background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

สมุนไพรไทยโตด้วยเทคโนโลยี

สมุนไพรไทยโตด้วยเทคโนโลยี

"ทิปโก้ ไบโอเท็ค"เดินเครื่องเปิดตลาดสารสกัดสมุนไพรไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากลด้วยการส่งสารสกัดกระชายดำและสับปะรดให้ผู้ผลิตสารสกัดในญี่ปุ่น

เป็นเวลา 2 ปีที่ "ทิปโก้ ไบโอเท็ค" เดินเครื่องเปิดตลาดสารสกัดสมุนไพรไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากล ด้วยการส่งสารสกัดกระชายดำและสับปะรดให้ "มารูเซน ฟาร์มาซูติคอล" ผู้ผลิตสารสกัดรายใหญ่ในญี่ปุ่นสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อาหารเสริมและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก ปูทางสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขายวัตถุดิบและสารสกัดสมุนไทยระดับอาเซียน ก่อนขยายไปทั่วโลก

กระชาย สับปะรดไทยนำร่อง

เก๋นภา จิตติเรืองวิชัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ทิปโก้ ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โอกาสของสมุนไพรไทยรวมทั้งพืชผักและผลไม้รุดหน้าไปอีกขั้น หลังจากบริษัทได้พัฒนาเทคนิคผลิตสารสกัดจากกระชายดำและสารสกัดจากสับปะรดในชื่อ เซราไมด์ ( ceramide) ถือเป็นเซราไมด์ชนิดแรกที่สกัดได้จากผลไม้ ทั้งยังมีความเข้มข้นสูงกว่าสารสกัดจากสับปะรดของฟิลิปปินส์ 3-5 เท่า

"เป็นอีกหนทางหนึ่งในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเนื้อสับปะรดติดเปลือก จากเดิมที่ส่งให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ในราคากิโลกรัมละ 7-10 บาท แต่เมื่อนำมาสกัดเป็นสารสกัด ทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 20-25 บาท ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราส่งให้ญี่ปุ่น 200 ตันต่อปี คาดว่า 3 ปีต่อจากนี้จะเพิ่มเป็น 500 ตันต่อปี รวมทั้งการนำเสนอสารสกัดจากสมุนไพรตัวอื่นที่มีศักยภาพ อาทิ มังคุด ว่านหางจระเข้ เป็นต้น" เก๋นภา กล่าว

พร้อมกันนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะร่วมทุนกับ มารูเซน ฟาร์มาซูติคอล เปิดโรงงานผลิตสารสกัดรวมถึงการนำสารสกัดบริสุทธ์กลับเข้ามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของทิปโก้ในอนาคต ถือเป็นก้าวแรกของบริษัทและเป็นก้าวต่อไปในการพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยการผลิตสินค้าป้อนตลาดโลก

คัทซึเอะ อิโมโตะ ประธานกรรมการ มารูเซน ฟาร์มาซูติคอล กล่าวว่า บริษัทมีโรงงานผลิตและจำหน่ายสารสำคัญต่างๆ จากพืชและสมุนไพรในระดับเล็กและระดับกลาง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และอุตสาหกรรมอาหาร มีความสนใจนำสารดังกล่าวมาสกัดเป็นสารสกัดบริสุทธิ์ เพื่อจำหน่ายไปเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์หลายๆ ชนิด และมีความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับทิปโก้ ในรูปแบบต่างๆ แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของตลาดและความเป็นไปได้ทางธุรกิจด้วย

สร้างขีดความสามารถแข่งขัน

ภคพงศ์ พรมนุชาธิป ผู้จัดการโครงการ (ธุรกิจชีวภาพ) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กล่าวว่า สำนักงานให้การสนับสนุนการทำสารสกัดจากกระชายดำและสับปะรดเมื่อปี 2549 โดยเฉพาะกระชายดำที่มีความเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะของชาวม้ง อีกทั้งเป็นสมุนไพรแนวใหม่ที่คนญี่ปุ่นไม่รู้จัก ประกอบกับช่วงนั้นกระทรวงสาธารณสุขโปรโมทกระชายดำว่าเป็น 1ใน 12 สมุนไพรไทยที่มีศักยภาพเชิงเศรษฐกิจ

ขณะที่ มารูเซนฯ สนใจนำสารสกัดกระชายดำไปทดสอบ พบว่ามีสารที่ช่วยต้านความอ้วน จึงได้ผลิตออกมาเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ อาหารเสริม เครื่องดื่ม แต่ปัจจุบันเผชิญปัญหาการขาดแคลนกระชายดำที่นำมาสกัดเป็นสารบริสุทธ์ เนื่องจากมีการกว้านซื้อจากประเทศเกาหลี จีนและอินเดีย จึงเป็นเหตุให้หันมาพัฒนาสับปะรดที่มีวัตถุดิบเพียงพอที่จะป้อนให้กับทางโรงงานในประเทศญี่ปุ่น

สนช.ต้องการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยด้านสมุนไพร โดยที่ผ่านมามีการใช้กลยุทธ์ส่งเสริมผลักดันอุตสาหกรรมสมุนไพร อาทิ การสนับสนุนฐานข้อมูลเทคโนโลยี พร้อมสร้างเครือข่าย การสนับสนุนให้นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติได้รับการยอมรับด้วยการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงมุ่งหวังให้ความร่วมมือระหว่างเอกชนไทย-ญี่ปุ่นดังกล่าว ในลักษณะของการร่วมลงทุนในธุรกิจสารสกัดสมุนไพรภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางด้านการสกัดเข้ามาสู่ภาคเอกชนของประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การเป็นผู้นำทางอุตสาหกรรมพืชสมุนไพรในภูมิภาคต่อไป