กางเกงม้งใส่สไตล์

กางเกงม้งใส่สไตล์

อินเทรนด์ด้วยกางเกงเป้าต่ำทรงชาวเขา เติมความคิดสร้างสรรค์ด้วยผ้ายีนส์พร้อมงานออกแบบร่วมสมัย ถูกใจนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย

หากมองกางเกงเป้าต่ำทรงชาวเขาเป็นของพื้นๆ อาจต้องคิดใหม่เพราะ Love is coming soon เติมความคิดสร้างสรรค์ ชูจุดเด่นเผ้าเดนิม เส้นใยใหม่ และงานออกแบบร่วมสมัย พร้อมรุกตลาดต่างประเทศ หวังโต 50%

‘เทพฤทธิ์ นันทสกุล’ ที่หลงใหลวัฒนธรรมและพื้นถิ่นเมืองเหนือ จนย้ายมาอยู่เชียงใหม่ พร้อมการแต่งกายประจำตัวคือเสื้อผ้าฝ้าย กางเกงม้ง จนเพื่อนสะกิดว่า จะใส่ได้ทุกที่ ทุกเวลาแน่หรือ จุดประกายให้พัฒนารูปแบบของกางเกงม้งที่อินเทรนด์ขึ้น แต่ยังคงกลิ่นอายของเมืองเหนือ

รัก (เหนือ) กำลังจะมา

เทพฤทธิ์ตัดสินใจลองทำกางเกงยีนส์ทรงม้งหลังจากเดินตลาดพบผ้ายีนส์ลดราคาจึงซื้อมาตัดใส่เอง เพื่อนเห็นแล้วชอบก็สั่งซื้อ ก็ทำจำนวนมากขึ้น และต่อยอดไปวางขายที่ถนนคนเดินท่าแพ เชียงใหม่ ทุกวันอาทิตย์ สินค้าขายตัวเองเป็นแนวคิดการทำตลาดของ “5749 [email protected]” ชื่อแบรนด์กางเกงยีนส์ม้งที่อยู่ภายใต้แบรนด์ใหญ่ของเทพฤทธิ์ว่า ความรักกำลังจะมา (Love is coming soon)

“ช่วงแรกก็ถือว่า ไปได้เรื่อย ๆ ไม่ได้ขายดีมาก เพราะรุ่นแรกทำมา 40 ตัวใช้เวลากว่า 1 ปีจึงจะขายหมด” เทพฤทธิ์กล่าว กางเกงทรงม้งที่ทำจากผ้ายีนส์ถือเป็นของใหม่ในตลาด ลูกค้ามักจะสนใจแต่ลังเลที่จะซื้อ หลายคนกลับมาดูหลายครั้ง บางรายใช้เวลาตัดสินใจเป็นเดือน แต่ก็กลับมาซื้อ

“กางเกงยีนส์สไตล์ชาวเขานี้ถือเป็นการต่อยอดแนวคิดร่วมสมัยที่ใช้ผ้ายีนส์ซึ่งเป็นที่นิยมปัจจุบัน ใส่รายละเอียดของกางเกงชาวเขาเผ่าม้ง ที่มีลักษณะเป็นผ้าชิ้นเดียวนำมาตัดเย็บและต่อเอว ทำให้เป้ากางเกงยาวเกือบถึงพื้น สามารถกางขาได้ 180 องศา”

กลุ่มลูกค้าของ “5749 [email protected]” คือคนที่ชื่นชอบในตัวแบรนด์ ชอบวัฒนธรรม และความสมัยนิยม ในขณะเดียวกันก็ชื่นชอบความเป็นตัวตนของเขาที่ถ่ายทอดลงในกางเกงแต่ละแบบ ทำให้เกิดเป็นลูกค้าประจำ ซื้อซ้ำ ซื้อต่อเนื่องจนมีกลุ่มที่เก็บสะสมทุกรุ่นของแบรนด์ โดยจะมีรุ่น Basic ซึ่งเป็นแบบพื้นฐานของปี 1-2 แบบ และมีรุ่น Super ที่ออกมาระหว่างปี เกิดจากการค้นหาหรือพบเจอวัสดุหรือเส้นใยใหม่ๆ ที่จะนำมาต่อยอด อาทิ รุ่น Super ปี 2556 ที่นำผ้าฝ้ายอีสานที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์มาใช้เป็นลายผ้าซับกระเป๋า

สำหรับปี 2557 นี้ เจ้าของแบรนด์ชี้ว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ของปีคือ รุ่นริมแดง ที่เอาใจคนรักกางเกงยีนส์ และรุ่นฝ้ายใยตาล ซึ่งเป็นการนำเส้นใยลูกตาล ของเหลือจากกระบวนการสกัดเนื้อตาลจากผลตาลโตนดสุกมาผสมใยฝ้าย ผ้าทอใยตาลมีความแข็งแรง น้ำหนักเบา ทนแรงดึง เราย้อมสีครามและใช้การทอจากกี่กระตุกด้วยเทคนิคการทอแบบสี่ตะกอ ลายสอง ทำให้ได้ผ้าที่มีลักษณะเหมือนผ้าเดนิม กลายเป็นเดนิมแบบไทย

ดีไซน์ขยายราคา

จากของทำใช้เองและแบ่งเพื่อนใช้ในราคาไม่กี่ร้อยบาท ปัจจุบัน “5749 [email protected]” มีราคา 2000-6500 บาทต่อตัว ขึ้นอยู่กับวัสดุ รุ่น และปริมาณที่ทำ แม้จะราคาสูง แต่คนก็บอกต่อกันแบบปากต่อปาก ทำให้การตอบรับดี เทพฤทธิ์ชี้ว่า รายได้อยู่ที่ 3-4 หมื่นบาทต่อเดือน โดยที่ช่องทางจำหน่ายมีเพียงที่เดียวคือ ถนนคนเดินท่าแพ

“เราเล่นตัว ทำในปริมาณจำกัด หมดม้วนผ้าที่มีก็คือหมด อาจจะทำเพิ่มในอนาคต แต่เราอยากให้ลูกค้าได้ของที่ไม่เหมือนใคร” เจ้าของแบรนด์เผยพร้อมชี้ว่า ยิ่งราคาสูงคนยิ่งยอมรับ เพราะเทียบคุณภาพของวัสดุ การออกแบบ และกลิ่นอายของวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่แทรกอยู่ภายใน

สำหรับปี 2557 เทพฤทธิ์เผยว่า เขาจะเริ่มรุกตลาด เนื่องจากผลิตภัณฑ์ราคาสูง จึงจำเป็นต้องขยายช่องทางจำหน่าย โดยจะเน้นที่ตลาดออนไลน์ ผ่าน www.esty.com สำหรับตลาดต่างชาติ และเปิดแฟนเพจในเฟซบุ๊คสำหรับลูกค้าชาวไทย ซึ่งจะทำให้รายได้ปี 2557 โตขึ้นกว่า 50% จากปีที่ผ่านมา

หากมองในแง่การแข่งขัน เจ้าของแบรนด์มองว่า ถ้าเทียบกับผลิตภัณฑ์ยีนส์หลักในท้องตลาด เราอาจไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่ “5749 [email protected]” จะแข่งกับตัวเองในแง่ของการพัฒนาเส้นใยหรือวัสดุใหม่ เทคนิคการย้อมสี การเฟดสี ซึ่งจะทำให้แบรนด์มีเอกลักษณ์ ไม่ต้องแข่งกับตลาดแมส

นอกจากนี้ เทพฤทธิ์มองอนาคตของกางเกงยีนส์ม้ง ไม่ใช่แค่การซื้อผ้ามาตัดขาย แต่เป็นการสร้างไทยเดนิมแบบครบวงจร ตั้งแต่การปลูกฝ้าย คราม ทำโรงย้อม โรงทอ โดยได้เตรียมทำสตูดิโอรองรับแนวคิดในชื่อ เฟรนด์ วิลล์ (Friend’s Ville) ที่รวมสวนพืชผักออร์แกนิก ฟาร์มขนาดเล็ก เพื่อพัฒนาไทยเดนิมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

“ยอดขายไม่ใช่เป้าหมายหลักของเรา หากแต่เป็นการพัฒนาวัสดุ หาไอเดียมาต่อยอดเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพื่อให้ทุกคนมีความสุขกับสินค้าของเรา” เขาทิ้งท้าย

สาลินีย์ ทับพิลา รายงาน