เศษกระจกรักษ์โลก

ของเหลือจากธุรกิจกระจกดีไซน์ถูกคลื่นลูกใหม่ของบีเอสจีกลาสวิจัยเพิ่มมูลค่า สร้างเป็นหินฟองน้ำกักเก็บความชื้น เพิ่มความสะดวกสบายให้การทำสวน
สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน
ของเหลือจากธุรกิจกระจกดีไซน์ถูกคลื่นลูกใหม่ของบีเอสจีกลาสวิจัยเพิ่มมูลค่า สร้างเป็นหินฟองน้ำกักเก็บความชื้น เพิ่มความสะดวกสบายให้การทำสวนที่ตอบโจทย์คนเมือง ตั้งเป้าวิจัยเพิ่มฟังก์ชั่น
เศษกระจกกว่า 40 ตันต่อเดือนที่เหลือจากกระบวนการทำกระจกตกแต่งของบริษัท ไทยเทคโน กลาส จำกัด ผู้ผลิตกระจกตกแต่งภายใต้แบรนด์ บีเอสจี กลาส ต้องตาของทายาทธุรกิจที่มองเห็นโอกาสในการสร้างเป็นวัสดุชนิดใหม่ที่เพิ่มมูลค่า
นายพลัฏฐ์ เลียวกิจศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรม บีเอสจี กลาสเผยว่า กระบวนการทำกระจกของบีเอสจีคือ การซื้อกระจกขนาดใหญ่จากโรงงานแล้วนำมาออกแบบและพัฒนาให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นขนาด ดีไซน์และความปลอดภัย เศษกระจกที่เหลือจากการผลิตจะถูกขายเป็นเศษไปหลอมใหม่ราคาเพียงกิโลกรัมละ 1 บาท
:: วิจัยเพิ่มมูลค่า
หลังจากเรียนจบทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ พลัฏฐ์ตัดสินใจเรียนต่อทางด้านวัสดุศาสตร์เพื่อจะต่อยอดธุรกิจครอบครัวที่มารับช่วงในปี 2551 และให้ความสำคัญกับการวิจัยพัฒนาซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ของเหลือจากกระบวนการผลิต
“เศษกระจกที่ขายให้กับโรงงานหลอมกระจกราคาต่างจากกระจกแผ่นใหญ่ที่เราซื้อถึง 5 เท่า จึงต้องมาตีโจทย์ว่า เราจะทำอะไรได้ ให้เศษกระจกเหล่านี้เป็นวัตถุดิบชั้นดีที่เรามีอยู่ และหางานวิจัยหรือเทคโนโลยีมาต่อยอดให้เกิดเป็นวัสดุใหม่ในชื่อของ Eco Stone” ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมกล่าว
พลัฏฐ์พบว่า มีงานวิจัยที่จะทำให้เศษกระจกกลายเป็นหินฟองน้ำ ด้วยการใส่สารที่ช่วยให้เกิดรูพรุน และเผาในอุณหภูมิสูง เขาจึงเดินหน้าทำวิจัย โดยขยายไลน์ของฝ่ายนวัตกรรม ที่เดิมเป็นทีมออกแบบ และเพิ่มในส่วนของวิศวกร นักวิจัยมาเสริมทีม
ผลการทดลองวิจัยได้เป็นวัสดุที่มีความแข็ง และมีรูพรุนมากมายภายใน ทำให้เกิดลักษณะของฉนวนที่ดี พลัฏฐ์กล่าวว่า กระบวนการผลิตทำให้สามารถปรับแต่งรูพรุนให้น้ำซึมหรือไม่ซึมผ่านได้ ใส่สีสันที่หลากหลายได้อีกด้วย
“เมื่อได้วัสดุใหม่ เราจึงเริ่มมองความเป็นไปได้ทางการตลาด และพบว่า หินฟองน้ำแบบ Eco Stone นี้ จะสามารถรักษาความชุ่มชื้นในดิน ปกคลุมหน้าดิน กันแดดและกันวัชพืชไม่ให้ขึ้นหน้าดิน ซึ่งจะเหมาะกับคนที่ชอบปลูกต้นไม้ ทำสวน แต่ไม่ชอบความยุ่งยาก”
เมื่อเห็นโอกาสทางธุรกิจ พลัฏฐ์จึงเดินหน้า โดยลงทุนเครื่องจักรเชิงเซรามิค อาทิ เครื่องบดเศษกระจก เตาเผา ในงบประมาณราว 1 ล้านบาท จากนั้น ก็เริ่มทำตลาดผ่านการออกงานแฟร์ต่าง ๆ
:: เจาะกลุ่มคนเมืองรักต้นไม้
กลุ่มเป้าหมายของ Eco Stone คือ คนเมืองที่มีกำลังซื้อ ต้องการปลูกต้นไม้แต่ไม่อยากดูแลมาก ในขณะที่คนต่างจังหวัดไม่ใช่เป้าหมาย เพราะมีพื้นที่ปลูกพืชมาก และมีเวลารักษาดูแล ในขณะที่ Eco Stone เป็นสินค้ากลุ่มฟังก์ชั่น ไม่ได้ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้
“เราเคยไปออกงานเกษตรแฟร์หรืองานแนวจัดสวน ต้นไม้ ผลตอบรับไม่ค่อยดี แต่เอไปออกงานแฟร์ในกรุงเทพที่คนเข้าชมเป็นคนเมือง มีกำลังซื้อ ผลตอบรับดีมาก แต่ต้องให้ข้อมูลเนื่องจากเป็นวัสดุใหม่ การตลาดในช่วงแรกจึงเน้นไปที่ออกงานแฟร์ เพื่อให้ข้อมูลและรับข้อคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมายโดยตรง” พลัฏฐ์ชี้ ก่อนเสริมว่า เมื่อยอดขายเพิ่มขึ้นและคนเริ่มรู้จักแบรนด์ ช่องทางจำหน่ายจึงขยายไปในโฮมโปร 5 สาขาในกรุงเทพและปริมณฑล
นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้จากลูกค้า กลายมาเป็นโจทย์สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทีมวิจัยกำลังพัฒนาในห้องปฏิบัติการ ซึ่งในปี 2557 นี้ พลัฏฐ์แย้มว่า จะมี 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาในตลาด หนึ่งในนั้นคือ หินฟองน้ำที่มีปุ๋ยสูตรต่าง ๆ อยู่ภายในและค่อย ๆ ปล่อยปุ๋ยออกมาสู่ดินและต้นไม้อย่างต่อเนื่อง
เขาชี้ว่า งานวิจัยอีกมาที่ทีมเรายังพัฒนาอยู่ในห้องปฏิบัติการทั้งจากโจทย์ที่เราคิด และโจทย์ที่ลูกค้าเสนอ เราก็จะวิจัยหาคำตอบ แต่ไม่ใช่แค่ทำได้ หรือมีเทคโนโลยีรองรับ แต่ต้องดูว่า มีกลุ่มลูกค้าหรือตลาดรองรับหรือไม่
สำหรับปี 2557 นี้ พลัฏฐ์จะขยายตลาดสำหรับ Eco Stone ผ่านการทำกิจกรรมทางการตลาด และออกงานแฟร์ อาทิ บ้านและสวน รวมถึงโมเดิร์นเทรด และจะเจาะตลาดผ่านเว็บไซต์จัดสวนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการรับรู้ในตัวสินค้า ที่สำคัญ Eco Stone ยังได้เข้าไปอยู่ในห้องสมุดวัสดุเพื่อการออกแบบ (Material ConneXion) ของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ในไทย และกำลังรอการรับรองเข้าไปอยู่ในห้องสมุดวัสดุเพื่อการออกแบบอีก 11 สาขาทั่วโลก ซึ่งจะเป็นการขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังนักออกแบบและอินทีเรียดีไซน์
“ปัจจุบัน Eco Stone สามารถลดเศษกระจกไปได้ 1 ตันต่อเดือน ถือเป็นช่วง 1 ปีแรกสำหรับการเริ่มต้นสินค้ากลุ่มรีไซเคิลหรือสินค้าสำเร็จรูปที่บีเอสจีกลาสไม่เคยทำมาก่อน รวมถึงการคุยกับโมเดิร์นเทรด ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้เราไม่หยุดพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการใหม่ ๆ ในตลาด”
ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมย้ำว่า ขณะเดียวกัน ก็หวังที่จะกำจัดเศษกระจกทั้งหมด ให้กระจกที่เข้ามาในกระบวนการผลิตไม่มีเศษเหลือทิ้งหรือ Zero Waste แต่ทั้งนี้ ต้องดูตลาด ดูความต้องการ และงานวิจัยที่จะมาพัฒนาวัสดุใหม่ ๆ ต่อไป




