"ทรูมันนี่" คาดรายได้ปีนี้ทะลุ 2,000 ล้านบาท จากเม็ดเงินค่าธรรมเนียมบริการออนไลน์ทุกประเภท ลั่นยังคงเป็นผู้นำบริการ บิลเพย์เม้นท์-อีวอลเล็ท
นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด กล่าวว่า ในปี 2557 นี้ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 2,100 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมาราว 15% ที่มีรายได้ 1,870 ล้านบาท โดยรายได้ของทรูมันนี่มาจากการเก็บค่าธรรมเนียมทั้ง 3 ธุรกิจ คือ การเติมเงิน (ท็อป อัพ) 55% การชำระใบแจ้งหนี้ (บิล เพย์เม้นท์)28% บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-วอลเล็ท) 14% และตัวกลางรับชำระค่าสินค้า (เพย์เม้นท์ เกตเวย์) 3%
โดยปัจจัยบวกที่ส่งผลให้แนวโน้มรายได้ปีนี้ขยายตัวมาจาก การใช้ผ่านบิลเพย์เม้นท์มากขึ้นเพราะการใช้งานง่ายขึ้น และแพร่หลายผ่านสมาร์ทโฟน โดยมองว่าจะมีอัตราเติบโต 22% ประกอบกับบริการอี-วอลเล็ทยังมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นด้วยราว 25% ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมองว่าจะเป็นผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตมากกว่า 40 ล้านคน เพราะจากข้อมูลพบว่า ในประเทศไทยมีผู้ใช้บัตรเครดิตเพียง 9 ล้านรายเท่านั้น ขณะเดียวกัน บริษัทใช้งบลงทุนราว 50 ล้านบาทปีนี้ เพิ่มความปลอดภัยให้ระบบหลังบ้าน
"ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ ในแต่ละทรานเซคชั่นมีมูลค่าครั้งละ 170 บาท แต่ในอนาคตอีก 3 ปี เชื่อว่าการทำทรานเซคชั่นต่อครั้งจะเพิ่มได้เป็น 1,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งจะรวมถึงการใช้งานผ่านเพย์เม้นท์ เกตเวย์ด้วย ที่จะมีการซื้อของทุกอย่างทั้งดีล คูปอง โทรศัพท์มือถือ บัตรส่วนลดร้านอาหาร"
อย่างไรก็ดี ในส่วนของท็อปอัพนั้น แม้สัดส่วนของการเติบโตในปี 2557 คาดว่าจะอยู่ที่ 6-7% แต่ในแง่มูลค่าเม็ดเงินมีอัตราสูง จากมูลค่าตลาดรวมในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมแต่ละปีนี้มากถึง 180,000 ล้านบาท โดยจะแบ่งเป็นการเติมเงินเข้าเครือข่ายโทรศัพท์มือถือสำหรับซื้อแอร์ไทม์จำนวน 75% เกมออนไลน์ 15% และที่เหลืออีก 10% เป็นการเติมเงินเข้าไลน์และวีโอไอพี ซึ่งในส่วนตลาดท็อปอัพมองว่าการเติมเงินเข้าเกมออนไลน์จะมีโอกาสขยายตัวสูงที่สุด
ทั้งนี้ ในปี 2556 มูลค่าตลาดรวมของเกมออนไลน์มีจำนวน 3,780 ล้านบาท โดยทรูมันนี่มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ 65% สำหรับปีนี้คาดว่าตลาดรวมเกมออนไลน์จะโตขึ้น 5% เป็น 3,970 ล้านบาท ซึ่งทรูมันนี่ก็ตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 75% ขณะที่ตลาดบิล เพย์เม้นท์ ในปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังนิยมการจ่ายเงินด้วยเงินสด หรือตามเคาน์เตอร์ เซอร์วิส 61% จ่ายผ่านสถาบันทางการเงิน และเครดิต การ์ด 30% และ 9% จ่ายผ่านทรูมันนี่ โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายเพิ่มอัตราการจ่ายผ่านทรูมันนี่เป็น 10%
เขา ระบุว่า ที่ผ่านมาทรูมันนี่มีมูลค่าการชำระเงินมากกว่า 23,000 ล้านบาทในปี 2556 จากจำนวนบิลทั้งหมด 23.5 ล้านใบ คิดเป็นเดือนละ 2.7 ล้านบิล โดยในปี 2557 นี้ ระบบทรูมันนี่จะรับชำระสินค้าได้มากกว่า 75 รายการ ทั้งบิลในกลุ่มทรูคอร์ปฯ ค่าสาธารณูปโภค เครดิต การ์ด ประกันภัย ประกันชีวิต และสินเชื่อเช่าซื้อ
สำหรับบริการอี-วอลเล็ทนั้น บริการหลักในปีนี้ จะเน้นบริการสแกนแอนด์เพย์ รวมทั้งการโอนเงินในระบบไปยังคนอื่นแบบเรียลไทม์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งตั้งแต่ที่ทรูมันนี่เปิดตัวบริการอี-วอลเล็ทตั้งแต่ปลายเดือนก.ค.ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีลูกค้าลงทะเบียนแล้ว 6 ล้านราย ลูกค้าใช้งานจริง (แอคทีฟ ยูสเซอร์) 60,000 ราย และมียอดการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมาใช้งานบนโทรศัพท์มือถือแล้ว 230,000 ดาวน์โหลด ตั้งเป้าหมายว่าปีนี้จะเพิ่มเป็น 1 ล้านดาวน์โหลด


