ทรูไอดีซีฟันธงศูนย์สำรองข้อมูลขยายตัวสูงสุด รับหลายปัจจัยเสี่ยงทั้ ระบุอีก 2 เดือน พร้อมเซ็นสัญญาร่วมทุนยักษ์ต่างชาติผุดศูนย์ใหม่
นายเจนวิทย์ คราประยูร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด ตลาดดาต้า เซ็นเตอร์ปีที่ผ่านมามีมูลค่า 2,000 ล้านบาท และปีนี้ยังคาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องราว 15% โดยประเมินว่ามีอัตราการขยายตัวต่อเนื่องไปอีก 1-3 ปีจากปริมาณความต้องการใช้บริการของลูกค้าองค์กรที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากหันมาให้ความสำคัญการมีศูนย์สำรองข้อมูล (ดีอาร์ ไซต์) เหตุเกิดปัญหาภัยพิบัติ และความไม่สงบทางการเมือง
ปีนี้ ทรูไอดีซีเน้นประสิทธิภาพการให้บริการแก่ลูกค้า และพัฒนาบริการให้เหมือนระดับสากล โดยเน้น 3 บริการหลักคือ บริการศูนย์สำรองข้อมูล ดีอาร์ ไซต์, บริการวีดิโอ คอนเฟอเรนซ์ แบบเอชดี และบริการคลาวด์พร้อมระบบอัตโนมัติครบวงจร ซึ่งตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 450 ล้านบาท กำไร 70-80 ล้านบาท ขยายตัวจากปีก่อนที่มีรายได้ 390 ล้านบาท รายได้ส่วนใหญ่กว่า 85% มาจากบริการให้เช่าพื้นที่เพื่อสำรองข้อมูล (โค-โลเคชั่น)
เขา ระบุว่า ปัจจุบันศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์ในประเทศมีผู้จองพื้นที่เต็มเกือบหมดแล้ว โดยบริษัทให้บริการ 2 แห่ง คือ อาคารทรู ทาวเวอร์ และศูนย์เมืองทองธานี ซึ่งพื้นที่ให้เช่าเต็มหมดแล้ว ปีนี้ จึงเพิ่มความจุอีก 190 แร็ก บนพื้นที่ 500 ตร.ม. ใช้งบลงทุนราว 200 ล้านบาท ขณะนี้มียอดจองพื้นที่แล้ว 50% จากกลุ่มทรูเองที่ใช้เป็นพื้นที่สำรองข้อมูลสำหรับบริการ 3จี และ 4จี
นอกจากนี้ ทรูไอดีซีกำลังสร้างศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์แห่งใหม่ในภาคตะวันออก ซึ่งจะเป็นการร่วมทุนกับผู้ประกอบการรายใหญ่จากต่างประเทศ คาดว่าภายใน 2 เดือนต่อจากนี้ จะลงนามร่วมกันได้ และใช้เวลาก่อสร้าง 18 เดือน บนพื้นที่อย่างต่ำ 5,000 ตร.ม. รองรับความจุได้มากกว่า 700 แร็ก และจะให้บริการได้อย่างช้าไตรมาส 1 ปี 2559
"ตอนนี้ยังให้รายละเอียดกับศูนย์ใหม่ที่ภาคตะวันออกได้ไม่มากนัก เพราะยังไม่ได้เซ็นสัญญากับพาร์ทเนอร์ แต่ที่สำคัญจะสร้างให้ศูนย์ไอดีซีมีขนาดและเทคโนโลยีเทียบเท่ากับประเทศชั้นนำในเอเชียอย่างมาเลเซีย และสิงคโปร์ มีโมเดลของศูนย์เหมือนกับต่างประเทศ และระดับความปลอดภัยขั้น 4"
เขา กล่าวว่า การสร้างศูนย์ไอดีซีกระจายไปต่างจังหวัดมากขึ้น เพราะต้องการกระจายความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่อาจเกิดใน กทม. ซึ่งที่ผ่านมามีหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ และภัยคุกคามอื่นๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด สร้างความสูญเสียในการดำเนินธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้ปัจจุบันองค์กรธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนและเตรียมความพร้อมรองรับความเสี่ยงจากภัยต่างๆ เหล่านี้มากขึ้น
ล่าสุด บริษัทต่อยอดมาตรฐานการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจบีเอส 25999-2:2007 ที่ได้รับเมื่อปี 2555 ก้าวสู่มาตรฐานไอเอสโอ 22301 ด้านการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์ไอดีซี ภาคตะวันออก จะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มสถาบันทางการเงิน และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย จากปัจจุบันมีลูกค้าองค์กรแล้วราว 400 ราย





