ไหมไทย 50 ชิ้นงานเตรียมเฉิดฉายสู่ Premiere Vision 2014 เวทีจัดแสดงสิ่งทอและผ้าผืนระดับโลก ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส
ผ้าทอสีสะดุดตาจากเส้นใยเหลือบหลากเฉดสี ผ้าไหมมันเงาเหมือนเปลือกไข่มุกและผ้าใยไหมผสมใยลินิน สวมใส่สบายเหมาะกับฤดูร้อน ตัวอย่างจาก 50 ชิ้นงานเตรียมเฉิดฉายสู่ Premiere Vision 2014 เวทีจัดแสดงสิ่งทอและผ้าผืนระดับโลก ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศสในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ที่เหล่าดีไซเนอร์จากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำมารวมตัวกันมากที่สุด เพื่อเลือกสรรวัตถุดิบเข้าสู่การการพัฒนาสินค้าแฟชั่นในคอลเลคชัน สปริง/ซัมเมอร์ 2015
ผ้าไหมไทยร่วมสมัย 50 ชิ้นงานที่จะนำไปจัดแสดง ได้รับการสร้างสรรค์ผ่านวิจัยและพัฒนาตั้งแต่กระบวนการวิจัยเลี้ยงไหม สร้างนวัตกรรมการปั่นเส้นด้ายไหม พัฒนากระบวนการผลิตผ้าผืน กระบวนการตกแต่งสำเร็จการย้อมสีและพัฒนาลายพิมพ์ ฯลฯ เพื่อให้เข้ากับฤดูกาล สู่เป้าหมายการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์รูปแบบคุณภาพผ้าไหมไทย ให้สามารถใช้สวมใส่ได้ทุกโอกาสมุ่งสู่ตลาดการค้าอย่างสากลเต็มรูปแบบ ภายใต้โครงการ "ศึกษาวิจัยและพัฒนาต้นแบบไหมไทยร่วมสมัย" หรือ โมเดิร์นไทย ซิลค์ (Modern Thai Silk)
อัตลักษณ์เพื่อการแข่งขัน
โมเดิร์นไทย ซิลค์ ดำเนินการโดย สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) (OKMD) ร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและกรมหม่อนไหม มุ่งศึกษาวิจัยอัตลักษณ์ไหมไทยและโอกาสทางการตลาด โดยได้สร้างอัตลักษณ์ 4 แบบบนพื้นฐานที่เป็นเอกลักษณ์ของไหมไทย ได้แก่ 1. ความแวววาวซึ่งสะท้อนแสงได้สวยงามและโดดเด่นเมื่อเปรียบเทียบกับเส้นไหมจากจีนและอินเดีย 2. ความไม่สม่ำเสมอของของเส้นด้ายทำให้ผ้าดูมีมิติ
3. ความพลิ้วไหวและไหลลื่นให้ความรู้สึกหรูหราและดูสูงศักดิ์ 4. ลวดลายบนผ้ามีเอกลักษณ์แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น อีกทั้งใช้เทคนิคการทอชั้นสูง ลายดอกคมชัดและโดดเด่นเทียบเท่าเทคนิคการทอ Jacquard ของต่างประเทศที่เน้นลายนูนของลวดลายผ้า
กิจกรรมหลักในโครงการโมเดิร์นไทยซิลค์ยังรวมถึงการจัดทำคู่มือแนวโน้มการออกแบบไหมไทยร่วมสมัย (Modern Thai Silk Design Brief) สำหรับภาคส่วนธุรกิจและประชาชนทั่วไปนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีภาพลักษณ์ดี ในสายตานักออกแบบและผู้บริโภคชาวต่างชาติ ในขณะเดียวกันก็สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
ประดิษฐ์ รัตนวิจิตราศิลป์ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า ในจำนวน 50 ชิ้นงานต้นแบบนี้มี 15 ชิ้นงานซึ่งพัฒนาขึ้นมาใหม่ ส่วนอีก 35 ชิ้นงาน เป็นผ้าไหมที่มีอยู่แล้วแต่นำมาพัฒนาให้สอดคล้องกับเทรนด์สปริง/ซัมเมอร์ 2015 โดยมีนางออร์เนลล่า บิกนามิ ดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวอิตาลี และนายดาร์เนียล อะลิเวอร์ติ วิศวกรการออกแบบนวัตกรรมสิ่งทอ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จแบรนด์ดังระดับโลกร่วมพัฒนาด้วย
เส้นใยลูกผสมสะดุดสายตา
โครงการฯยังร่วมกับ 7 โรงงานพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ไหมไทยร่วมสมัย ซึ่งรวมถึง 50 ชิ้นงานที่จะอวดสู่สายตาชาวโลกที่ฝรั่งเศสด้วย ยกตัวอย่าง "จุลไหมไทย" ได้พัฒนาเส้นไหมที่ไม่เคยทำมาก่อนหลายชนิดให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เช่น เส้นไหมเกลียวสูงพิเศษ (Hi-twisted yarn) เส้นไหมผสมวัสดุใหม่ ๆ เส้นไหมยืดได้ (Silk spandex yarn) เส้นไหมผสมไนลอนที่มีความเงาเป็นพิเศษ เส้นไหมที่มีปุ่มปมสวยงาม
"การพัฒนาไหมเส้นเล็กที่มีเกลียวสูงกว่า 2,000 เกลียวต่อเมตรถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เนื่องจากผ้าทอในประเทศไทยส่วนใหญ่ใช้เส้นไหมที่มีเกลียว 100-300 เกลียวต่อเมตร การเพิ่มเกลียวสูงจะส่งผลให้ผ้าไหมมีความแตกต่าง นุ่มพลิ้ว และทิ้งตัวดีขึ้น อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไหมไทยในการพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดสากล" รดาชญา นาวานิมิตกุล ผู้บริหารจากจุลไหมไทยกล่าว
ทั้งนี้ จุลไหมไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเส้นไหม และมีกระบวนการผลิตที่ครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์ไหม ส่งเสริมเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ไปจนถึงผลิตเส้นไหมตามมาตรฐานญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นต้นตำรับการผลิตเส้นไหมคุณภาพสูงที่สุดของโลก
ด้านบริษัท ประชาอาภรณ์ จากัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตผ้าไหมประเภทผ้ายืด (Knitted Fabrics) ภายใต้ชื่อทางการค้าว่า Silk Plus โดยผ้าไหมที่พัฒนาขึ้นใหม่นั้น ได้รับคำแนะนำด้านการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญชาวอิตาลี ไม่ว่าจะเป็น ลวดลาย สีสัน Texture ของผ้า ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์แฟชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2015 โดยพัฒนาผ้าขึ้นทั้งหมด 7 รายการ ซึ่งจะร่วมจัดแสดงในงาน Premiere Vision 2014 ด้วย
เช่น ผ้าไหมที่มีเส้นใยไหม 60% ผสมกับเส้นใยลินิน 40% เพื่อให้ผ้ามีลักษณะสวมใส่สบายแต่ยังคงมีความมันเงา เหมาะกับฤดูร้อน ผ้าไหมที่มีเส้นใยไหม 60% ผสมกับเส้นใยไนลอน 40% เพื่อให้ผ้ามีความมันเงาเหมือนเปลือกไข่มุก หรูหรา บางเบา และมีความนุ่มลื่นน่าสวมใส่ และผ้าไหม 100 % จากเส้นไหมตีเกลียวพิเศษ ในลักษณะเกลียวสูง (High Twist) พิมพ์ลวดลาย ด้วยเทคนิค Digital Print ที่ออกแบบโดยที่ปรึกษาชาวอีตาลี เป็นต้น
เส้นด้ายเหลือบหลากเฉดสี
“สปัน ซิลค์ เวิลด์”สปัน ซิลค์ เวิลด์ เป็น บริษัทผลิตเส้นไหมปั่น (Spun Silk) แห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งไหมสปันหรือ ไหมปั่น เป็นไหมที่ผลิตจากเส้นไหมใยสั้นมาต่อกันและใช้กระบวนการปั่น (Spinning) ผลิตเป็นเส้นด้าย ได้พัฒนาสีของเส้นด้าย Melange (เป็นการปั่นด้ายจากการผสมเส้นใยสี) ตามเทรนด์สีสปริง/ซัมเมอร์2015 ซึ่งคอลเลคชันนี้มีจุดเด่นคือมีสีเหลือบหลากสี เช่น ในเส้นด้ายหนึ่งเส้นจะมีสีผสมกันถึง 4 เฉดสี ทำให้ผ้าที่ทอออกมามีลักษณะแตกต่างจากสีผ้าไหมทั่วไปและทันสมัย เหมาะสำหรับหลายโอกาส
ลักษณะเส้นด้าย มีการศึกษาเรื่องการปรับเกลียวหรือการปรับ texture ของเส้นไหม เพื่อให้เส้นไหมเป็น High Twist ทำให้ผ้ามีความเบาบางแต่มีน้ำหนัก หรือเพื่อให้เส้นไหมมีลักษณะบางหนาไม่เท่ากัน เพื่อให้ได้ผ้าที่มีมิติ แต่ที่น่าจับตาที่สุดคือ การผสมเส้นไหมและเส้นใยธรรมชาติหลายประเภท เช่น ลินิน ซึ่งถือเป็นเส้นใยที่ตลาดยุโรปถือเป็น Luxury yarn นอกจากนั้นบริษัทยังมีผลิตภัณฑ์ไหมที่ผสมกับเส้นใยแคชเมียร์อีกด้วย
ทั้งนี้ การนำผลิตภัณฑ์เข้าจัดแสดงในงานดังกล่าว ต้องผ่านกระบวนการคัดสรรจากผู้จัดงานหลายขั้นตอน นับเป็นการปฏิวัติวงการผ้าไหมไทยให้สามารถก้าวเข้าสู่เวทีตลาดโลกได้อย่างสวยงาม





