ลา โรช-โพเซย์ชูนวัตกรรมป้องกันรังสีลอง ยูวีเอ จับเทรนด์สาวหวั่นผิวคล้ำ หวังสร้างการรับรู้ ลดปัญหาผิวแสบไหม้ หมองคล้ำจที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็ง
สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน
ฤดูร้อนที่มาเร็ว พร้อมกับแสงยูวี ผลิตภัณฑ์กันแดดกลายเป็นไอเท็มสำคัญ ลา โรช-โพเซย์ชูนวัตกรรมป้องกันรังสีลอง ยูวีเอ จับเทรนด์สาวหวั่นผิวคล้ำ หวังสร้างการรับรู้ ลดปัญหาผิวแสบไม้ หมองคล้ำจากแดดที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็งผิวหนัง
แสงแดดประกอบด้วย รังสีอินฟราเรด 40% แสงที่มองเห็นได้ 50% และรังสีอัลตราไวโอเลต หรือยูวี 10% ซึ่งประกอบด้วย ยูวีซี, ยูวีบี และยูวีเอ แต่โอโซนในบรรยากาศได้กรองเอารังสียูวีซีออกไป ทำให้พบเฉพาะ ยูวีเอ 90% และ ยูวีบี10% เท่านั้นบนพื้นผิวโลก ยูวีเอ ยังแบ่งเป็น Long UVA (ยูวีเอ1, 340-400 นาโนเมตร) และ Short UVA (ยูวีเอ 2, 320-340 นาโนเมตร)
"สาวไทยใส่ใจเรื่องของผิวพรรณมากขึ้น เลือกสรรผลิตภัณฑ์กันแดดที่เหมาะกับผิวและการใช้งานของตนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีความเข้าใจผิดเรื่องของการปกป้องผิวจากรังสียูวีเอและยูวีบีอยู่" ผุสดี สุจิตจร ผู้จัดการทั่วไปแผนกเวชสำอาง ลอรีอัล ประเทศไทย
:: เปิดแลปรักษ์ผิว
พฤติกรรมการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กันแดดของคนไทยยังคงเน้นเลือกจากเอสพีเอฟให้สูงเข้าไว้ ด้วยหวังว่าจะกันแดดได้ดีที่สุด แต่ที่จริงแล้ว ค่าเอสพีเอฟเป็นค่าการป้องกันรังสียูวีบี ที่มีเพียง 10% ของรังสีอัลตราไวโอเลตที่ส่องมาบนโลก
ดร.โดมินิค โมยาวน์ นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านรังสียูวี แผนกวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม จากศูนย์วิจัยลอรีอัล ประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า รังสียูวีบีจะทำให้ผิวแดง แสบ ไหม้ แล้วจะดำคล้ำขึ้นภายใน 2 วัน ก่อนจะหายไปหลังจากนั้น 2-3 วัน แต่รังสียูวีเอจะทำให้ผิวคล้ำทันที ความคล้ำนั้นจะอยู่นานเป็นปี หรืออาจคล้ำถาวร สาเหตุหนึ่งคือ รังสีลองยูวีเอที่ทำร้ายลึกถึงโครงสร้างชั้นผิวหนังแท้
ศูนย์วิจัยลอรีอัลทำการทดสอบวิจัยคลื่นรังสีลอง ยูวีเอที่ส่งผลต่อผิวหนังพบว่า ช่วงความยาวคลื่น 340-400 นาโนเมตรของรังสีลอง ยูวีเอ สามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังได้ลึกที่สุด ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีผิว ผิวคล้ำ จุดด่างดำ, โครงสร้างของผิวเปลี่ยน การผลิตคอลลเจนและอีลาสตินลดลง เกิดริ้วรอย ขาดความกระชับ และรังสียังส่งผลต่อการทำงานของเซลล์ผิว ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงภายใน ที่มีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งผิวหนังได้
“ผลการทดสอบกับเซลล์ผิวหนังสังเคราะห์ โดยใช้รังสีลอง ยูวีเอ 20 จูลล์ต่อตารางเซนติเมตร หรือเท่าการตากแดด 48 ชั่วโมง ผลที่ได้คือ ผิวหนังชั้นนอกบางลง ไฟโบรบลาสต์ที่เป็นตัวสร้างคอลลเจนและอีลาสตินหายไป” ดร.โดมินิคเผย
นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจปริมาณรังสีลอง ยูวีเอในแสงแดด ซึ่งศูนย์วิจัยลอรีอัลพบว่า ประเทศในแถบเอเชียมีรังสีลอง ยูวีเอในแสงแดดมากกว่าประเทศแถบยุโรปหลายเท่าตัว โดยเฉพาะฤดูร้อนตั้งแต่เดือนเมษายนถึงตุลาคมพบปริมาณรังสีลอง ยูวีเอในแสงแดดของไทยสูงกว่าในปารีสถึง 4.22 เท่า
แม้อันตรายของรังสีลอง ยูวีเอจะยังไม่เห็นผลในทันทีแต่ส่งผลรุนแรงในระยะยาว ผลิตภัณฑ์กันแดดจึงเป็นตัวช่วยในการป้องกันภัยเงียบจากรังสียูวีต่าง ๆ
:: แดดแรงดันตลาดโต
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ตัวเลขการเติบโตของผลิตภัณฑ์กันแดดในช่วงหน้าร้อนปี 2556 ว่าน่าจะโต 30-50% จากช่วงปกติ ขณะที่ตลาดครีมกันแดดภายในประเทศทั้งปี 2556 น่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท หรือเติบโตถึง 15% จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กันแดดใหม่ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนท์ อาทิ ผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับเด็ก ผลิตภัณฑ์กันแดดที่บำรุงผิวไปพร้อมกัน เป็นต้น ในขณะที่ตลาดรวมครีมกันแดดสำหรับผิวหน้าในกลุ่มเวชสำอาง ตัวเลขปี 2556 คาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 700 ล้านบาท
“ตลาดผลิตภัณฑ์กันแดดมีแนวโน้มที่จะโตขึ้นอีก โดยเฉพาะในปี 2557 นี้ ที่หน้าร้อนมาเร็วกว่าเดิม แดดแรงขึ้น อย่างไรก็ดี พฤติกรรมผู้บริโภคยังคงมองว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมกันแดด หรือเลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีเอสพีเอฟสูงๆ” ผู้จัดการทั่วไปแผนกเวชสำอาง ลอรีอัล ประเทศไทยชี้
ดร.โดมินิคแนะว่า การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดควรเลือกให้เหมาะกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันว่าจะถูกแสงแดดมากน้อยแค่ไหน หากต้องออกกลางแจ้งควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันทั้งรังสียูวีบี ที่ดูค่าเอสพีเอฟ และรังสียูวีเอ โดยสังเกตจากค่า PA (Protection UVA Class or Protection Grade of UVA) ซึ่งจะเห็นบนฉลากผลิตภัณฑ์ในรูปของ PA+ ไปจนถึง PA++++ ที่สามารถป้องกันผิวหมองคล้ำจากรังสียูวีเอได้สูงที่สุด
ผุสดีชี้ว่า การแข่งขันของตลาดครีมกันแดดขึ้นอยู่กับสถานะของแบรนด์และการตอบโจทย์ของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งในมุมของลอรีอัลให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นคือ การปกป้อง ซึ่งต้องทำการวิจัยและพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์สามารถป้องกันรังสียูวีเอและยูวีบี รวมไปถึงรังสีลอง ยูวีเออีกด้วย
ตามมาด้วยส่วนผสมของผลิตภัณฑ์กันแดด โดยส่วนผสมต่าง ๆ จะมีผลต่อเนื้อสัมผัส สี และอื่นๆ ดังนั้นจะต้องทำให้ตอบโจทย์ของผู้ใช้ เช่น ปกป้องรังสียูวีได้ แต่ทาแล้วหน้าเทา หรือทารองพื้นและแป้งทับแล้วเป็นคราบ สุดท้ายคือ การพัฒนาสูตรให้เหมาะกับสภาพผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผิวผู้หญิงปัจจุบันที่เซนซิทีฟจากมลภาวะและปัจจัยอื่นๆ
“ความท้าทายคือ การพัฒนาผิวสัมผัสของครีมกันแดดเพื่อให้ตอบโจทย์สิ่งที่ผู้หญิงต้องการ โดยที่ประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสียูวีเต็มที่ เรานำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ สู่ตลาด ล่าสุดคือ ลา โรช-โพเซย์ แอนเทลิโอส เอ็กซ์แอล อัลตร้า-ไลท์ ฟลูอิด เอสพีเอฟ 50 + ที่มีค่า PPD สูงเพียงพอสำหรับทุกความต้องการ ด้วยนวัตกรรมรูปแบบสารกรองแสงลิขสิทธ์เฉพาะ Mexoplex® ตอบโจทย์ผิวที่แพ้แสงแดด ระคายเคืองง่าย เนื้อสัมผัสเบาสบายกว่าเดิม และยูวีเดีย อควา เฟรช เจล เอสพีเอฟ 30 พีเอ++++ ซึ่งเป็นเจลกันแดดสำหรับผิวหน้า สำหรับทุกสภาพผิวและผิวระคายเคืองง่าย” ผุสดีชี้
แต่สิ่งที่ท้าทายมากกว่า ผู้จัดการทั่วไปแผนกเวชสำอาง ลอรีอัล ประเทศไทยทิ้งท้ายว่า เป็นเรื่องของการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจกับผู้บริโภคถึงความสำคัญของการปกป้องผิวจากรังสียูวี โดยเฉพาะปัจจุบันที่ต้องเผชิญแดดจ้ามากกว่าเดิม





