มัคคานซิส ชี้ผู้ใช้เน็ตเร็วสูง เน้นความเร็วมากกว่าราคา
ปัจจุบันผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจำนวนมาก โดยออนไลน์อยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน ด้วยการสลับกันทั้งรูปแบบบริการไร้สาย มีสาย และใช้อุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์เป็นว่าเล่น จนไม่ใช่เรื่องแปลกที่เห็นวิถีชีวิตคนเมืองพกพาอุปกรณ์เหล่านี้กันคนละมากกว่า 1 เครื่อง
นับได้ว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์” อย่างแท้จริง และไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้งานสื่ออินเทอร์เน็ตและดิจิทัลคอนเทนต์สูงมากเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน ดังที่เห็นได้จากกระแสการเปิดตัวสมาร์ทดีไวซ์ ทั้งสมาร์ทโฟน และแทบเล็ตรุ่นต่างๆ ได้รับการตอบรับอย่างดี โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูง 35-40% ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน
ประกอบกับการเปิดตัวบริการ 3จี‘ของแท้’ในประเทศจากโอเปอเรเตอร์ไร้สายทุกราย รวมถึงแผนงานในการพัฒนาที่ตามออกมาเป็นซีรี่ส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อแข่งขันด้านความเร็ว และความครอบคลุม โดยเพิ่มพื้นที่การให้บริการ การขยายโครงข่าย และขยายท่อแบนด์วิธรวมถึงการหาอุปกรณ์และบริการเสริมมาร่วมให้บริการพร้อมกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อกระตุ้นในการใช้งาน
ทั้งนี้ นับเป็นการกระตุ้นที่ถูกจุด ทำให้เกิดกระแสความนิยมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในวงกว้างอย่างรวดเร็ว และสร้างสภาวะการแข่งขันที่ร้อนแรงของผู้ให้บริการแนวหน้าอย่างแท้จริงดังเห็นได้จากการงัดกลยุทธ์ ทั้งที่เป็นของตัวเอง และก๊อปปี้จากคู่แข่ง มาพลิกแพลง ปรับเปลี่ยน ทำให้ตลาดดูคึกคัก เหมือนมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา
ความเร็วสำคัญกว่าราคา
มัคคานซิส บริษัทให้คำปรึกษาด้านข้อมูลและกลยุทธ์ด้านไอซีทีได้มอนิเตอร์กลยุทธ์ของผู้ให้บริการที่ออกสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแพ็คเกจ แคมเปญ และโปรโมชั่น พบว่าราคาของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงค่อนข้างคงที่โดยผู้ให้บริการต่างหันมาใส่ใจเรื่องการแข่งขันในด้านความเร็วและเทคโนโลยีแทน
ทั้งนี้ส่งผลให้เทคโนโลยีมีสายดั้งเดิมอย่างเอ็กซ์ดีเอสแอล (xDSL) เดินทางมาเกือบถึงทางตันในเขตตัวเมือง เนื่องจากความต้องการความเร็วเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนบางพื้นที่เทคโนโลยีดังกล่าวเริ่มสนองความต้องการไม่พอ
ดังนั้น ผู้ให้บริการต้องขยายโครงข่าย ตลอดจนลงทุนเพิ่มในเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ไฟเบอร์ และเคเบิลที่รองรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้มากกว่า โดยเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีเอฟทีทีเอ็กซ์ในวงกว้าง เพื่อให้มีต้นทุนต่ำลงพอที่กลุ่มผู้ใช้งานตามบ้านจะจ่ายได้ ซึ่งผู้ให้บริการรายใดเปิดเกมเร็ว เป็นฝ่ายรุกในตลาดได้ก่อน ย่อมได้เปรียบ และเป็นไปได้สูงที่จะครองความเป็นเจ้าตลาด
ไร้สายดุเดือดไม่แพ้มีสาย
ขณะเดียวกัน บริการไร้สายก็แข่งขันกันดุเดือด ทั้งพื้นที่การให้บริการ 3จี โปรโมชั่นที่มีให้เลือกหลากหลาย รวมถึงตัวอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี 3จีที่กระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดบริการบนคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์เมื่อกลางปี 2556 ซึ่งมัคคานซิส สำรวจพบว่าดีกรีการแข่งขันมีความรุนแรงมากกว่าปี 2555 นับจากจำนวนแพ็คเกจต่างๆ ที่ออกมาท่วมตลาด มากกว่า 1,000 แพ็คเกจในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้ ผู้ให้บริการต่างตื่นตัวในการหาบริษัทคู่ค้าประเภทต่างๆ เข้าเสริมทัพเพื่อเติมเต็มความต้องการที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่า แรงสนับสนุนและผลักดันจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ผู้วางนโยบาย ผู้ขายสินค้า ผู้ให้บริการ ตลอดจนผู้ใช้งาน ล้วนทำให้การเติบโตของ 3จีในประเทศไทย เป็นไปแบบก้าวกระโดด
ผลการติดตามตลาดของมัคคานซิสพบว่า การผลักดันของผู้ให้บริการให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนมาใช้ 3จี ทำให้อัตราการเติบโตของผู้ใช้งานสูงถึงเกือบ 200% เมื่อเทียบปี 2555 หรือมีจำนวนผู้ใช้งาน 3จีเกือบ 32 ล้านเลขหมาย ก่อนสิ้นปี 2556
นอกจากการแข่งขันด้านราคา และพื้นที่ให้บริการ ผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย คือ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ เอชยังเน้นการพัฒนาการให้บริการด้านอื่นๆ เช่น บริการก่อน-หลังการขาย การอบรมพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี 3จี 4จี จนถึงตัวอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ เพื่อให้คำแนะนำการใช้งาน ตลอดจนปรับปรุงสถานที่ในร้านให้รองรับการเข้าใช้บริการอย่างเพียงพอ รวมถึงการขยายการบริการไปสู่บริการออนไลน์
นางสาวเฉลิมพร อภิบุณโยภาส นักวิเคราะห์จากมัคคานซิส ให้ความเห็นเพิ่มเติมจากผลสำรวจของบริษัท พบว่า ในสายตาผู้บริโภคพบว่าปัจจัยด้านบริการยังถือเป็นส่วนเสริม โดยปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการ ยังเป็นเรื่องราคา และโปรโมชั่น ผู้ใช้งานเริ่มมองปริมาณแบนด์วิธ และจำนวนข้อมูลที่ส่งผ่าน ซึ่งสอดคล้องกับกระแสความต้องการด้านความเร็วที่เพิ่มขึ้น นั่นเอง


