เซนย่า ออร์แกนิกไทยนับหนึ่ง

เริ่มต้นจากการผลิตใช้ด้วยตัวเองเพื่อแก้ปัญหาโรคผื่นลมพิษ ขยับมาเป็นแบรนด์สกินแคร์สัญชาติไทย เซนย่า ออร์แกนิก (Znya Organics)
สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน
เริ่มต้นจากการผลิตใช้ด้วยตัวเองเพื่อแก้ปัญหาโรคผื่นลมพิษ ขยับมาเป็นแบรนด์สกินแคร์สัญชาติไทย “เซนย่า ออร์แกนิก” (Znya Organics) ที่กำลังจะเติบโตในตลาดต่างประเทศ ผ่านงานแฟร์ทั้งในฮ่องกงและลาสเวกัส หวังเพิ่มยอดขาย 6 เท่าใน 2 ปี
“เราจะสร้างแบรนด์สินค้าที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับระดับโลก ภายใต้การ ตีตราเป็น Product of Thailand เพื่อสร้างแบรนด์ไทยให้เทียบเท่าแบรนด์ ต่างชาติ” วิตราภรณ์ พิมพลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบลสท์ โพรดักส์ ออฟ เอเชีย จำกัด กล่าว
: ออร์แกนิกสดจากสวน
10 ปีก่อนในสหรัฐอเมริกา ชีวิตที่แสนธรรมดาของ วิตราภรณ์ เปลี่ยนไปในพริบตาเมื่อเธอตื่นขึ้นมาพร้อมผื่นลมพิษทั้งตัว แม้พยายามหาสาเหตุด้วยการพบแพทย์ผิวหนัง ทำสกินเทสต์ หลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ทราบ ต้องรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลากว่า 2 ปี กระทั่งต้องเปลี่ยนจากยากินเป็นยาฉีด วิตราภรณ์จึงเริ่มให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก และลงมือทำสบู่ใช้เอง จากนั้นขยับเป็นธุรกิจเล็กๆ ขายผ่านโลกออนไลน์ในปี 2555 และมีโอกาสเข้าร่วมกับเครือข่ายตลาดสีเขียวโดยออกงานแฟร์สินค้าออร์แกนิกช่วงปี 2556 ทำให้มีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้น จึงเกิดเป็นแบรนด์ “เซนย่า ออร์แกนิก” (Znya Organics)
“เราเลือกใช้วัตถุดิบทุกอย่างที่มีการรับรองว่าเป็นสินค้าออร์แกนิก ไม่ว่าจะเป็น ผักผลไม้จากสวนที่ได้รับรองออร์แกนิกไทยแลนด์ และวัตถุดิบอื่นที่ได้รับการรับรองจาก USDA Organic, EU Organic หรือ JAS แต่ต้นทุนของ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกค่อนข้างสูง จึงต้องวางกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่ยอมจ่ายเพื่อผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพอย่างแท้จริง” วิตราภรณ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท เบลสท์ โพรดักส์ ออฟ เอเชีย จำกัด กล่าวและว่า นอกจากนี้จากการ เข้าร่วมเครือข่ายตลาดสีเขียวทำให้ได้ ไอเดียเพิ่มในการเติมวิตามินธรรมชาติ ลงในสบู่ ด้วยพืชผักออร์แกนิกสดๆ
ปัจจุบัน เซนย่า ออร์แกนิกเน้น สินค้าเกี่ยวกับผิวพรรณ ทั้งสบู่ก้อน สบู่เหลว แชมพู มาส์ก ผลิตภัณฑ์ ล้างหน้า ลิปบาล์ม บอดี้ออย สครับขัดผิว และผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก
วิตราภรณ์ยอมรับว่า ตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกในไทยเล็กมาก แต่เทรนด์การดูแลสุขภาพเริ่มขยายตัว จึงถือเป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับสินค้าออร์แกนิก ก้าวสำคัญของเซนย่าคือ การสร้างโรงงานขนาดเล็ก ที่เจ้าของแบรนด์เตรียมการสำหรับ
ตลาดส่งออก ที่จะทำให้ธุรกิจของเธอเติบโตขึ้น โดยตัวโรงงานได้รับการรับรองมาตรฐานของ USDA Organic ซึ่งจะทำให้การขยายธุรกิจออกไปในต่างประเทศง่ายขึ้น
: ปั้นแบรนด์ไทยไปเมืองนอก
“เรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นที่มีช่องทางจำน่ายแบบออนไลน์ และออกงานแฟร์ในประเทศ แต่มีกลุ่มลูกค้าประจที่ซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้จะขยายสู่ตลาดต่างประเทศ นำร่องที่ญี่ปุ่นและฮ่องกงซึ่งมีการเจรจาก่อนหน้าแล้ว รอแค่โรงงานผลิตที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ก็จะเริ่มผลิตสินค้าล็อตแรกได้ในช่วงกลางปี และจะเริ่มส่งออก”
การขยายนี้ ทำให่วิตราภรณ์มองว่า รายได้ของเซนย่า ออร์แกนิกจะอยู่ที่ 5 ล้านบาท แบ่งออกเป็นตลาดไทย 60% ตลาดต่างประเทศ 40% แต่ทั้งนี้ก็จะรุกตลาดต่างประเทศในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมองประเทศแถบเอเชียที่ง่ายต่อการขนส่งและตลาดสหรัฐอเมริกาที่เคยอยู่มากว่า 10 ปี ที่ตลาดมีความเป็นไปได้เพราะผู้บริโภคเห็นมูลค่าของสินค้าเพื่อสุขภาพอย่างมาก สำหรับการขยายจะเน้นผ่านการออกงานแฟร์ ที่เธอมองงานแฟร์ของฮ่องกงในช่วงปลายปี และงานแฟร์ในลาสเวกัส ที่ถือเป็นตลาดใหญ่ระดับโลก
หากสามารถขยายได้ตามเป้า ในปี 2588 คาดว่า รายได้จากเซนย่าจะเพิ่มเป็น 30 ล้าน หรือโตขึ้นกว่าปี 2557 ถึง 6 เท่า สัดส่วนรายได้ก็จะมาจากต่างประเทศเป็นหลัก ที่สำคัญ วิตราภรณ์ชี้ว่า เราเดินหน้าทำตลาดสินค้าออร์แกนิกในช่วงที่ตลาดกำลังเริ่ม เราไปก่อน พัฒนาก้าวไปข้างหน้าก่อนที่คู่แข่งจะไหวตัวทัน
เมื่อตลาดเติบโตพอที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกับสินค้าออร์แกนิก เมื่อถึงตอนนั้น หากเอ่ยถึง สินค้าออร์แกนิกก็จะนึกถึง “เซนย่า ออร์แกนิก” เป็นลำดับแรก
** ติดตามคลิปผ่าน iSnap หรือhttp://youtu.be/jWr1AMQb8xw







