การออกแบบให้สินค้าสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้ด้วยตนเอง สะท้อนถึงความสำเร็จของดีไซเนอร์ได้อย่างชัดเจนถือเป็นความท้าทายแบรนด์แบมบูนิก
การออกแบบให้สินค้าสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้ด้วยตนเอง สะท้อนถึงความสำเร็จของดีไซเนอร์ได้อย่างชัดเจน และเป็นความท้าทายที่ทำให้เฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่แบรนด์แบมบูนิก (bambunique) ก้าวข้ามทัศนคติเดิมที่ว่า ไม้ไผ่เป็นวัสดุที่ไม่มีคุณค่าเมื่อเทียบกับไม้เฟอร์นิเจอร์ประเภทอื่น
คลาสสิกร่วมสมัย
อมรเทพ คัชชานนท์ กรรมการบริหารบริษัท เนเชอรัล ยูนิต จำกัด เจ้าของเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่แบรนด์ bambunique บอกว่า แนวทางการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ วัสดุตกต่างภายในและของแต่งบ้าน จะเน้นดีไซน์ร่วมสมัยให้ความรู้สึกแตกต่างจากสิ่งคุ้นเคยกับไม้ไผ่ในรูปแบบของงานพื้นบ้าน เพราะต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ไผ่ เพื่อขยายฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อในระดับบนมากขึ้น
“ไม้ไผ่มีคุณสมบัติที่ดี สามารถทำอะไรได้หลากหลายมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะเป็นไม้ที่มีความยืดหยุ่นสูง ลวดลายสวยงาม สมัยก่อนผลิตภัณฑ์จากไผ่ถูกมองว่าเป็นงานชาวบ้านมีราคาถูก แต่ดีไซน์ของแบมบูนิกทำให้ความคิดนั้นเปลี่ยนไป ลูกค้าที่เดินเข้ามาดูสินค้าแทบจะไม่รู้ว่าเป็นงานทำมาจากไม้ไผ่ สินค้าของเราทุกชิ้นมีส่วนประกอบมาจากไม้ไผ่ ส่วนจะมากน้อยขึ้นอยู่กับความเหมาะสม เช่น งานถาด ขึ้นรูปด้วยไม้ไผ่ ขณะที่งานพื้นด้านล่างใช้ไม้อัดแทน” เขากล่าว
อมรเทพ อธิบายว่า การออกแบบที่ดีไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุสิ้นเปลือง ต้องรู้เลือกใช้ให้เหมาะสมตามความจำเป็น แม้ว่าจะชูจุดขายว่าเป็นแบรนด์ที่ทำมาจากไม้ไผ่ แต่ก็จะใช้อย่างรู้คุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่ว่า ไม้ไผ่หาง่ายก็นำมาใช้อย่างฟุ่มเฟื่อย ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่ผู้บริโภคและผู้ผลิต เพราะบางครั้งการใช้วัสดุที่เหมาะสมจะทำให้สามารถจำหน่ายในราคาที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น
ส่วนเทคนิคการผลิตมาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่นำมาปรับปรุงให้เกิดเทคนิคใหม่ พร้อมกับใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยให้การทำงานเชิงอุตสาหกรรมสะดวกยิ่งขึ้น แทนที่จะทำแฮนด์เมด 100% รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพเป็นที่ยอมรับ เช่น ป้องกันปลวก มอดและการรักษาเนื้อไม้ โดยผ่านการทดสอบจากสถาบันต่างๆ เช่น คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
“สินค้าบางตัวเรามีงานแฮนด์เมดมาช่วยสร้างเสน่ห์และความแตกต่างจากงานไม้รูปแบบอื่น เช่น การคว้านรัดที่ไม่มีจิก เราเลือกใช้วิธีการดึงจุดเด่นของไม้ไผ่ออกมา ทำให้ลูกค้าสัมผัสความเป็นไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นชัดเจน นอกเหนือจากฟังก์ชั่นการใช้งาน แนวคิดในการออกแบบรูปทรงต้องดูเป็นธรรมชาติ”
อิ่มเอมเมื่อได้สัมผัส
“เราพยายามตอบโจทย์ลูกค้าด้วยการหาจุดเด่นของวัสดุและดีไซน์ เช่น เก้าอี้นั่ง ฟังก์ชั่นหลักคือการนั่ง แต่ภาพลักษณ์ต้องเด่นด้วยดีไซน์ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน เวลานั่งเก้าอี้จะได้รับความรู้สึกที่เหมือนกับได้สัมผัสชิ้นงานศิลปะ ไม่ใช่แค่เก้าอี้นั่งธรรมดาทั่วไป”
ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายหลักคือ โรงแรม รีสอร์ทและลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ตลอดจนงานโครงการจากต่างประเทศที่เริ่มเข้ามามากขึ้น พร้อมกับกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่สนใจงานไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งมีทั้งคนไทยและต่างชาติ หรือนักลงทุนที่มาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย นิยมนำไปตกแต่งบ้าน คอนโดให้เช่า
เนเชอรัล ยูนิต มีสัดส่วนรายได้มาจากงานโครงการ 70% ที่เหลือ30% เป็นส่งออก ตั้งเป้าอีก 2 ปีต่อจากนี้จะปรับสัดส่วนเป็น 50:50 โดยโฟกัสงานโครงการในแถบอาเซียนที่กำลังให้ความสำคัญกับธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเกิดโครงการก่อสร้างโรงแรมที่พักไว้รองรับนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ความต้องการสินค้าที่ตกแต่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังส่งออกไปยังเม็กซิโก คูเวต อินเดีย ชิลี เยอรมนีและฝรั่งเศส
ผลการตอบรับเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ในต่างประะเทศ มาจากสไตล์ของการออกแบบของแบมบูนิก ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์ร่วมสมัย เสริมด้วยจุดเด่นด้าน "อีโมชันนัล" ล้วนๆ

