"อินเทล" แนะสพฐ.ปรับวิธีจัดซื้อจัดหาแทบเล็ตใหม่ ใช้แบบซลูชั่นเพิ่มประสิทธิภาพ ติงร่างทีโออาร์มีช่องโหว่อาจได้แทบเล็ตคุณภาพต่ำเหมือนเดิม
นายสนธิญา หนูจีนเส้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากร่างทีโออาร์การจัดซื้อแทบเล็ตสำหรับนักเรียน ป.1 และ ม.1 ของกระทรวงศึกษาธิการประจำปีงบประมาณ 2557 หลังผ่านประชาพิจารณ์รอบแรกเมื่อเดือน เม.ย.ยังมีแนวโน้มว่า จะใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างเหมือนกับ 2 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ายังไม่ตอบโจทย์การยกระดับการศึกษาด้วยเทคโนโลยีอย่างแท้จริง
ทั้งคุณภาพของแทบเล็ตที่ใช้วิธีการจัดซื้อแบบแยกส่วนทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ซึ่งทำให้ได้แทบเล็ตคุณภาพต่ำ และยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะคอนเทนท์สำหรับนักเรียนที่ยังใช้วิธีใส่เนื้อหาด้วยแผ่นซีดี หรือยูเอสบี แทนที่จะสามารถทำผ่านระบบออนไลน์ได้ ทำให้แทบเล็ตในโครงการที่ผ่านมาส่วนใหญ่ยังใช้เป็นเครื่องเล่นแฟลช หรือวีดิโอ และเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
หากสพฐ.ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการจัดซื้อจัดหาในโครงการดังกล่าวปรับเปลี่ยนการจัดซื้อให้เป็นเดียวในรูปแบบของโซลูชั่นออนไลน์ เลิร์นนิ่งที่ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบบริหารจัดการน่าจะทำให้การใช้แทบเล็ตเพื่อการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้นขณะที่ต้นทุนการซื้อแบบเป็นโซลูชั่น เมื่อเทียบกับวิธีปัจจุบันเชื่อว่าจะไม่แตกต่างกันมาก
"แทบเล็ต 2 ปี ที่ผ่านมามีปัญหาตั้งแต่ปีแรกที่คอนเทนท์กระจายได้ช้า เพราะใช้วิธีส่งซีดีให้ครู หรือเมโมรี่ การ์ด ซึ่งกว่าจะไปถึงโรงเรียนก็ไม่ทันใช้ พอมาปีที่ 2 เพิ่มจำนวนผู้ประมูลแบ่งเป็นโซนก็ยังมีปัญหาสินค้าคุณภาพต่ำเข้ามา และไม่สามารถส่งของได้ทัน แต่ถ้ามองการทำแบบเทิร์น คีย์ ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการที่จะเข้ามาประมูลต้องรับผิดชอบทั้งหมด รวมระบบการจัดการด้วย จะทำให้ได้ทุกอย่างเข้ากันได้ดีกว่า" นายสนธิญา กล่าว
นอกจากนี้ อินเทลยังมองว่า แนวคิดสมาร์ท คลาสรูม ที่กระทรวงศึกษาเสนอจะทำในปีการศึกษา 2558 คล้ายกับการทำโซลูชั่น และโครงการทดลองห้องเรียนอัจฉริยะที่อินเทลเคยทำเป็นต้นแบบในปีที่ผ่านมา ซึ่ง สพฐ.ควรพิจารณานำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้กับการจัดซื้อจัดหาแทบเล็ตในปีการศึกษานี้
โดยอินเทลมีความพร้อมในการช่วยวางระบบ และความเชี่ยวชาญ จากประสบการณ์ที่เคยทำงานร่วมกับรัฐบาลในหลายประเทศ เช่น สหรัฐ และบราซิล เพื่อวางระบบการเรียนการสอนแบบวัน ออน วัน อีเลิร์นนิ่ง ซึ่งสำหรับโครงการแทบเล็ตในไทยอินเทลก็นำเสนอข้อมูล และตัวอย่างโครงการห้องเรียนอัจฉริยะให้กับรัฐบาลด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตามสำหรับการจัดซื้อจัดหาแทบเล็ตในปีการศึกษานี้คาดว่ายังต้องผ่านการประชาพิจารย์อีกหลายรอบ ซึ่งครั้งที่สองจะปิดรับฟังวันนี้ (8 พ.ค.57)
ผู้บริหารอินเทลมองว่า ร่างคุณสมบัติเบื้องต้นของแทบเล็ตยังมีช่องโหว่ที่อาจจะทำให้ได้แทบเล็ตคุณภาพไม่สมราคา โดยเฉพาะการกำหนดให้มีเทคโนโลยีเอ็นเอฟซี ที่ต้นทุนสูงหรือราว 10 ดอลลาร์ต่อเครื่อง ซึ่งบริษัทยังมองว่าเป็นชิ้นส่วนที่ยังไม่จำเป็นสำหรับเด็กนักเรียน เพราะสามารถใช้บลูทูธรับส่งข้อมูลแทนได้ และอาจทำให้ผู้ผลิตหันไปลดคุณสมบัติอื่นของเครื่องแทน
นอกจากนี้ ระบบปฏิบัติการยังคงกำหนดให้ใช้แอนดรอยด์ 4.0 ขึ้นไป ขณะที่ตลาดทั่วไปใช้เวอร์ชั่น 4.2 หมดแล้ว ซึ่งอาจเป็นจุดที่ทำให้ได้สินค้าคุณภาพต่ำกว่าท้องตลาด ทั้งยังมีคุณสมบัติอีกหลายรายการที่อาจทำให้มองได้ว่ากำหนดเพื่อเอื้อให้กับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง เช่น ขนาดจอ 7.9 นิ้ว อายุใช้งานแบตเตอรี่สำหรับการเล่นวีดิโอที่ลดจาก 6 ชม.เหลือ 3 ชม. และซีพียูที่กำหนดเป็นควอดคอร์ทั้งหมด
อย่างไรก็ตามอินเทลเสนอให้ สพฐ.กำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมเพื่อยกระดับคุณภาพของเครื่อง และไม่กระทบต่อต้นทุน เช่น การเพิ่มมาตรฐานให้เครื่องต้องมีไอพี 52 เพื่อป้องกันฝุ่นละออง และน้ำที่จะทำให้เครื่องเสียหาย และเป็นคุณสมบัติที่แทบเล็ตสำหรับเด็กควรจะมี
สำหรับอินเทลมีความพร้อมอยู่แล้ว ทั้งเทคโนโลยี และพันธมิตร หากการจัดซื้อจัดหาครั้งนี้เปิดกว้าง ก็มีความเป็นไปได้ที่จะร่วมมือกับพันธมิตรเข้าร่วมประมูลในโครงการด้วย





