วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นวัตกรรมเหนือจินตนาการ สู่โลกพาณิชย์

"ซีอีเอส" ฉายภาพความก้าวหน้าอีกขั้นกับเทคโนโลยีที่อยู่เหนือจินตนาการและหลายรายการเตรียมพร้อมออกสู่ตลาดจริง

นอกเหนือจากคอมพิวเตอร์ มือถือ แทบเล็ต ที่จัดเป็นพระเอกสำหรับสินค้าในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีวัดจากการตอบรับและใช้งานที่แพร่หลาย แต่สำหรับงาน "คอมซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ หรือซีอีเอส" งานแสดงเทคโนโลยีสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ใหญ่ที่สุดในโลกของสหรัฐปีนี้กำลังฉายภาพความก้าวหน้าอีกขั้นกับเทคโนโลยีที่อยู่เหนือจินตนาการและหลายรายการเตรียมพร้อมออกสู่ตลาดจริง

พรินเตอร์ผลิตอาหาร

พัฒนาการของเครื่องพิมพ์ หรือพรินเตอร์ พ.ศ.นี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่ดีไซน์ หรือความเร็วในการพิมพ์ที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ก้าวไปไกลถึงขั้นที่พิมพ์เป็นวัตถุ 3 มิติได้ ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ของเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงในปีนี้

ในงานซีอีเอสครั้งนี้มีนวัตกรรมเครื่องพิมพ์ 3 มิติจากบริษัทต่างๆ มาโชว์ผลงานราว 30 ราย ซึ่งหนึ่งในรายที่โดดเด่นคือเครื่องพิมพ์อาหาร 3 มิติจากบริษัท "3ดี ซิสเต็มส์" ในสหรัฐและพร้อมจะวางจำหน่ายอย่างน้อย 2 รุ่นภายในปีนี้ ทั้งเครื่องพิมพ์ช็อคโกแลตและลูกกวาดที่ทำจากน้ำตาลในรูปทรงที่ทำได้ยากด้วยวิธีปกติ

โดยเครื่องพิมพ์รุ่น "เชฟเจ็ท (Chefjet)" เป็นเครื่องพิมพ์รุ่นเล็กที่พิมพ์ได้สีเดียว ส่วนรุ่น "เชฟเจ็ท โปร" สามารถพิมพ์วัตถุได้หลากสี

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าราคาของเครื่องพิมพ์ยังอาจสูงเกินกว่าจะทำยอดขายจำนวนมากได้ ซึ่งรุ่นธรรมดาราคาราว 5,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.55 แสนบาท ส่วนรุ่นโปรก็สูงกว่าเท่าตัว

นอกจากนี้ บริษัทได้นำเครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่นใหม่ราคาหลัก 10,000 ดอลลาร์มาโชว์ ซึ่งใช้สำหรับพิมพ์ผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบ หรือเซรามิก และรุ่น 5,000 ดอลลาร์สำหรับพิมพ์วัตถุที่เป็นพลาสติกหลากสี

ขณะที่เครื่องพิมพ์ 3 มิติส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักถูกใช้ในงานพิมพ์ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ หรือทำโมเดลให้เห็นภาพจริงมากกว่าจะใช้เป็นเครื่องพิมพ์ผลิตภัณฑ์เพื่อนำออกวางจำหน่ายจริง

นายเอวี่ เรย์เชนทัล ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) ของ 3ดี ซิสเต็มส์ เชื่อว่า เครื่องพิมพ์อาหารของบริษัทจะได้รับการตอบรับใช้งานในกลุ่มร้านอาหารและผู้ทำเบเกอรี่ เนื่องจากเครื่องพิมพ์ทั้ง 2 รุ่นสามารถพิมพ์อาหารที่ใช้ช็อคโกแลต หรือน้ำตาลผสมกับวานิลา, มินท์, รสแอ๊ปเปิ้ล, เชอร์รี่ และแตงโมเป็นวัตถุดิบแทนการใส่น้ำหมึกเพื่อพิมพ์ภาพเหมือนเครื่องพิมพ์ทั่วๆ ไป ขณะที่เครื่องพิมพ์รุ่นโปรก็จะพิมพ์อาหารออกมาได้ซับซ้อนกว่า ซึ่งกระบวนการพิมพ์จะใช้เทคนิคของการพิมพ์แบบมีเลเยอร์เพื่อให้ได้ดีไซน์ที่ต้องการ

อย่างไรก็ตามในตลาดเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ยังมีผู้ผลิตรายอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก เช่น บริษัทเนเชอรัล แมชชีน จากสเปน ที่เพิ่งเปิดตัวเครื่องต้นแบบ "ฟูดินี (Foodini)" สำหรับผลิตอาหารที่ทำจากช็อคโกแลต และพาสต้า

ขณะที่องค์การอวกาศแห่งสหรัฐ หรือนาซ่า ก็ให้ทุนสนับสนุนบริษัทด้านวิศวกรรมเพื่อผลิตเครื่องพิมพ์อาหารสำหรับให้นักบินอวกาศใช้งาน

นอกจากนี้ก็ยังมีบริษัทเกิดใหม่ "ชอค เอดจ์" จากอังกฤษที่เริ่มวางจำหน่ายเครื่องพิมพ์ที่ใช้ช็อคโกแลตเป็นวัตถุดิบ แต่ "3ดี ซิสเต็มส์" ถือเป็นเครื่องพิมพ์รุ่นที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้ามากที่สุดและสามารถวางจำหน่ายได้จริงแล้วในปัจจุบัน

ปฏิวัติวงการพิมพ์

อีกหนึ่งสินค้าไฮไลต์ “เมคเกอร์บอท” เปิดตัวสายผลิตภัณฑ์ใหม่เครื่องพิมพ์ระบบ 3 มิติ สำหรับทั้งกลุ่มลูกค้าคอนซูเมอร์และภาคธุรกิจ จำนวน 3 รุ่น สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันและประจำบ้าน เปิดทางให้ผู้ใช้สร้างสรรค์งานและพิมพ์งานออกมากี่ครั้งก็ได้ตามต้องการในราคาไม่แพงเกินไป

รายงานข่าว ระบุว่า มีผู้ร่วมงานให้ความสนใจจำนวนมาก 2 รุ่นที่โดดเด่นคือ “Replicator mini” ราคาเริ่มต้น 1,375 ดอลลาร์ สามารถพิมพ์งานความสูงราว 5 นิ้ว ขณะที่รุ่น “Replicator Z18” สำหรับกลุ่มธุรกิจราคา 6,500 ดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นสินค้าที่เข้ามาปฏิวัติแวดวงการพิมพ์ครั้งสำคัญเนื่องจากโดยปกติการทำงานพิมพ์ขนาดเท่าๆ กันนี้ ต้องใช้งบลงทุนซื้อดิจิทัลพรินเตอร์ราคากว่า 3 หมื่นดอลลาร์

นายชัค เพ็ตทิส ผู้ร่วมพัฒนาและดูแลการตลาดประจำเมคเกอร์บอท กล่าวว่า การพิมพ์ 3 มิติเป็นการปฏิวัติวงการพิมพ์ยุคถัดไป สำหรับบริษัทปัจจุบันได้พัฒนาสินค้าไปถึงเจเนอเรชั่นที่ 5 แล้ว เชื่อว่าผู้ผลิตจะได้ประโยชน์การนำไปใช้สร้างโมเดลต้นแบบ ช่วยประหยัดงบลงทุน สร้างงานคุณภาพ สำคัญไทม์ทูมาร์เก็ตลดลง

นวัตกรรมปรับบุคลิก

นวัตกรรมที่น่าสนใจอีกรายการเป็นผลงานพัฒนาจาก "ลูโม่ บอดี้เทค" สำหรับอุปกรณ์ไฮเทคขนาดจิ๋วที่จะคอยสั่นเตือนให้ผู้ใช้ยืนตัวตรง หรือปรับท่าให้อยู่ในบุคลิกที่ดี

โดย "ลูโม่ ลิฟท์" เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่มีสีสันหลากหลาย ซึ่งจะคอยตรวจจับท่าทางของผู้ใช้ และคอยเตือนให้ปรับท่าทางเมื่อเริ่มงอตัว หรือหลังค่อมลง โดยสามารถติดอุปกรณ์ไว้ใต้เสื้อผ้า ปกเสื้อ หรือสายเสื้อชั้นในก็ได้ บริษัทคาดว่าจะวางจำหน่ายในปีนี้ ราคาราว 59-79 ดอลลาร์

ที่นอนอัจฉริยะ

เจ้าเครื่องนี้น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากัน “Withings” เปิดตัวออร่า (Aura) ระบบการจัดการการนอนแบบอัจฉริยะ (smart sleep) ที่มีเซ็นเซอร์ช่วยบันทึกการเคลื่อนไหวร่างกาย การหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ ขณะเดียวกันตัวเครื่องที่ติดตั้งไว้กับที่นอนมีเซ็นเซอร์ตรวจจับความดัง อุณหภูมิ และความสว่างแสงไฟภายในห้อง พร้อมด้วยนาฬิกาปลุกที่จะส่งเสียงปลุกผู้ใช้ในเวลาที่เหมาะสม รวมถึงไฟแอลอีดีแสดงสถานะตัวผู้นอน การควบคุมและแสดงผลทำผ่านสมาร์ทโฟน แอพพลิเคชั่น สนนราคาที่ 299 ดอลลาร์

นักวิเคราะห์มองว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังคงไม่ใช่สำหรับตลาดแมสในระยะเวลาอันใกล้ เนื่องจากผู้บริโภคเองคงมีข้อสงสัยว่าเมื่อนำไปใช้แล้วประโยชน์ที่ได้รับจะต่างไปจากเดิมมากแค่ไหน

อย่างไรก็ดี ในงานนี้มีผู้ผลิตนำสินค้าแปลกใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีใกล้เคียงกันมาเปิดตัว ประกอบด้วย เซอร์เซอร์สำหรับตรวจจับการนอน การเคลื่อนไหว และอุณภูมิสำหรับเด็กเล็ก หมอนช่วยผ่อนคลายที่สามารถบรรเลงเสียงหลากหลายความถี่ซึ่งเหมาะกับหูของแต่ละบุคคล รวมทั้ง สมาร์ทวอท์ชช่วยบันทึกข้อมูลการนอน

นอกจากการนอนแล้ว นับจากนี้การแปรงฟัน (ให้สะอาด) คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะผู้ค้ายังได้พัฒนาเครื่องตรวจการแปรงฟัน โดยบริษัทผู้ผลิตกล่าวไว้ว่า วิธีนี้เป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะมั่นใจได้ว่าทุกคนในครอบครัวดูแลสุขภาพช่องปากของตัวเองอย่างดีที่สุด