เจมาร์ท กรุ๊ป ไม่หวั่นพิษการเมือง-เศรษฐกิจชะลอฉุดกำลังซื้อ เล็งเทงบลงทุนเพิ่ม 1,760 ล้านบาท พร้อมลุยหนักธุรกิจมือถือโกยรายได้
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจมาร์ท กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจของเจมาร์ท และบริษัทในเครือปี 2557 จะมุ่งเน้นกลยุทธ์เชิงรุก โดยเฉพาะธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เสริมที่ยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ภาพรวมใช้งบลงทุนกว่า 1,760 ล้านบาท แบ่งเป็นสำหรับบริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท ธุรกิจให้บริการพื้นที่ค้าปลีก ไอทีจังชั่น ศูนย์รวมร้านค้าจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 630 ล้านบาท บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (เจเอ็มที) ธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้ 700 ล้านบาท และบมจ.เจมาร์ทราว 430 ล้านบาท
บริษัทตั้งเป้าปี 2557 รายได้รวมทั้งเครือจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 35% มูลค่า 13,500 ล้านบาท แบ่งเป็นจากบมจ.เจมาร์ท 12,500 ล้านบาท เจเอ็มที 495 ล้านบาท ส่วนเจเอเอส แอสเซ็ท ราว 470 ล้านบาท และตั้งเป้าด้วยว่าภายใน 4 ปีจากนี้ หรือราวปี 2560 จะทำให้รายได้รวมทะยานไปที่ 27,000 ล้านบาท
“แม้ว่าจะมีปัจจัยลบด้านการเมือง และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่ดึงกำลังซื้อบางส่วนไป แต่เชื่อว่าการขยายโครงข่าย 3 จี และโครงข่าย 4 จีของผู้ให้บริการเครือข่ายทั้ง 3 ราย จะเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดยังคงเติบโต หากเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝัน อย่างแย่ที่สุดเชื่อว่าเป้ารายได้ที่วางไว้จะบวกลบไม่เกิน 5%”
ส่วนของธุรกิจมือถือมุ่งเน้น 3 กลยุทธ์หลักคือ ขยายช่องทางการจัดจำหน่าย พัฒนาแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก พร้อมเพิ่มความสำคัญกลยุทธ์ซีอาร์เอ็มรักษาฐานลูกค้า เจมาร์ทคาดว่าปีนี้ยอดขายตลาดรวมโทรศัพท์มือถือไทยจะเพิ่มจากปี 2556 ที่มี 20 ล้านเครื่องเป็น 25 ล้านเครื่อง ส่วนของเจมาร์ทจากปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 1.27 ล้านเครื่อง ปีนี้ตั้งความหวังไว้ที่ 1.7 ล้านเครื่อง
อย่างไรก็ดี แผนขยายช่องทางการจัดจำหน่าย เจมาร์ท ช็อป ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จะเพิ่มจากปัจจุบันที่มี 255 สาขา เป็น 300 สาขา เตรียมรีโนเวทช็อปเดิมกว่า 36 แห่ง ให้มีความทันสมัย งบลงทุนรวมราว 252 ล้านบาท ขณะเดียวกันจัดงานอีเวนท์กระตุ้นยอดขาย เช่น โมบายโชว์ และอื่นๆ งบกว่า 85 ล้านบาท พร้อมกันนี้มีรายการทีวีช่องเคเบิลของตัวเองใช้งบ 4 ล้านบาท สื่ออื่นๆ รูปแบบอโบพเดอะไลน์อีก 10 ล้านบาท
สำหรับบริการหลังการขายยึดแนวทาง “เจมาร์ท ควอลิตี เซอร์วิส” ที่มีมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงสำรวจความพึงพอใจ สุ่มตรวจสอบ เพื่อการให้บริการพัฒนาดีขึ้นต่อเนื่อง
นายปิยะ พงษ์อัชฌา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจ เอ็ม ที เสริมว่า ปัจจุบันมูลค่าหนี้ที่บริษัทซื้อเข้ามามีอยู่ราว 3 หมื่นล้านบาท ปีนี้เตรียมซื้อเพิ่มอีก 1.3 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าธุรกิจดังกล่าวมีทิศทางการเติบโตที่ดี ประเมินจากแนวโน้มคนที่ต้องการขาย อีกทางหนึ่งนโยบายภาครัฐส่งผลให้หนี้ครัวเรือนมีจำนวนเพิ่มขึ้น คาดว่ากำไรจากธุรกิจดังกล่าวจะเติบโตได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
นางสาวนงลักษณ์ ลักษณะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจเอเอส แอสเซ็ท กล่าวว่า กำลังเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ ส่วนแนวทางธุรกิจจากปัจจุบันมี 42 สาขา มีพื้นที่บริหารกว่า 13,000 ตร.ม. ร้านค้าเช่ากว่า 1,400 ร้านค้า จะเพิ่มจำนวนเป็น 62 สาขา และภายใน 3 ปี จะทำให้ได้ถึง 100 สาขาซึ่งจะทำรายได้ให้กว่า 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ เตรียมขยายธุรกิจใหม่ เปิดตัวโครงการ “The JAS” ศูนย์การค้าชุมชน ที่รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เฟสแรก 2 สาขา ได้แก่ วังหิน และลาดปลาเค้า กำหนดการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในสิ้นปี 2557 และกลางปี 2558 ตามลำดับ ใช้งบลงทุนรวมประมาณ 1,000 ล้านบาท


