เปิดใจ เฉลิมโชค ล่ำซำ 'จากนี้ไป ล็อกซเล่ย์ คงเหนื่อยขึ้น'

ล็อกซเล่ย์ ปรับแผนรับมือสุญญากาศภาครัฐ
สถานการณ์การเมืองที่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 ของภาคธุรกิจ ที่ต้องพึ่งพาโครงการภาครัฐ หลายบริษัทต้องปรับแผนธุรกิจใหม่หมด เน้นเข้าหาโครงการในภาคเอกชนที่ยังพอมีช่องทางสร้างรายได้อยู่บ้างแทน บางบริษัทยังโชคดีมีโครงการแบ็คล็อกอยู่ในมือ แต่หากสถานการณ์การเมืองยังลากยาว ต่อให้มีแบ็คล็อกมากเท่าไหร่คงไม่ช่วยอะไร
"บมจ.ล็อกซเลย์" บริษัทที่ดำเนินธุรกิจในไทยมากว่า 72 ปี เป็นหนึ่งในบริษัทที่ส่งสัญญาณการปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะรายได้หลักของบริษัทมาจากโครงการรัฐถึง 60% ขณะที่ก่อนหน้านี้ก็ "เจ็บปวด" มาแล้วกับโครงการหวยออนไลน์ ที่ต้องหยุดชะงักไป รอแก้ กฎหมาย และรัฐบาลใหม่เข้ามาสานต่อ ล็อกซเล่ย์ลงทุนโครงการนี้ไปมากกว่าหลายร้อยล้านบาท
ขณะที่ โครงการที่น่าจะเป็น "ไฮไลต์" ของล็อกซเล่ย์ปีนี้ และมองข้ามไม่ได้ คือ "ทีวีดิจิทัล" ที่เป็นความหวังใหม่ อาจเข้ามาทดแทนโครงการหลายๆ โครงการที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
แบ็คล็อกในมือเฉียด"หมื่นล้าน"
นายเฉลิมโชค ล่ำซำ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ล็อกซเล่ย์ กล่าวยอมรับว่า สถานการณ์การเมืองส่งผลต่อการทำธุรกิจของบริษัท ต้องปรับแผนหันไปรุกตลาดภาคเอกชน และตลาดต่างประเทศมากขึ้น แทนที่จะรอโครงการภาครัฐ ขณะที่ ต้องระมัดระวังการใช้เงิน ต้องมอนิเตอร์สถานการณ์บ้านเมืองวันต่อวัน แต่ยังดีที่บริษัทยังมีโครงการขนาดใหญ่อยู่ในมือ (แบ็กล็อก) อีกเกือบหมื่นล้านส่วนใหญ่เป็นโครงการด้านอินฟราสตรัคเจอร์ พลังงาน ในจำนวนนี้เป็นโครงการในฝั่งเทเลคอมราว 3,000 ล้านบาท
"สถานการณ์การเมืองขณะนี้ ต้องยอมรับว่า มีผลให้โครงการภาครัฐซึ่งเป็นรายได้หลัก มีความไม่แน่นอนสูง เก็บเงินจากตรงนี้ไม่ได้ ทำให้เรามองโครงการฝั่งเอกชนเพิ่ม ขณะที่ในฝั่งเทเลคอม โครงการที่มีความแน่นอนสูง คือ โครงการ 3จี ทีโอที ยังไม่มีอะไรออกมาเป็นรูปธรรม เราก็ต้องหันไปที่ กสท โทรคมนาคมที่ยังพอไปได้เน้นวางอินฟราสตรัคเจอร์"
ลุยวางระบบร้านองค์การสกสค.
ล่าสุดได้โครงการใหม่ โดยบริษัท ล็อกซเล่ย์ ไวร์เลส จำกัด (มหาชน) ร่วมกับองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือองค์การค้าของ สกสค ร่วมกันเปิดร้านค้าศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ภายในโรงเรียนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เฟสแรก มีประมาณ 300 สาขาทั่วประเทศ โดยล็อกซเล่ย์เข้าไปติดตั้งระบบบริหารร้านค้า วางระบบคอมพ์ รวมถึงนำคอนซูมเมอร์ โพรดักส์ของตัวเองเข้าไปขายในร้านเหล่านี้ คาดรับรู้รายได้ปีนี้ ราว 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ สินค้าที่ขาย เช่น ชุดนักเรียน เครื่องเขียนทั่วไป ตำราเรียน สื่อการเรียนการสอน สินค้าอุปโภคบริโภค
"โครงการนี้จะทำต่อเนื่อง ตรงกับแนวคิดบริษัทขณะนี้ ที่ต้องการได้โครงการระยะยาว และทำให้เรามีเอ้าท์เล็ตเพิ่ม ล็อกซเล่ย์ได้กระจายสินค้าไปได้มากขึ้น เป็นการสร้างการรับรู้ในแบรนด์"
นายเฉลิมโชค กล่าวด้วยว่า ยังรู้สึกเสียดายโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่ต้องหยุดไป เฉพาะล็อกซเลย์เอง ได้เตรียมแผนงาน เตรียมแรงงานเอาไว้แล้ว เช่นเดียวกับโครงการ 2 ล้านล้านบาท ที่จะเป็นส่วนส่งเสริมให้ประเทศก้าวกระโดด ล็อกเลย์ก็เข้าไปมีส่วนด้วยเล็กน้อยเช่นกัน ส่วนใหญ่เป็นงานด้านการวางระบบ
"ถามว่าเราสะเทือนไหม ถือว่ายังสะเทือนน้อยกว่าบริษัทที่เขาต้องทำการก่อสร้าง บริษัทสะเทือนยังไม่เท่าประเทศสะเทือน ค่อนข้างเสียดาย จากนี้ไปล็อกซเลย์คงเหนื่อยขึ้น เพราะต้องบริหารจัดการต้นทุน ดูปัจจัยภายใน ภายนอก เพราะตอนนี้ต้นทุนเราสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ผมยังเชื่อว่า ในส่วนของรายได้เรานั้นจะไม่ลดลง โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ 18,000 ล้านบาท เติบโตราว 20% มาจากโครงการแบ็กล็อค โครงการเอกชน ธุรกิจใหม่ๆ"
ระมัดระวังลงทุน-ลดค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ ยังต้องระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น โครงการใหม่ๆ บอร์ดบริษัทจะเข้มงวดมาก รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม เขายืนยันด้วยว่า ล็อกซเล่ย์ไม่มีปัญหาเรื่อง "แคชโฟล์ว" (Cash Flow) ซึ่งบริษัทให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก และยังมีงบประมาณดำเนินการเพียงพอมีแหล่งเงินกู้ที่พร้อม
นายเฉลิมโชค กล่าวว่า หากไทยไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น บริษัทมีความพร้อมหลายด้านในการลุยทำโครงการใหม่ๆ สิ่งที่อยากทำมากอยู่ในกลุ่มของอินฟราสตรัคเจอร์ เทเลคอม และธุรกิจอินเทอร์เน็ต หรืองานระบบต่างๆ ที่เป็นการเก็บค่าบริการ รวมถึงด้านโลจิสติกส์
ส่วนตลาดต่างประเทศมีหลายโครงการที่ล็อกซเล่ย์ยังไปได้ดี เช่น การส่งออกข้าวไปขายที่จีน เป็นข้าวหอมมะลิของไทย ใช้ชื่อ จินลี่เหลียน หรือ Golden Lotus เป็นแบรนด์ของล็อกซเล่ย์ ข้าวจินลี่เหลียนมีวางจำหน่ายในร้านอีซี่จอย ในเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันของไซโนเปค บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านปิโตรเลียมอันดับหนึ่งของจีน และล่าสุดการส่ง บริษัทล็อกซเล่ย์ ไวร์เลสเข้าไปร่วมทุนกับ บริษัท สามารถคอมมิวนิเคชั่นเซอร์วิส จำกัด และบมจ. แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี (เอไอที) ตั้งบริษัท เอส แอล เอ เอเชีย จำกัด รุกตลาดบริการไอซีทีครบวงจรตลาดอาเซียน
"อย่างโครงการเทเลคอมปีนี้ของล็อกซเลย์ จะโตไหม ก็ต้องบอกว่าตอนนี้เรามีแบ็คล็อกโทรคมอยู่ ก็จะไปโตตรงนั้น แต่ที่จะบริษัทจะโตจริงๆ ปีนี้ ก็เพราะเราไปทำอย่างอื่นมากว่า อย่างทีโอที หากมีโครงการ 3จีเฟส 2 ออกมา หรือ กสท โทรคมนาคม มีโครงการขนาดใหญ่ๆ อย่าง เอฟทีทีเอ็กซ์ ออกมา ตรงนี้ต่างหากน่าจะทำให้เกิดการเติบโตอย่างแท้จริง"
หวังรายได้จาก"ทีวีดิจิทัล" พันล้าน
หนึ่งในโครงการที่ "ล็อกซเล่ย์" หวังไว้ และคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ คือ "ทีวีดิจิทัล" ล่าสุุดได้เซ็นสัญญาติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายดิจิทัลทีวีให้ ททบ.5 รวดเดียว 2 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยเป็นผู้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับเครือข่ายวิทยุโทรทัศน์ระบบดิจิทัล จำนวน 2 เครือข่าย (MUX) มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท และได้โครงการประมูลงานติดตั้งอุปกรณ์ห้องส่งโทรทัศน์ระบบดิจิทัล High-Definition (HD) สำหรับอาคารใหม่ของททบ.5 อีกกว่า 580 ล้านบาท
นายเฉลิมโชค กล่าวว่า ในฝั่งทีวีดิจิทัล ล็อกซเล่ย์มีความชำนาญติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณ ขายเครื่องส่งสัญญาณ โดยล็อกซเลย์ถือเป็นเจ้าตลาด และเป็นพาร์ทเนอร์หลักกับบริษัท NEC Corporation (ญี่ปุ่น)และ Harris Broadcast (สหรัฐอเมริกา) ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก
"เคยมีคนมาชวนทำช่อง ทำรายการ แต่เราไม่มีความชำนาญ ยกเว้นแต่ว่ามีพาร์ทเนอร์ที่เก่งเรื่องคอนเทนท์ เรื่องช่องก็อาจมีการคุยๆกัน แต่ตอนนี้เราจับเครื่องส่งอย่างเดียว เรามองว่าตรงนี้จะเป็นหนึ่งในรายได้หลัก คาดว่าจะรับรู้รายได้ปีนี้ ในส่วนของช่อง 5 ราว 200 กว่าล้าน ส่วนช่อง 9 และกรมประชาสัมพันธ์คาดว่า จะมีรายได้ราว 300 ล้านบาท ทีวีดิจิทัล ทำให้เรารู้สึกว่า ปีนี้ยังมีอะไรที่น่าทำอยู่บ้าง"
ทั้งนี้ กรมประชาสัมพันธ์ และอสมท มีแผนประมูลจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับเครือข่ายดิจิทัลทีวี เพื่อออกอากาศวันที่ 1 เม.ย.2557 ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาเพียง 1 เดือน ถือว่าสั้นมาก แต่ล็อกซเล่ย์มั่นใจที่จะส่งมอบงานได้ทันตามเวลา เนื่องจากมีประสบการณ์ติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายโทรทัศน์มามากกว่า 30 ปี และล็อกซเล่ย์ฯ มีทีมวิศวกรติดตั้งอุปกรณ์ด้านโทรทัศน์ที่มีความชำนาญโดยตรง ทำงานได้รวดเร็ว
เขากล่าวว่า ล็อกซเล่ย์ฯ มั่นใจจะสามารถเสนอราคาขายที่ต่ำเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และทำงานได้ทันตามแผนงานของกรมประชาสัมพันธ์ และอสมท แม้มีเวลาผลิตและติดตั้งสั้นก็ตาม เนื่องจากการที่ Harris ได้รับออเดอร์จำนวน 2 MUX จากททบ.5 และ NEC ได้รับออเดอร์ จำนวน 1 MUX ที่ไทยพีบีเอส ส่งผลทำให้บริษัทผู้ผลิต 2 รายเริ่มเปิดสายการผลิตไปแล้ว เป็นข้อได้เปรียบในการร่นเวลาผลิตสำหรับงานใหม่ที่จะรับเพิ่ม




