นับตั้งแต่ไอแพดเข้ามาจุดประกายเทรนด์ใหม่ในวงการไอที แทบเล็ตกลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่ประสบความสำเร็จ คำถามคือสภาวะเช่นนี้จะคงที่ได้นานเพียงใด
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไตรมาสที่ผ่านมาแอ๊ปเปิ้ลรายงานยอดขายแทบเล็ต โดยลดลงประมาณ 1 ใน 6 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้จากไมโครซอฟท์ เซอร์เฟซลดลงประมาณ 40% นับตั้งแต่หลังเทศกาลวันหยุดยาว ด้านอะเมซอนดอทคอมแม้ไม่เปิดเผยตัวเลขออกมา ทว่าอ้างอิงจากผลสำรวจของบริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ดูเหมือนไม่ได้กระเตื้องไปมากกว่าเดิม
ข้อมูลจากบริษัทวิจัยสแตรทิจี อนาไลติกส์ ระบุว่า ไตรมาสที่ 1 ปี 2557 ยอดขายแทบเล็ตทั่วโลกเติบโตขึ้นราว 19% ปัจจัยบวกมาจากยอดขายเครื่องราคาถูกในตลาดเกิดใหม่ แต่ทั้งนี้นับว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อนำไปเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนที่เติบโตกว่า 83% และกว่า 100% ช่วงปี 2554 - 2555
เริ่มสัญญาณชะลอ
นายฮอเรซ ดีดิอู ผู้ก่อตั้ง บริษัทที่ปรึกษาและวิจัย แอสซิมโก ประเมินว่า ความสำเร็จของแทบเล็ตในระยะแรกไม่อาจนำไปคาดหวังได้ในระยะยาว ขณะนี้ยังเริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวลง เพราะขนาดตลาดที่เติบโตแล้วอย่างสหรัฐเองสัดส่วนการเป็นเจ้าของมีอยู่เพียง 40% หากมองย้อนกลับไปยังสินค้าในกระแส เช่น โทรทัศน์สีที่ผ่านมา ภาวะถดถอยจะเริ่มเมื่อการเข้าถึงอยู่ในระดับครึ่งหนึ่งไปแล้ว
เขาระบุว่า ต่อไปแทบเล็ตอาจมีตำแหน่งคล้ายกับเกมคอนโซลที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ มีมูลค่าสูง ขณะเดียวกันยอมรับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจอย่างมาก ทว่าเรื่องความแพร่หลายคงไม่อาจนำไปเทียบกับสินค้าอย่างโทรศัพท์มือถือได้
ด้านนายเบเนดิกต์ อีแวนส์ นักวิเคราะห์และนักลงทุนจากบริษัทร่วมทุนแอนเดรสเซน ฮอโรวิตซ์ กล่าวว่า ขณะที่ตลาดสมาร์ทโฟนมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น ยิ่งมีเหตุผลน้อยลงที่จะนำเงินจำนวนหลายร้อยดอลลาร์ไปใช้จ่ายกับแทบเล็ต
ขณะนี้พบด้วยว่าพฤติกรรมผู้บริโภครู้สึกสะดวกสบายกับการใช้ไอโฟนรวมถึงสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์สำหรับเบราเว็บไซต์ เล่นเกม อ่านอีเมล หรือหยิบมาเล่นก่อนเข้านอน แนวโน้มยังเห็นหน้าจอโทรศัพท์มีขนาดใหญ่มากขึ้น
ราคาต่ำชิงดาวรุ่ง
นักวิเคราะห์ประเมินว่า ความต้องการแทบเล็ตราคาไม่แพงยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบางรุ่นที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์จากแบรนด์ซัมซุง เลอโนโว เอซุส โดยส่วนใหญ่ใช้สำหรับดูวีดิโอ ไตรมาสล่าสุดแทบเล็ตแอนดรอยด์เติบโตกว่า 48% เริ่มแพร่หลายขนาดที่ว่าห้างโมเดิร์นเทรดบางประเทศผลิตสินค้าแบรนด์ตัวเองออกมาจำหน่ายด้วยราคาน้อยกว่า 200 ดอลลาร์
ขณะที่ในภูมิภาคเอเชียเริ่มเห็นราคา 50 ดอลลาร์ ในบางโมเดลที่ไม่ต้องใช้เชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นสำหรับธุรกิจ แต่ทั้งนี้อีกเหตุผลที่ทำให้ผู้บริโภคจากเอเชียเลือกคือ ใช้เป็นอีกหนึ่งดีไวซ์ทางเลือกสำหรับใช้ดูรายการทีวี ชมภาพยนตร์ และฟังเพลง
อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับด้วยว่า แทบเล็ตไม่อาจแทนที่พีซีได้เมื่อต้องใช้ทำงาน เขียนรายงานขนาดยาว หรือนำเสนองานต่างๆ ประเด็นนี้นักวิเคราะห์รวมถึงผู้บริโภคหลายส่วนใหญ่คงมีประสบการณ์และเรียนรู้มาแล้วว่าแทบเล็ตในมือไม่เหมาะนักเมื่อต้องจัดการเอกสาร บันทึกการทำงาน หรือนำไปใช้งานแบบเต็มรูปแบบภายในองค์กร
ข่าวระบุว่า ยอดขายแทบเล็ตไฮเอนด์มีแนวโน้มชะลอตัว ส่วนโมเดลราคาถูกจะค่อยๆ เติบโตมากขึ้นตามลำดับ
ไทยยังไม่แผ่ว
สำหรับตลาดประเทศไทย สถิติการนำเข้าสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามรายงานของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่าไตรมาสแรกของปี 2557 (ม.ค. - มี.ค.) นำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่และแทบเล็ตจำนวน 258 รุ่น รวมเป็น 5,209,422 เครื่อง
การเก็บตัวเลขของ กสทช. ยังบ่งชี้แนวโน้มการเติบโตของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่และแทบเล็ตของประเทศไทยในปีนี้ที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2556 อย่างมีนัยสำคัญประเมินจากเพิ่งผ่านไปได้ 3 เดือนมียอดการนำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่และแทบเล็ตถึง 5,209,422 เครื่อง ขณะที่ข้อมูลการนำเข้าของปี 2556 ทั้งปีอยู่ที่จำนวน 10,667,477 เครื่องซึ่งปีนี้คาดว่าอัตราการเติบโตมากกว่า 100%
ทั้งนี้ อาจเป็นผลมาจากการขยายพื้นที่ให้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หรือ 3จีใหม่ ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่งผลให้ผู้บริโภคโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้บริการด้านข้อมูลผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตมากขึ้น และปัจจุบันมียอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งประเทศประมาณ 101 ล้านเลขหมายแล้ว


