ห้องเรียนยุคดิจิทัล

ห้องเรียนยุคดิจิทัล

ดร.อดิสร นักเทคโนโลยี พาไปรู้จักเทคโนโลยีช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ยกกรณีนวัตกรรมจาก google ห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนให้ความสนใจและทุ่มเททรัพยากรลงไปอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ทรัพย์สินเงินทอง พลังกายพลังใจรวมทั้งเวลา คนเราใช้เวลาไปกับการเรียนแต่เพียงอย่างเดียวเฉลี่ยมากถึง 1 ใน 3 ของชีวิตตั้งแต่อนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษา

ความจริงแล้วการศึกษาไม่ได้หยุดลงเมื่อเราสำเร็จการศึกษาในระดับสูงสุดที่เราทำได้ บางคนอาจจะเรียนจบปริญญาเอกเป็นด็อกเตอร์ แต่การศึกษาเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Education) โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ทำให้เราติดต่อสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็วและทั่วโลก แน่นอนว่าเราสามารถหาข้อมูลที่มีมากมายมหาศาลบนโลกอินเทอร์เน็ต นั่นคือ ห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แต่อย่างไรก็ตาม การเรียนในห้องเรียนก็ยังมีความสำคัญ เพราะสามารถที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับครูผู้สอนและเพื่อนร่วมห้องได้ แต่เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ช่วยในส่วนนี้ได้ เช่น Google ที่เรารู้จักกันดีในเรื่องของเครื่องมือค้นหาข้อมูล

Google ยังมีหน่วยงานที่พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเรียกว่า Google Education ได้พัฒนาแอพพลิเคชัน Google+ Hangouts ทำให้เราสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแบบพร้อมๆ กันได้ถึง 10 คนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งสมาร์ทโฟน โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือ teleconference ที่มีราคาแพง จึงช่วยเปลี่ยนการเรียนการสอนให้ไม่จำกัดอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมอีกต่อไป ทำให้คุณครูหรือติวเตอร์และนักเรียนแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน รวมถึงการแก้ไขเอกสารผ่านหน้าจอไปในเวลาเดียวกันได้เลย นักเรียนด้วยกันเองก็สามารถทำการบ้านหรือทำรายงานกลุ่มพร้อมๆ กันได้ และที่สำคัญคือ แอพนี้ฟรี

นอกจากนี้ Google ยังมีบริการฟรีดีๆ อีกอย่างสำหรับการศึกษานั่นคือ Google Sites พื้นที่กลางสำหรับทั้งชั้นให้คุณครูสร้างห้องเรียนในฝันออนไลน์ โดยสามารถสร้างเว็บไซต์ของวิชาที่สอนแล้วใส่ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนไว้บนที่เดียวกันและบนโลกออนไลน์ เช่น เป้าประสงค์การเรียนในวิชา สไลด์บทเรียนที่สอน รายชื่อหนังสือที่ต้องใช้เตรียมตัวเกี่ยวกับการเรียน การบ้าน วิดีโอการสอนที่ผ่านมา หรือรายการสิ่งที่ต้องทบทวนก่อนสอบ ขณะที่นักเรียนสามารถเข้าไปฝากคำถาม ซึ่งเมื่อคุณครูตอบ นักเรียนทั้งห้องก็จะเห็นไปพร้อมๆ กัน ทำให้คุณครูสามารถสื่อสารกับนักเรียนทั้งชั้นได้ง่ายขึ้น

คุณครูไม่จำเป็นต้องไปลงทะเบียนจ่ายค่าจัดตั้งเว็บไซต์เอง และมีอิสระที่จะมีเว็บไซต์ของชั้นเรียนเองไม่ต้องพึ่งพาเว็บไซต์ของโรงเรียน ปัจจุบันชั้นเรียนในมหาวิทยาลัยก็มีการเรียนการสอนในลักษณะนี้มากขึ้น บางครั้งถึงกับมี Facebook ของห้องเรียน หรือ กลุ่ม Line ของชั้นเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

เราต้องยอมรับว่าการเรียนการสอนในยุคดิจิทัลนี้ได้เปลี่ยนโฉมการศึกษาในยุคปัจจุบันไปแล้วและอนาคตอย่างคาดเดาไม่ถูก

*ดร. อดิสร เตือนตรานนท์

ผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการนาโนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องกลจุลภาค

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

[email protected]