ถึงเวลา (กาแฟ) โบราณ

ถึงเวลา (กาแฟ) โบราณ

‘คอฟฟี่ บีนเนอรี่’ หันมาบุกตลาดกาแฟโบราณ ในแบรนด์นกอินทรีย์ พร้อมแพ็กเกจกาแฟถุงกระดาษ บุกตลาดแฟรนไชน์สร้างการับรู้

คร่ำหวอดในวงการกาแฟโบราณกว่า 50 ปี ก่อนจะขยับไปสู่ผลิตภัณฑ์กาแฟสด ‘คอฟฟี่ บีนเนอรี่’ หันมาบุกตลาดกาแฟโบราณ ในแบรนด์นกอินทรีย์ พร้อมแพ็กเกจกาแฟถุงกระดาษ บุกตลาดแฟรนไชน์สร้างการับรู้

อัคคพันธ์ ลีวุฒินันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอฟฟี่ บีนเนอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟและชาภายใต้แบรนด์ “โซลิโต้” (Zolito) เผยถึงธุรกิจใหม่ของบริษัทที่ต้องการจะรีแบรนด์

“เราทำธุรกิจกาแฟมากว่า 50 ปี จากการค้าเมล็ดพันธุ์พืช และเริ่มธุรกิจกาแฟโบราณในชื่อแบรนด์นกอินทรีย์ จนเป็นที่รู้จักและค่อย ๆ เงียบไปเมื่อเราขยับมาสู่ธุรกิจกาแฟสด”

ปลุกชีพกาแฟโบราณ

อัคคพันธ์ชี้ว่า เขาเป็นรุ่นที่ 3 ของครอบครัวที่เข้ามาสานต่อธุรกิจนี้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มกาแฟโบราณของบริษัทยังมีอยู่ โดยเมื่อ 10 ปีที่แล้วเริ่มกลับมาทำตลาดใหม่ แต่อยู่ในรูปของกาแฟโบราณคั่วบด โดยส่งให้กับร้านยี่ปั๊วทั่วประเทศ

“เราอยู่มาตั้งแต่กาแฟโบราณถูกขายในกระป๋องนม ถุงเสื้อกล้าม มาจนถึงปัจจุบันที่เป็นกาแฟถุงกระดาษ เพิ่มปริมาณ และชูจุดขายเรื่องการเก็บความเย็น”

การเปลี่ยนแปลงของกาแฟโบราณในรูปของบรรจุภัณฑ์ ทำให้เขามองเห็นโอกาสในการสร้างการรับรู้ของแบรนด์นกอินทรีย์ จึงทำการวิจัยและศึกษาตลาด โดยเฉพาะเรื่องเรื่องแฟรนไชน์และบรรจุภัณฑ์

อัคคพันธ์มองว่า นกอินทรีย์เดิมที่ขายวัตถุดิบให้กับธุรกิจกาแฟโบราณ ทำให้เห็นว่า แต่ละร้านมีสูตรการชงเครื่องดื่มที่แตกต่างกันออกไป การจะเปิดธุรกิจจึงต้องพัฒนาสูตรการชงเครื่องดื่มที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากแบรนด์อื่นด้วยทีมพัฒนาที่จะสร้างสรรค์สูตรเครื่องดื่มที่หลากหลาย

ในขณะเดียวกันก็วางสถานะเป็นศูนย์บริการด้านกาแฟโบราณแบบครบวงจร โดยระบบแฟรนไชน์จะไม่ได้ระบุให้ลูกค้าต้องซื้ออุปกรณ์ทุกอย่างครบชุด แต่สามารถที่จะใช้สิ่งที่ตัวเองมีอยู่ และเลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่ขาด

ที่สำคัญไม่มีค่าแฟรนไชน์ ค่าธรรมเนียมรายปี รวมถึงค่ารอยัลตี้ฟี โดยที่ทางนกอินทรีย์ ก็จะสอนสูตรกาแฟโบราณและเครื่องดื่มอื่น ๆ รวมถึงเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจให้อีกด้วย

“การทำตลาดเพื่อที่จะรีแบรนด์นกอินทรีย์ เราจะมุ่งไปที่การสร้างอาชีพ โดยอาศัยความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่มีมานานกว่า 50 ปี และเล่นเรื่องราคาที่คนสามารถจะจ่ายได้ โดยค่าแฟรนไชน์จะเริ่มที่ 19,900 บาท โดยที่มีการรับรองมาตรฐาน GMP, HACCP, ฮาลาล, Thailand Trust Markและอื่น ๆ อีกมาก ช่วยกระตุ้นความสนใจของลูกค้า” นายอัคคพันธ์ชี้

จุดแข็งครบวงจร

กาแฟถุงกระดาษแบรนด์นกอินทรีย์นี้ อัคคพันธ์ตั้งเป้ายอดขายแฟรนไชน์ 2-300รายในปี 2557 ซึ่งจะทำการประชาสัมพันธ์ผ่านการออกงานแฟร์ อาทิ งาน ThaiFex รวมถึงการทำตลาดผ่านโซเชียล มีเดียวและเว็บไซต์ จากนั้นเฟสต่อไปจะเป็นการออกโรดโชว์ทั่วประเทศ

กรรมการผู้จัดการ คอฟฟี่ บีนเนอรี่ ชี้ว่า จุดแข็งของแบรนด์คือ ทำธุรกิจกาแฟทั้งกาแฟสดและกาแฟโบราณ ทำให้มีความร่วมมือกับดิสทริบิวเตอร์ ยี่ปั๊วต่าง ๆ

ในขณะเดียวกันก็ชูคุณภาพ มาตรฐานและประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ พร้อมทั้งราคาที่สามารถแข่งขันได้เต็มที่ เพราะเป็นธุรกิจที่มีกระบวนการแปรรูปโดยไม่ผ่านคนกลางหลายชั้นดังนั้น คนที่มาซื้อแฟรนไชน์ก็จะสามารถคำนวณต้นทุนได้ในระดับที่มีผลกำไรเลี้ยงตัวเอง

“เราไม่ได้ตั้งเป้าตัวเงินเป็นหลัก แต่ต้องการที่จะให้ระบบแฟรนไชน์ นกอินทรีย์เกิดเป็นธุรกิจแบบยั่งยืน ผลักดันให้กลุ่มธุรกิจกาแฟโบราณของเราเพิ่มยอดขายอย่างต่อเนื่อง”

สำหรับการขยายไลน์ระบบแฟรนไชน์กาแฟโบราณนี้ อัคคพันธ์ชี้ว่า ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม นอกจากการคิดโมเดลธุรกิจ เพื่อเพิ่มลูกค้าให้กับผู้ที่จะมาซื้อแฟรนไชน์

50 ปีของนกอินทรีย์ จากที่คนรู้จักดีก็ค่อย ๆ เงียบหายไป เขากล่าวว่า สิ่งที่เราพยายามทำคือ การทำให้แบรนด์กลับมาแข็งแกร่งภายใน 2 ปี ซึ่งกาแฟถุงกระดาษเป็นเทรนด์ที่ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน แต่ธุรกิจกาแฟจะมีโอกาสแน่นอน เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบ ดังนั้น ตัวกาแฟที่เป็นแกนหลักของธุรกิจจะเป็นสิ่งที่คงอยู่และขับเคลื่อนธุรกิจนี้

“การที่เราทำธุรกิจกาแฟทั้งสดและโบราณ ถือเป็นจุดแข็ง เมื่อรวมกับความสามารถในการประยุกต์และพร้อมปรับตัวรับเทรนด์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จะทำให้คอฟฟี่ บีนเนอรี่ พาแบรนด์โซลิโต้(Zolito) และนกอินทรีย์ไปได้ไกลในสนามแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา” กรรมการผู้จัดการ คอฟฟี่ บีนเนอรี่ กล่าว

สาลินีย์ ทับพิลา รายงาน