background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ฟิวชั่น

เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ฟิวชั่น

Muse Design เปิดแนวคิดสุดล้ำ ทำเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งสไตล์ฟิวชั่น ผสมผสานไอเดียและกระบวนการผลิตหลากแนว

ทางเลือกที่ดีที่สุดอาจอยู่ระหว่างตลาด Mass และ Niche… Muse Design เปิดแนวคิดสุดล้ำ ทำเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งสไตล์ฟิวชั่น ผสมผสานไอเดียและกระบวนการผลิตหลากแนว คิดแบบแมส ทำด้วยมือ ยกความเจ๋งให้ทีมเวิร์ก

เอกลักษณ์ฉบับ Muse

"มันเกิดจากความรักในงานสไตล์นี้ และทีมดีไซเนอร์มีมุมมองทิศทางเดียวกัน พวกเราก็จับมือกันสร้างคอลเลคชั่นแรกขึ้นมาเป็นตัวอย่าง และมันคือ Signature ของแบรนด์เรา” สรวุฒิ เติมวิริยะกุล Managing Director เผยจุดเริ่มต้นของ Muse Design และขยายความว่า ความเชี่ยวชาญด้านการติดต่อลูกค้า รู้ความต้องการแท้จริงและสภาพตลาดของเขา ผสานลงตัวกับดีไซเนอร์ที่มีประสบการณ์ด้านการออกแบบและยังมีความรู้ด้านการตลาดติดมาด้วย

อภิชัย เศษชัยชาญ Design Director กล่าวสนับสนุนว่า การเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆจากการเดินทาง ถ่ายรูป และประมวลผลเป็นข้อมูลเพื่อสร้างสรรค์งาน ร่วมกับประสบการณ์ที่สั่งสมมาเรื่อยๆ ทำให้ดีไซเนอร์มี "ที่ปล่อยของ” ซึ่งตนเองจะแสดงความสามารถได้เต็มที่ แต่ถ้าจะได้เปรียบคนอื่น ก็จำเป็นต้องมีทักษะเรื่องลูกค้า การผลิต และคำนวณราคาได้ด้วย

การมีข้อมูลคนละด้านมาแลกเปลี่ยนกัน คนหนึ่งเอาประสบการณ์ “มันจะขายได้หรือไม่” มาต่อสู้กับอีกคนหนึ่งที่จะบอกว่า “จริงๆแล้วมันสามารถผลิตได้หรือไม่” จึงเกิดหลักการทำงานแบบ Muse ที่ว่า คิดให้มากเข้าไว้ แต่การผลิตต้องไม่ซับซ้อน เซลล์เอาไปขายได้ง่าย และลูกค้าก็เข้าใจได้ง่าย

"จริงๆแล้วโปรดักส์ไม่ต้องซับซ้อนวุ่นวาย แต่ต้องมีความละเอียดอ่อนและสละสลวย เราไม่ใช้สีหวือหวา แต่อยู่ในโทนสีธรรมชาติที่หรูหรา และต้องเข้าได้กับการตกแต่งทุกแนว Muse ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการจะใกล้ชิดกับธรรมชาติอยู่แล้ว ทั้งสีสัน รูปทรง แล้วนำมาสร้างชิ้นงานโดยใช้เทคนิคและวิธีการผลิตมากกว่าทั่วๆไป”

สรวุฒิ ยกตัวอย่างเพิ่มเติมว่า อาจใช้เทคนิคโบราณ หรือใช้รูปทรงสมัยใหม่ แพทเทิร์นยุโรป แต่ใช่เทคนิคทำสีแบบไทยโบราณ เช่นลงลักปิดทอง ซึ่งกระบวนการคิดและผลิตโดยรวมจะเรียกว่า Contemporary เน้นสร้างความขัดแย้งระหว่างวัสดุตั้งต้นกับผลงานสำเร็จ (Finishing) นั่นทำให้สินค้าของ Muse ค่อนข้างแปลกตา

“คอนเซ็ปต์ของเราคือ Done by Hand คือคิดแบบแมส แต่ทำด้วยมือ งานทุกชิ้นของเราไม่สามารถทำด้วยเครื่องจักรได้ทั้งหมด 100% และสินค้ามากกว่า 70-80% ต้องผ่านมือช่างทุกขั้นตอน เราสร้างความแตกต่างด้วยวัตถุดิบ (Material) ที่คนอื่นไม่มี ใช้เทคนิคแบบ In-house ไม่ใช่แบบอุตสาหกรรม และที่มาของโปรดักส์แต่ละอันอาจจะมาจากแต่ละมุมโลก”

มาร์เก็ตติ้ง “สายกลาง”

มิวส์ อาศัยช่องว่างทางธุรกิจ “ระหว่างกลาง” หวังโดนใจผู้ซื้อที่มีความต้องการงานศิลปะที่สามารถหาซื้อได้ เป็นงานกึ่งศิลปิน เจาะตลาดไม่ใหญ่มาก แต่มีอำนาจการซื้อสูง เช่นโรงแรมระดับ 5 ดาวขึ้นไป

“ลูกค้าจะมีความเข้าใจประวัติศาสตร์และที่มา เพราะก่อนจะเป็นสินค้าสำเร็จ เราศึกษาข้อมูล อาจดึงความน่าสนใจของรูปลักษณ์ หรือเทคนิคของศิลปะจากที่ใดๆของโลก เมื่อลูกค้าที่อินเรื่องราวสิ่งนั้น ก็จะเห็นคุณค่าความงามมากกว่ามองแค่รูปลักษณ์สวยงามหรือแปลกตา”

สรวุฒิ กล่าวต่อว่า กลุ่มเป้าหมายของ Muse คือกลุ่มคนที่ประทับใจในสินค้าทำด้วยมือ วัสดุที่ใช้ เทคนิคต่างๆ รวมทั้งดีไซน์ โดยแบ่งช่องทางออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ กลุ่มโปรเจคด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีดีไซเนอร์และเจ้าของกิจการเป็นผู้ตัดสินใจ สัดส่วนกว่า 50% รองลงมาคือพวก Re-Seller Channel ซื้อมาขายไป กับกลุ่ม Co-Development ประมาณ 40% และท้ายสุดอยู่ที่ 10% เพราะไม่มี Muse หน้าร้านถาวร คือกลุ่มลูกค้าปลีก (End User)

นอกจากนั้น ผลงานของ Muse ยังขายในอเมริกาได้ดี แต่เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา กลับเติบโตสูงในเอเชีย โดยจำหน่ายให้ลูกค้า 6 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา อเมริกา ไต้หวัน อังกฤษ ฮ่องกง และสิงคโปร์ ซึ่งนับเป็นศูนย์กลางงานดีไซน์ระดับเอเชีย ( Hub Design of Asia)

โฮมรูม ดีไซเนอร์

มิวส์ยังเปรียบเหมือน “โรงบ่มความคิด” ของบรรดาดีไซเนอร์ ทั้งของบริษัทเอง และจากแหล่งอื่นๆ อภิชัย หัวหน้าทีมดีไซเนอร์ เผยว่า Muse Design เหมือนกับสตูดิโอ ให้ร่วมกันพัฒนาสินค้าไปพร้อมๆกับได้ข้อความหรือแนวคิดจากนักคิดระดับท็อปของโลก ซึ่งมาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยครั้ง

“เราสั่งสมการเรียนรู้ด้านเทคนิคและวัสดุมากว่า 5-6 ปี แล้วก็ลองเทสอยู่เป็นปีๆก่อนจะผลิตออกมา และช่วงเวลานั้นเองที่ทีมดีไซเนอร์ของเราจะมีพื้นที่ให้ทดลองทำในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา แล้วให้ร่วมแชร์ไอเดียระหว่างกันผ่านการเขียนบอร์ด เพราะเวลาที่จะขาย พวกเราทุกคนต้องเข้าใจสินค้า และอธิบายมันได้ นั่นทำให้เราต้องเข้าใจมันตั้งแต่ต้นทาง”

ความสำเร็จของ Muse Design ไม่ได้อยู่ที่โปรดักต์ที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียว แต่สรวุฒิ บอกว่า การบริการแบบเกินความคาดหวังไว้ หากเกิดข้อผิดพลาดระหว่างทาง บริษัทจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบอย่างสูงสุด ร่วมกับความแข็งแกร่งของทีมเวิร์ก ที่พร้อมเดินไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือจุดแข็งของพวกเขา

*ชฎาพร นาวัลย์ รายงาน