห่ง รวมผลประกอบการกว่า 1 หมื่นล้านบาท

"โพลีเมอร์ เป็นคำศัพท์ที่หาคนรู้จักแทบจะนับหัวได้ในสมัยกว่า 30 ปีที่แล้ว และผมเป็นเอกชนรายแรกๆ ของไทยที่นำคำนี้มาใช้กับชื่อของบริษัท" ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ อีพีจี เล่าถึงจุดเริ่มของความเป็นองค์กรแห่งการสร้างสรรค์

นวัตกรรมลอกเลียนไม่ได้

เครืออีพีจีถูกวางตำแหน่งทางธุรกิจให้เป็น Creative Innovation Organization หรือองค์กรแห่งนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ ทั้งกระบวนการผลิตหรือเทคโนโลยีการผลิต และผลิตภัณฑ์ ถือเป็นความได้เปรียบทางการตลาด ที่ใช้เป็นกลยุทธ์เข้าแข่งขันในตลาดโลก

ภวัฒน์วิเคราะห์ว่าจุดเด่นที่ทำให้เครืออีพีจีเติบโตอย่างก้าวกระโดดและโตอย่างต่อเนื่องคือ การคิดค้นนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ หรือครีเอทีฟ อินโนเวชัน มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดโลก โดยมีคุณภาพและคุณลักษณะพิเศษที่คู่แข่งทางการค้าไม่สามารถลอกเลียนแบบ

การรันตีด้วยสิทธิบัตรทางการค้าทั้งในและต่างประเทศรวมแล้วกว่า 350 ฉบับ

ในปี 2521 นวัตกรรมแรกจากสองมือของภวัฒน์คือ ทุ่นลอยชนิดใหม่ที่ใช้ยางเบาเป็นส่วนผสมหลัก ขยับขยายความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องพลาสติกและยาง มาสู่การคิดค้นและพัฒนาสูตรทางเคมีต่างๆ จากยางสังเคราะห์สูตร EPDM MODIFY ในเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลก เพื่อนำมาผลิตเป็นแผ่นยางฉนวนกันความร้อน (Insulation) ท่อแอร์ ภายใต้เครื่องหมายการค้า "แอร์โรเฟลกซ์"

มีจุดเด่นที่คู่แข่งไม่สามารถเลียนแบบ ได้แก่ การทนความร้อนได้สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส และความเย็นได้ต่ำสุดกว่า -40 องศาเซลเซียส อีกทั้งไม่เป็นตัวนำเชื้อเพลิงคือไม่เกิดการลามไฟเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ไม่มีสารไซยาไนด์ เมื่อเกิดการเผาไหม้ ซึ่งสาเหตุหลักของผู้เสียชีวิตในขณะเกิดเพลิงใหม่คือการสูดดมสารไซยาไนด์ มีค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อนต่ำ จึงช่วยประหยัดพลังงานได้ปีละกว่า 100 เมกะวัตต์ ส่งผลให้มียอดขายติดตลาดอันดับ 3 ของโลก

ทุกปัญหามีคำตอบ

ภวัฒน์เล่าว่า "โจทย์ปัญหา" คือที่มาของการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ยกตัวอย่าง พื้นปูกระบะด้วยเทคโนโลยี "ไม่เจาะ" ที่คิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก เริ่มจากการออกสำรวจตลาดและทราบปัญหาว่า เจ้าของรถต้องการพื้นปูกระบะแบบ “ไม่เจาะ” ไม่อยากให้กระบะเป็นรอยจากการเจาะ แต่ยังไม่มีบริษัทไหนทำได้ จากนั้นก็ได้เริ่มคิดค้นและพัฒนาเครื่องจักรแบบปั้มหรือ Thermoforming จนได้ผลิตภัณฑ์พื้นปูกระบะแบบไม่เจาะตัวกระบะรถ ส่งผลให้เครืออีพีจีพลิกขึ้นเป็นผู้นำตลาดด้านกระบะลายเนอร์ในทันที

นอกจากพื้นปูกระบะไม่เจาะแล้ว เทคโนโลยี Thermoforming ยังเปิดทางให้เข้าสู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งหนึ่งในสินค้าเด่นคือ บรรจุภัณฑ์ที่รองรับได้ทั้งการใช้งานในตู้แช่แข็งและการร้อนในตู้ไมโครเวฟ โดยผ่านการตรวจสอบรับรองว่าปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค

ส่วนนวัตกรรมล่าสุดที่ยังไม่เปิดตัวคือ Food Liner หรือแผ่นรองชามในราคาต้นทุนต่ำกว่าบาท เป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ลดภาระให้กับการล้างชาม คิดค้นเพื่อช่วยส่งเสริมสุขอนามัย ลดปริมาณโรคติดต่อทางเดินอาหารของผู้บริโภคที่ต้องรับประทานอาหารตามร้านอาหารข้างทาง รวมไปถึงลดปริมาณน้ำเสียจากการล้างจานชาม นวัตกรรมนี้ก็มีที่มาจากโจทย์ปัญหาด้านสุขอนามัยของร้านอาหารริมทาง

เมื่อ "โจทย์ปัญหา" เป็นจุดเริ่มของการค้นคว้าวิจัย เขาจึงจัดตั้งบริษัท อีพีจี อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด หรือ EIC เพื่อเป็นศูนย์กลางการค้นคว้า วิจัย พัฒนาและเสริมศักยภาพให้แก่กลุ่มบริษัทในเครือ และยังเปิดให้ทางภาครัฐและบริษัทเอกชน สามารถเข้ามาใช้บริการได้

"1% ของยอดรายได้จากเครือบริษัทจะจัดสรรให้กับการทำวิจัยและพัฒนาของ EIC คาดหวังว่าในระยะยาวแล้ว นวัตกรรมที่เกิดขึ้นจะทำให้ก้าวสู่ผู้นำอุตสาหกรรมพลาสติกโพลีเมอร์อันดับโลกอย่างภาคภูมิ" นี่คืออนาคตในสายตาของภวัฒน์