ในอนาคตอันใกล้นี้เมนูเหล่านี้จากห้องแล็บกำลังจะออกสู่ตลาด น้ำสลัดฟักข้าวเสริมพรไบโอติก โจ๊กปลาแซลมอลพร้อมอินวัน แกงเขียวหวานโปรตีนสูง
เจลลี่จากมะเขือเทศ ปลาที่ก้างอ่อนนุ่มกินได้ ผักอ่อนนุ่มแช่เย็นแช่แข็ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปฟอสฟอรัสต่ำ สาเกปลอดแอลกอฮอล์ ตัวอย่างเมนูเชิงสุขภาพที่กลิ่นหรือรสชาติยังคงอร่อยเหมือนเดิม ผลงานจากการวิจัยและพัฒนาโดยใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหาร เป้าหมายเพื่อขานรับสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ของรัฐบาลญี่ปุ่น
จากญี่ปุ่นขยับเข้าไทย ในอนาคตอันใกล้นี้เมนูเหล่านี้จากห้องแล็บกำลังจะออกสู่ตลาด น้ำสลัดฟักข้าวเสริมพรไบโอติก โจ๊กปลาแซลมอลพร้อมอินวัน แกงเขียวหวานโปรตีนสูงพร้อมทาน โจ๊กธัญพืชกึ่งสำเร็จรูป ห่อหมกแช่แข็ง ชานมเขียวพร้อมดื่ม อาหารชุดสำหรับผู้สูงอายุและเมนูสำหรับผู้ป่วยสูงอายุ โดยการสนับสนุนของสถาบันอาหาร ซึ่งดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพของสินค้าแปรรูปเพื่อผู้สูงอายุในเชิงพาณิชย์ โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 10 บริษัท
ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ
รศ.ประพันธ์ ปิ่นศิโรดม คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลดกระบัง (สจล.) กล่าวถึงลักษณะอาหารของผู้สูงอายุว่า มีหน้าตาปกติเหมือนอาหารปกติทั่วไป แต่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว เช่น มีความอ่อนนุ่มจนใช้ช้อนตักได้ รับประทานด้วยเหงือก สามารถกลืนหรือละลายในปากเพื่อให้ง่ายต่อการรับประทานและลดการสำลัก
ทั้งยังมีการใช้เทคโนโลยี แยกหรือลด สิ่งที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนวัยนี้ เช่น แยกแอลกอฮอร์ออกจากสาเก หรือลดฟอสฟอรัสในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยที่กลิ่นหรือรสชาติของอาหารและเครื่องดื่มยังคงอร่อยเหมือนเดิม ส่วนสารอาหารที่วัยนี้ต้องการยังคงอยู่ครบ ผู้สูงอายุจึงดื่มกินอย่างมีความสุขและเกิดสมดุลที่ดีในร่างกาย
นอกจากนี้นวัตกรรมอาหารเพื่อผู้สูงอายุแล้ว สถาบันอาหารยังมีโครงการพัฒนาอาหารเพื่อรองรับภัยพิบัติ หรือการพัฒนาอาหารเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดภัยธรรมชาติอย่างไม่คาดคิด อาทิ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ดินถล่ม ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเสียหาย และก่อปัญหาการขาดแคลนอาหารตามมา จึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมอาหารที่มีประโยชน์สูง บริโภคง่ายให้แก่กลุ่มที่ประสบภัยรวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
"เราผลักดันโครงการนี้เพื่อนำร่องผู้ประกอบการที่มีความสนใจและผลิตออกมาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ว่า จะสามารถทำอะไรได้บ้าง โดยทำทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการดึงผู้ประกอบการที่สนใจมานำร่อง หากได้รับผลการตอบรับที่ดีสถาบันอาหารจะให้การสนับสนุนในการดำเนินงานระยะถัดไป"รศ.ประพันธ์ กล่าว
คิดข้ามช็อตเพื่ออนาคต
ดร.นภัสรพี เหลืองสกุล รองคณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มองว่า โอกาสของนวัตกรรมที่เริ่มต้นเองจากนักวิจัยในมหาวิทยาลัยเมื่อเทียบกับการวิจัยที่เอกชนเป็นคนตั้งโจทย์ พร้อมกับงบสนับสนุน ย่อมต่างกันในแง่ของการนำไปใช้
นวัตกรรมที่เกิดจากงานวิจัยที่เข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้เอกชน ย่อมได้รับความสนใจและถูกนำไปใช้ก่อน ผลตอบแทนในเชิงพาณิชย์เร็ว ตรงกันข้ามกับรูปแบบการวิจัยที่นักวิจัยคิดและพัฒนาขึ้นตามความสนใจ มักจะถูกเก็บขึ้นหิ้ง เนื่องจากยังไม่มีความต้องการของผู้ประกอบการที่จะนำไปใช้ประโยชน์ แต่สามารถหยิบมาใช้ได้ในอนาคต
"ความต้องการใช้งานวิจัยในตลาดประเทศไทย จะให้ความสำคัญกับงานวิจัยที่พัฒนานวัตกรรม เทคนิค กระบวนการผลิตที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการเป็นหลัก ยังไม่ต้องการงานวิจัยที่ลึกซึ้งเพื่อนำไปต่อยอดออกสู่ตลาด แต่งานวิจัยที่คิดขึ้นจากนักวิจัยที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็ยังมีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากเป็นเรื่องยากในการคิดค้นและพัฒนา จำเป็นต้องอาศัยความต่อเนื่องในการวิจัย
แม้จะยังไม่ได้รับความสนใจหรือต้องการจากนักการตลาดในเวลานี้ แต่ก็มีความจำเป็นต้องทำงานวิจัยรอไว้ เพราะผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพถือเป็นเทรนด์ที่มีอนาคต เมื่อไรที่ตลาดพร้อม เราจะสามารถผลิตนวัตกรรมออกมาตอบสนองความต้องการของตลาด เพราะการเปลี่ยนแปลงในตลาดไทยเร็วมาก ถ้าสินค้ามีประโยชน์จริง เชื่อว่า ขายได้แน่นอน


