วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นวัตกรรมกลิ่นติดผ้า

ผ้าคลุมไหล่ลายรดน้ำส่งกลิ่นหอมดอกไม้ไทย ผลผลิตต้นแบบจากการผสานทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับเทคโนโลยี เสริมเสน่ห์และสร้างอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์ไทย

ผ้าคลุมไหล่ลายรดน้ำส่งกลิ่นหอมดอกไม้ไทย ผลผลิตต้นแบบจากการผสานทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับเทคโนโลยี เสริมเสน่ห์และสร้างอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์ไทยให้โดดเด่น สอดคล้องกับความต้องการของตลาดต่างประเทศ และที่สำคัญคือ การก้าวข้ามปัญหาถูกลอกเลียนแบบได้อย่างเหนือชั้น

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมดำเนินโครงการ "การพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมโดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา" นำร่องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอด้วยนวัตกรรมกลิ่นหอมจากเทคโนโลยีไมโครเอนแคปซูเลชั่น ทำให้สิ่งทอธรรมดาๆ สามารถมีกลิ่นติดทนนานได้นานตลอด 13 การซัก ก่อนที่จะขยับขยายไปสู่วัตถุตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ อย่างเช่น เตียง ผ้าห่ม ผ้าคลุมโต๊ะ

ต้นแบบการสร้างแบรนด์

อรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า โครงการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมฯ ถือเป็นแนวทางในการต่อเชื่อมคุณค่าวัฒนธรรม ภูมิปัญญาในอดีตและปัจจุบัน มาทำให้เกิดคุณค่าและมูลค่าแก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของประเทศไทย ที่จะสร้างแบรนด์ที่เกิดจากทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา

โจทย์การสร้างนวัตกรรม กำหนดให้นำวัฒนธรรมในแต่ละภาคเข้าไปมีส่วนร่วมในการคิดพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอปแต่ละพื้นที่ ยกตัวอย่าง ภาคกลางจะเป็นวัฒนธรรมอยุธยา ธนบุรี รัตนโกสินทร์ ภาคเหนือจะเป็นวัฒนธรรมล้านนา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นวัฒนธรรมบ้านเชียง ศรีโคตรบูรณ์ ล้านช้าง ทวาราวดีและศรีจนาศะ ส่วนภาคใต้เป็นวัฒนธรรมศรีวิชัย ลังกาสุกะ

แนวคิดในการส่งเสริมจึงดึงเอาเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมและภูมิปัญญามาเชื่อมโยงเทคโนโลยีเพื่อให้ สินค้ามีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สามารถขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการ ก้าวเข้าสู่ตลาดอาเซียน รวมทั้งการขายตลาดไปยุโรป อเมริกา หรือแอฟริกา ซึ่งกลุ่มลูกค้าเหล่านี้พร้อมที่ซื้อสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ยกตัวอย่าง การนำเทคโนโลยีไมโครเอนแคปซูเลชั่น (Microencapsulation) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อนุภาคของแข็งหรือของเหลวที่เรียกว่า แกน ถูกห่อหุ้มด้วยสารประเภทพอลิเมอร์เป็นชั้นบางๆ เกิดเป็นแคบซูลที่มีขนาดอยู่ในช่วง 1 ไมครอนถึง 1,000 ไมครอน ภายในของไมโครแคปซูลจะบรรจุสารที่เป็นของเหลวที่มีกลิ่นหอมต่างๆ เช่น กลิ่นกุหลาบ กลิ่นมะลิ แล้วนำผ้าที่ต้องการใช้มาจุ่ม แช่และบีบอัดด้วยมือ ทำให้เส้นใยผ้ามีหอมอยู่ในตัว เป็นการต่อยอดและสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นเมือง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องของการลอกเลียนแบบ

ต่อยอดวัฒนธรรมสู่สากล

อรรชกา กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์แข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงในปัจจุบัน ประเทศต่างๆ ล้วนให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพชุมชน และใช้จุดแข็งของชุมชนทางด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิตและภูมิปัญญา เพื่อเชื่อมโยงสู่ภาคการผลิตและบริการ ในการสร้างสัญลักษณ์และขยายโอกาสทางการตลาดมากขึ้น

ดังนั้น ผู้ผลิตสินค้าโอทอปจึงต้องเร่งพัฒนาสินค้า ทั้งด้านคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภค โดยผสมผสานทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับเทคโนโลยี พร้อมทั้งการพัฒนารูปแบบการนำเสนอความโดดเด่น หรือเรื่องราวของสินค้าให้เกิดการรับรู้ต่อผู้บริโภค เพื่อให้เกิดการสร้างคุณค่าในตัวสินค้า สามารถเพิ่มมูลค่าและลดอุปสรรคการแข่งขันทางด้านราคา ให้ความสำคัญและตระหนักถึงการสร้างตรายี่ห้อสินค้าให้เป็นที่ยอมรับ

“ผู้ผลิตจำเป็นต้องกำหนดตำแหน่งทางการตลาดของสินค้าและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ศึกษารสนิยมและพฤติกรรมการบริโภค และผลิตสินค้าให้สอดคล้องต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อพัฒนาตนเองจากผู้ผลิตที่ตอบสนองต่อความต้องการระดับท้องถิ่น ให้ยกระดับไปสู่ผู้ผลิตที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในระดับสากล” ข้อเสนอแนะทิ้งท้ายจากอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม