วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซอฟต์แวร์เถื่อนต้นตอข้อมูลในคอมพ์ "รั่ว"

ผลสำรวจพบผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในไทยมีความรู้ความเข้าใจในการตรวจสอบซอฟต์แวร์เถื่อนต่ำ

ประเทศไทยยังคงต้องต่อสู้กับปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์กันต่อไป แม้หลายปีที่ผ่านมาจะมีความพยายามรณรงค์ให้องค์กรธุรกิจ หน่วยงานต่างๆ หันมาใช้ซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์มากขึ้น พร้อมทั้งบอกถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้น ตัวเลขการละเมิดก็มีอัตราที่ลดลงไปบ้าง แต่ก็ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ และหาแนวทางแก้ปัญหากันอย่างต่อเนื่อง

ผลสำรวจล่าสุดจากสวนดุสิตโพล ร่วมกับ ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) เผยว่า ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ชาวไทย มีความรู้ความเข้าใจในการตรวจสอบซอฟต์แวร์เถื่อนอยู่ในระดับต่ำ ราว 55.67% ของกลุ่มตัวอย่าง ไม่ทราบวิธีการตรวจสอบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าห่วง เนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้เหล่าอาชญากรใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของระบบความปลอดภัย และมัลแวร์ที่มักจะมากับซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อขโมยข้อมูลในเครื่อง หรือ ดักจับรหัสการใช้งานเพื่อแอบอ้างทำธุรกรรมออนไลน์ทางการเงิน สร้างความเสียหายต่อทั้งผู้ใช้งานทั่วไป และองค์กรธุรกิจ

ชี้ผลเสียซอฟต์แวร์เถื่อน

ผลสำรวจนี้มีชื่อว่า "ทัศนคติและความรู้ความเข้าใจการตรวจสอบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ใช้งานชาวไทย" กลุ่มตัวอย่างมีทั้งผู้ที่กำลังจะซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน้ตบุ๊คเครื่องแรก และกำลังเปลี่ยนเครื่องใหม่ โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างจำนวนเพียงไม่ถึงครึ่ง หรือราว 44.33% ที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเป็น เช่น ดูออกว่ากล่องของซีดี หรือ ดีวีดีต้องแพ็คซีลมาเรียบร้อย มีฉลากรับรองผลิตภัณฑ์ ตัวหนังสือบนกล่องสะกดถูกต้อง ไม่ใช่เป็นซองพลาสติกใสวางขายตามแหล่งน่าสงสัย

ขณะที่ เมื่อแยกตามกลุ่มอาชีพแล้ว พบว่า กลุ่มที่น่าเป็นห่วง คือ กลุ่มนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งกลับเป็นกลุ่มที่มีความรู้ความเข้าใจตรวจสอบซอฟต์แวร์น้อยที่สุดเพียง 30.86% เท่านั้น ต่ำกว่ากลุ่มอาชีพค้าขายซึ่งมีจำนวน 37.93% ส่วนพนักงานบริษัทที่ตรวจสอบเป็นมีจำนวน 51.56%

ยุคสมัยที่หลายคนใช้ชีวิตออนไลน์ และใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางติดต่อ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายๆ ครั้งมีการเก็บข้อมูลส่วนตัว เช่น ภาพถ่าย คลิปวีดิโอ เอกสารสำคัญต่างๆ ไว้ในเครื่อง บางคนเก็บไว้กับบริการรับฝากไฟล์ออนไลน์ หรือ คลาวด์ การปกป้องความเป็นส่วนตัวนั้นเป็นเรื่องสำคัญ หากมีการลักลอบเข้าระบบ ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ ระบบความปลอดภัยของเครื่องที่ใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนจะถูกจำกัดลงอย่างมาก เพราะซอฟต์แวร์เถื่อนมักมีมัลแวร์ติดมาด้วย และในเมืองไทยเองเครื่องที่ใช้งานซอฟต์แวร์เถื่อนนั้นติดมัลแวร์มากถึง 84%

"ผู้ใช้งานต้องมองเรื่องความปลอดภัยให้รอบด้าน เพราะโลกทุกวันนี้เชื่อมต่อถึงกันหมดด้วยเครือข่าย ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มผู้ที่จ้องใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ระบบความปลอดภัยในซอฟต์แวร์เถื่อน เพื่อเข้าถึงและนำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานไปใช้ประโยชน์สร้างความเสียหาย เมื่อตกเป็นเหยื่อแล้ว ความเสียหายอาจจะไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเงินหรือมูลค่าทางทรัพย์สินเท่านั้น แต่บางครั้งอาจทำให้เสียชื่อเสียง ยากที่จะเรียกกลับคืน"

เปิดช่อง "โจมตี" ข้อมูล

นายนคร เสรีรักษ์ ผู้ก่อตั้ง Privacy Thailand ที่ปรึกษานโยบาย เครือข่ายพลเมืองเน็ต และ นักวิชาการอิสระด้าน Freedom of Information and Privacy Protection กล่าว พร้อมระบุว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่กลุ่มตัวอย่าง 73% ทราบดีว่าซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์มักจะมีมัลแวร์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดี รวมถึงอาชญากรคอมพิวเตอร์เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวที่เก็บไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ คลิปวีดิโอ หรือไฟล์เอกสารสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มตัวอย่างอีกจำนวนหนึ่งยอมเสี่ยงที่จะเจอเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อแลกกับความสะดวกเพียงเล็กน้อย โดย 25.28% ให้เหตุผลว่าซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์หาซื้อได้ง่ายกว่า

นายฮาเรซ คูบจันดานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะปกป้องและให้ความรู้แก่ผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระวังตัวจากการดาวน์โหลดหรือซื้อซอฟต์แวร์เถื่อน เพราะว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ติดมัลแวร์ และนำไปสู่การขโมยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลสูญหาย และระบบล่มได้

"ในฐานะที่ไมโครซอฟท์ผู้จัดตั้งศูนย์ป้องกันภัยจากอาชญากรรมไซเบอร์ เราบอกได้ว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการโจมตีโดยอาชญากรไซเบอร์ โดยอาศัยช่องโหว่ของซอฟต์แวร์เถื่อนสูงมาก" นายคูบจันดานิ กล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 31.03% ระบุว่า การแก้ปัญหาการใช้งานซอฟต์แวร์เถื่อนนั้น ควรจะแก้ด้วยการให้ข้อมูลและปลุกจิตสำนึก เพื่อทำให้ผู้ใช้งานมีความรู้ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น และ 27.49% ระบุว่าควรจะทำให้ซอฟต์แวร์ที่ถูกลิขสิทธิ์มีวางจำหน่ายอย่างกว้างขวางและหาซื้อง่ายกว่านี้