อียูล้าหลังสหรัฐ ลงทุนระบบ 4 จี

อียูล้าหลังสหรัฐ ลงทุนระบบ 4 จี

บนเกาะโอยา ในสวีเดน นายทอร์บยอร์น โยฮันสัน กำลังคร่ำเคร่งกับความพยายามที่จะทดสอบเครือข่าย 4จี มานานถึง 3 ปีแล้ว

โดยบริษัทของเขา ซึ่งเป็นผู้ทำสัญญารับช่วงโครงข่ายให้กับ เทเลียโซเรรา ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือของสวีเดน ได้ทุ่มเงินไปกับการพัฒนาโครงข่ายแล้วถึง 2,300 ล้านดอลลาร์

การเคลื่อนไหวของนายโยฮันสัน เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือสวีเดน ตั้งเป้าที่จะวางโครงข่ายระบบ 4 จีให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ โดยบริษัทเหล่านี้ ระบุว่า ภายในปีหน้า ชาวสวีเดน 99% ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมือง หรือบริเวณปริมณฑล จะได้ใช้ระบบ 4จี ที่จะทำให้การส่งข้อมูลผ่านอุปกรณ์มือถือเร็วขึ้นถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเครือข่ายแบบเก่า

ทั้งนี้ สวีเดน และบรรดาเพื่อนบ้านในแถบสแกนดิเนเวียบางราย ถือเป็นกรณีที่หาได้ยากในยุโรป ในเรื่องการนำเสนอบริการระบบ 4จี ในอัตราที่รวดเร็วเกือบจะเป็นเวลาเดียวกับในสหรัฐ เพราะประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปนั้น ผู้ให้บริการมือถือส่วนใหญ่ ยังมีการลงทุนในด้านโครงข่ายล่าช้ากว่าในอเมริกาเหนือ และเพิ่งจะมีการลงทุนแซงหน้าเอเชียไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

การใช้จ่ายในเครือข่าย 4จี ของภูมิภาคทั้ง 2 ฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกนั้น เกิดขึ้นแทบจะในเวลาพร้อมๆ กัน คือในปี 2552 แต่การลงทุนในยุโรป ซึ่งตกอยู่ในภาวะวิกฤติการเงินอย่างหนักในช่วงนั้น โดนภูมิภาคอเมริกาเหนือทิ้งห่างไปอย่างมาก

ปริมาณการลงทุนที่ไม่เท่าเทียมกัน ทำให้บริการ 4จีของ 2 ภูมิภาคแตกต่างกันอย่างมาก โดยซิสโก ซิสเต็มส์ อิงค์ ผู้ให้บริการเน็ตเวิร์คในสหรัฐ ประเมินว่า ราว 1 ใน 4 ของอุปกรณ์มือถือที่ใช้อยู่ในอเมริกาเหนือ เชื่อมต่อเข้ากับระบบ 4 จีของประเทศตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ยุโรปมีสัดส่วนเพียง 2% ของอุปกรณ์มือถือที่มีอยู่ทั้งหมด

ความล่าช้าดังกล่าว ทำให้ผู้บริโภคในยุโรป มีการใช้ข้อมูลผ่านทางมือถือน้อยกว่าผู้ใช้ในสหรัฐอย่างมาก โดยซิสโก ระบุว่า ในปีนี้ ผู้ใช้มือถือในยุโรปตะวันตก มีปริมาณการใช้ข้อมูลบนมือถือเพียง 717 เมกะไบต์ต่อเดือน ซึ่งน้อยกว่าในอเมริกาเหนือราวครึ่งหนึ่ง ทั้งความเร็วโดยเฉลี่ยในการเชื่อมต่อข้อมูลของยุโรป ก็ช้ากว่ามาก

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ไม่ใช่แค่เรื่องความยากลำบากทางเศรษฐกิจเท่านั้น ที่ขวางการพัฒนาของโครงข่ายในยุโรป แต่ประเทศมากกว่า 20 ประเทศ ที่รวมตัวกันเป็นสหภาพยุโรป (อียู) ยังใช้เวลานานในการออกคลื่นความถี่ที่ใช้สำหรับเทคโนโลยี

นอกจากนี้ ตลาดโทรคมนาคมยุโรปยังมีผู้ให้บริการมากกว่า 100 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก ที่มีเงินทุน ซึ่งจำเป็นสำหรับการลงทุนขยายเครือข่ายไม่มากพอ ทั้งกฎระเบียบที่หยุมหยิมยังเป็นอุปสรรคของการขยายโครงข่ายอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ดี เมื่อเร็วๆ นี้ บรรดาผู้ให้บริการในยุโรป ต่างเพิ่มการใช้จ่ายในด้านนี้ และคาดว่า มูลค่าการลงทุนด้านโครงข่ายจะพุ่งเกิน 2,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ภายในปี 2558 ซึ่งถือเป็นระดับที่ไล่ตามการใช้จ่ายของผู้ให้บริการในอเมริกาเหนือได้