"สามเณรรากแก้ว ศาสนทายาท" เรียลลิตี้ธรรมะนำเสนอภารกิจของสามเณร 9 รูป ที่พยายามจะฝืนกระแสอารมณ์บันเทิงจากการเล่นเกม ติดกิน ติดเล่น
"สามเณรรากแก้ว ศาสนทายาท" เรียลลิตี้ธรรมะนำเสนอภารกิจของสามเณร 9 รูป ที่พยายามจะฝืนกระแสอารมณ์บันเทิงจากการเล่นเกม ติดกิน ติดเล่น ถ่ายทอดสดตลอด 24 ชั่วโมงให้ผู้ชมรายการได้เสพหลักธรรมที่ปราศจากการปรุงแต่ง สวนกระแสเรียลลิตี้ทางโลก
สามเณรทั้งเก้าผ่านการคัดเลือกมาจากเด็กอายุ 7-12 ปี จากผู้สมัครร่วม 200 คนที่ตั้งใจบวชตลอดระยะเวลา 1 เดือน ส่วนหนึ่งพิจารณาคัดเลือกจากโรงเรียนต่างๆ ทั้งต่างจังหวัด ในกรุงเทพฯ โรงเรียน(พิเศษ)แนววิถีพุทธ โรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนวัด เพื่อให้เห็นความแตกต่างของเด็กแต่ละคน ที่เป็นตัวแทนความหลากหลายของผู้คนที่ต้องอยู่ร่วมกันในสังคม
ดับร้อนด้วยธรรมะ
พระราชญาณกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก กล่าวว่า เรียลลิตี้พุทธศาสนานี้จะถ่ายทอดชีวิตในแต่ละวันของสามเณร ตั้งแต่กิจวัตรประจำวัน การเรียนรู้เพื่อเข้าใจตนเองและเข้าใจผู้อื่น การสวดมนต์ นั่งสมาธิ การภาวนา การเรียนรู้หลักธรรมคำสอนต่างๆ เนื้อหาของรายการต้องการสื่อให้ผู้ใหญ่ในสังคมได้ฉุกคิด รู้จักระงับสติอารมณ์ หลังจากมองเห็นภาพความสงบบริสุทธิ์จากสามเณร
"แทนที่จะดูรายการร้อนหู ร้อนใจก็เปลี่ยนมาดูรายการที่ดูแล้วเย็น(ใจ) แถมยังอาจช่วยหยุดหรือเปลี่ยนความคิดจากร้อนมาเป็นเย็น น่าจะเป็นทางออกที่ดี ยิ่งถ้าเยาวชนมีโอกาสเสพช่องดีๆ เขาจะเป็นคนอ่อนโยน ไม่ก้าวร้าว แต่ถ้าไปเสพสื่อกับช่องอย่างนั้น เขาก็จะเป็นอย่างนั้น เพราะว่าคบคนเช่นไรก็เป็นคนเช่นนั้น"
ทั้งนี้ โครงการสามเณรรากแก้วศาสนทายาท เป็นโครงการสืบทอดพระศาสนาด้วยการเผยแผ่หลักธรรมไปสู่คนรุ่นเยาว์ เพื่อหล่อหลอมให้มีรากฐานทางจิตใจที่ดีงามและมั่นคง สามารถสืบสานพุทธศาสนาและดูแลประเทศชาติให้สงบร่มเย็นต่อไปในอนาคต ขณะเดียวกันยังกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการบวชเพื่อศึกษาธรรมและตอบแทนพระคุณของแม่ ทำให้ครอบครัวไทยใกล้ชิดกับศาสนามากยิ่งขึ้น จัดโดยวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ร่วมกับองค์กรภาคีส่งเสริมพระพุทธศาสนา ถ่ายทอดผ่านจาน Dtv ช่อง Dltv1, ทรูวิชั่นช่อง 186, CTH ช่อง 9 และ 151, IPM ช่องสุวรรณภูมิ 122, PSI TRUE ช่อง 53, PSI OK ช่อง 77 และชมทางมือถือดาวน์โหลดแอพ DLTV on Mobile ช่องป.1 ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.-27 เม.ย.นี้
เสน่ห์ความเรียบง่าย
"สามเณรรากแก้วศาสนทายาท" เป็นเรียลลิตี้ธรรมะที่เป็นธรรมชาติไม่ได้ปรุงแต่ง แสดงให้เห็นถึงความไร้เดียงสาของเด็กที่บริสุทธิ์ เรียบง่าย มีความสงบและมีความเย็นอยู่ในรายการที่ตอบโจทย์ให้กับผู้ที่ต้องการความเรียบง่าย ซึ่งอาจจะขัดกับวิถีปัจจุบัน หรือขัดกับรายการอื่นๆ ที่ผู้กำกับต้องคิดหรือปรุงแต่งสุดๆ เพื่อที่คนดูรู้สึกอินไปกับรายการหรือละครเรื่องนั้นๆ
พระพรพล ปสันโน เลขานุการเจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กล่าวว่า เป็นโอกาสดีมากๆ ที่จะได้ชมรายการธรรมะแท้ๆ และเป็นรายการที่เป็นธรรมชาติซึ่งนำเสนอธรรมะจากธรรมชาติจริงๆ ขณะที่รายการอื่นเป็นการแข่งขันเพื่อชิงรางวัลภายใต้โจทย์ต่างๆ ตามคอนเซ็บต์รายการ อาจอยากทำให้เป็นอย่างโน่นเป็นอย่างนี้
"แต่ของเราทำแบบธรรมะคือ ทำแบบ"ไม่มี"ความอยาก มันเป็นอย่างไรก็ให้เป็นอย่างนั้น เณรจะอยู่ครบหรือไม่ครบจนจบรายการก็ให้เป็นไปตามนั้นแต่ เราพยามเอาธรรมะใส่เข้าไปให้ได้มากที่สุด ให้เห็นความไม่ แต่ภายใต้ความไม่เที่ยง เราก็พยายามทำความไม่เที่ยงนั้นให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราเน้นให้น้องเณรเกิดปัญญา นำธรรมะไปใช้กับเพื่อนทั้ง 9 คน นี่คือสิ่งที่เราต้องการ”
ยกตัวอย่างความขัดแย้งผ่านการใช้ชีวิตร่วมกันของสามเณรทั้ง 9 รูป พระพรพล กล่าวว่า ภายใต้ความขัดแย้งที่เกิดจากพื้นฐานความแตกต่างของแต่ละรูป แม้ว่าจะทะเลาะกัน แต่ก็ไม่อาฆาตพยาบาทเหมือนกับผู้ใหญ่ ตรงกันข้ามกลับรู้จักที่จะให้อภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเรียนรู้จากสามเณร
“ถ้าชมแล้วเห็นธรรมะจากสามเณร ธรรมะจากการให้อภัยการไม่โกธรกันแม้จะทะเลาะกันทุกวัน เช้าคู่หนึ่ง กลางวันคู่หนึ่ง บ่ายคู่หนึ่ง กลางคืนก่อนนอนอีกคู่หนึ่ง แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็กลับมากอดคอกันแล้ว สังคมน่าจะเรียนรู้และนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ โอกาสที่ประเทศไทยจะกลับมาร่มเย็นสงบสุขเหมือนเดิมก็น่าจะมี” พระพรพล กล่าว


