วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาริสนี ขอโตด้วยออนไลน์

แบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทย อเวลาสร้างแบรนด์ 5 ปีจะขยับไปอยู่แถวหน้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จบนโซเชียลเน็ตเวิร์ค

คาริสนี (Charisny) แบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทย วางคอนเซปต์ให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการ "รักษา-แก้ปัญหา" สร้างจุดขายฉีกหนีการแข่งขันที่เข้มข้นของกลุ่มไวเทนนิ่งซึ่งมีมากกว่า 200 แบรนด์ในไทย ขอเวลาสร้างแบรนด์ 5 ปีจะขยับไปอยู่แถวหน้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จบนโซเชียลเน็ตเวิร์ค เดินหน้าเต็มกำลังทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ค บล็อกและไลน์

"ชัชชญา วัฒนนนทนาท" นักการตลาดที่เคยคลุกคลีอยู่กับธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ตระหนักถึงขอบข่ายที่กว้างไกลของการตลาดออนไลน์ ที่สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งในเรื่องของพนักงานขาย การโฆษณาประชาสัมพันธ์ในรูปแบบสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ป้ายโฆษณาและอื่นๆ อีกมากมาย อีกทั้งเป็นบริการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้การซื้อ-ขายดำเนินได้ตลอดเวลา

เธอยังมองเห็นจำนวนลูกค้าที่มหาศาลจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทย 23.8 ล้านคน (35% ของประชากรประมาณ 67.4 ล้านคน) ทั้งยังมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านทางโมบายอีก 36.4 ล้านเบอร์ ซึ่ง 94% ของผู้ใช้ทั้งหมดได้ใช้ค้นหาสินค้า ยังไม่นับรวมศักยภาพทางการตลาดของโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างเฟซบุ๊คในไทยมีถึง 24 ล้านแอคเคานท์

คาริสนีจึงมุ่งเติบโตในโลกออนไลน์ (www.charisny.com เฟซบุ๊ค CharisnyCosmeticsThailand) มากกว่าการเปิดหน้าร้านหรือเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า แม้เพิ่งเปิดตัวได้เพียง 2-3 เดือน แต่ยอดคลิกไลต์ทะลุกว่า 3,500 แอคเคานท์บนเฟซบุ๊ค

"คน" โอกาสแห่งความยั่งยืน

"เริ่มจากปัญหาแพ้เครื่องสำอางที่ใช้อย่างมาก และได้รับคำแนะนำให้รู้จักเครื่องสำอางสูตรจากเกาหลี พบว่าช่วยแก้ปัญหาให้กับเราได้ จึงสนใจและได้ติดต่อไปที่เจ้าของแบรนด์ ซึ่งมีโรงงานในไทยแต่ไม่ได้ทำตลาดแบรนด์ดังกล่าวในไทย จากนั้นได้ศึกษา เรียนรู้และร่วมพัฒนาให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับคนไทย" ชัชชญา เล่าถึงที่มาของธุรกิจ

เธอปลุกปั้นแบรนด์ Charisny ด้วยตัวเองในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การติดต่อเจ้าของสูตร การคิดชื่อแบรนด์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์จนถึงวางแผนการตลาด โดยอาศัยประสบการณ์ความเป็นนักการตลาดที่สั่งสมมาจากธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ

"จุดหักเหจากพนักงานเงินเดือนมาสร้างธุรกิจของตัวเอง เกิดขึ้นหลังจากได้เข้าคอร์สการพัฒนาศักยภาพตัวเองของธุรกิจเครือข่ายรายหนึ่ง ทำให้ค้นพบทักษะความสามารถของตัวเอง และมีความเชื่อมั่นว่า คนเราสามารถประสบความสำเร็จได้หากมีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง จึงกลายมาเป็นหลักคิดสำคัญในการทำธุรกิจ"

นอกจากให้ความสำคัญกับการตลาดออนไลน์แล้ว อีกหนึ่งช่องทางจำหน่ายของ Charisny คือ ตัวแทนจำหน่ายในจังหวัดต่างๆ โดยเป็นผลพวงจากเข้าคอร์สพัฒนาศักยภาพดังกล่าว เธอจึงต้องการให้โอกาสแก่ผู้อื่น ส่งเสริมให้ตัวแทนเติบโตอย่างก้าวกระโดดและมั่นคง ล่าสุดมีตัวแทนอยู่หลายแห่งนอกจากกรุงเทพฯ แล้วก็ยังมีที่หาดใหญ่ ชลบุรีและนนทบุรี พร้อมทั้งมีแผนขยายไปทั่วประเทศเร็วๆ นี้

"เราให้ความสำคัญอย่างมากกับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่จะทำให้แบรนด์อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน" ชัชชญากล่าว

นวัตกรรม ไล่ตามด้วยทุน

ในส่วนของการพัฒนาสินค้านั้น เธอเล่าว่าทันทีที่ตัดสินใจกระโดดเข้าสู่ธุรกิจเครื่องสำอางและมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลในเชิงลึก พบว่า สูตรหรือเทคโนโลยีของแบรนด์ต่างๆ ส่วนมากใกล้เคียงกัน ดังนั้น หากมีเงินทุนก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะไล่ตามนวัตกรรม

ปัจจุบันคาริสนีมีสินค้าออกจำหน่ายแล้ว 9 รายการ แบ่งเป็น 3 เซตหลัก คือเซตรักษาสิว เซตรักษารอยฝ้า กระและเซตรักษาผิวหมองคล้ำ คาดว่ากลางปีนี้จะเพิ่มสินค้าใหม่อีก 5 รายการ ชัชชญาวางแผนให้จำนวนสินค้าทั้งหมดไม่เกิน 15 รายการ จากนั้นจะก้าวสู่การพัฒนาคุณภาพสินค้าและนวัตกรรม

ทั้งนี้ คาริสนียังเป็น 1 ในสมาชิกกลุ่มนักธุรกิจคิดบวก ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ที่มีประมาณ 100 ราย ไปทำตลาดในอาเซียน ตามแผนการแล้วภายในปีนี้จะต้องมีความชัดเจนระดับตลาดในประเทศ ซึ่งหมายถึงการมีตัวแทนที่เข้มแข็งครอบคลุมในทุกจังหวัด จากนั้นในปี 2558 ทางกลุ่มจะรุกตลาดในอาเซียนเป็นลำดับต่อไป

จับตาเครื่องสำอางแบรนด์ไทยบนเส้นทางการตลาดออนไลน์ แม้ ณ วันนี้เพิ่งเริ่มตั้งไข่ แต่อีก 5 ปีจะเป็นต้นแบบความสำเร็จให้กับเอสเอ็มอีรายอื่นได้ก้าวตาม