สดร. ชวนชมฝนดาวตกเจมินิดส์

สดร. ชวนชมฝนดาวตกเจมินิดส์ พร้อมจัดกิจกรรมนอนนับฝนดาวตกที่ยอดดอยอินทนนท์
สดร. ชวนชมฝนดาวตกเจมินิดส์ พร้อมจัดกิจกรรมนอนนับฝนดาวตกที่ยอดดอยอินทนนท์
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนชมฝนดาวตกส่งท้ายปี 2557 ฝนดาวตกเจมินิดส์หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่ คืนวันที่ 13 ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 14 ธันวาคม ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สังเกตได้ทุกภูมิภาคในบริเวณที่ท้องฟ้ามืดสนิทไม่มีแสงรบกวน เผยปีนี้ตรงกับดวงจันทร์ 11-12 ค่ำ อาจสังเกตยาก พร้อมจัดกิจกรรมชวนประชาชนนอนนับฝนดาวตกที่ยอดดอยอินทนนท์
ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า “ฝนดาวตกเจมินิดส์” เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 4-17 ธันวาคมของทุกๆ ปี ในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการตกสูงสุด ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 13 ธันวาคม จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 14 ธันวาคม 2556 ตามเวลาในประเทศไทย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สูงจากขอบฟ้าประมาณ 30 องศา ระหว่างดาวพอลลักซ์กับดาวคาสเตอร์ในกลุ่มดาวคนคู่
สำหรับปีนี้ดวงจันทร์ไม่เป็นใจให้ชมฝนดาวตกเจมินิดส์เท่าใดนักเนื่องจากเป็นช่วงดวงจันทร์ 11-12 ค่ำ ดวงจันทร์เกือบเต็มดวง แสงสว่างของดวงจันทร์จึงนับเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการสังเกตการณ์ฝนดาวตก ทั้งนี้นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าอาจเห็นดาวตกประมาณ 50-70 ดวงต่อชั่วโมง หลังจากดวงจันทร์ตกลับขอบฟ้าในเวลา 03.55 น. ของเช้าวันที่ 14 ธันวาคม
ฝนดาวตกเจมินิดส์เกิดจากสายธารเศษฝุ่นของดาวเคราะห์น้อย 3200 เฟธอน ที่ยังหลงเหลืออยู่ในวงโคจรตัดผ่านวงโคจรของโลกเข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน ทำให้เศษฝุ่นของดาวเคราะห์น้อยเหล่านั้นเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก เกิดการเผาไหม้จนเห็นเป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า
โดยปกติแล้วเราสามารถสังเกตเห็นดาวตกได้ในทุกคืนอยู่แล้ว เพียงแต่มีอัตราเฉลี่ยในการตกค่อนข้างน้อย และไม่ได้มีศูนย์การกระจายหรือเรเดียนท์จากจุดเดียวกัน ในทางกลับกันหากสังเกตเห็นดาวตกจำนวนมาก และมีจุดศูนย์กลางการกระจาย ณ จุดเดียวกัน จะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ฝนดาวตก” สำหรับข้อแนะนำในการชมฝนดาวตกในครั้งนี้ จะสามารถเห็นได้ในทุกภูมิภาคของประเทศ ในบริเวณที่ท้องฟ้ามืดสนิทไม่มีแสงไฟรบกวน จะสังเกตดาวตกมีความสว่างมาก ทั้งนี้วิธีการชมฝนดาวตกให้สบายที่สุด ให้นอนรอชม หรือนั่งบนเก้าอี้ที่สามารถเอนนอนได้ หันศรีษะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ฝนดาวตกเจมินิดส์นั้นมีชื่อเสียงมากในเรื่องของความงดงาม เพราะสังเกตเห็นง่ายกว่าฝนดาวตกลีโอนิดส์ เนื่องจากมีความเร็วไม่มากนักประมาณ 35 กิโลเมตรต่อวินาที ทำให้ง่ายต่อการสังเกตมากกว่าเมื่อเทียบกับฝนดาวตกลีโอนิดส์ที่มีความเร็วถึง 71 กิโลเมตรต่อวินาที เมื่อสังเกตเห็นจึงมีเวลาเพียงพอที่จะชี้ชวนกันให้คนอื่นได้ดูฝนดาวตกได้ นับเป็นเสน่ห์อีกประการหนึ่งของการเฝ้ารอชมฝนดาวตกเจมินิดส์ ดร.ศรัณย์ กล่าว
นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญการถ่ายภาพทางดาราศาสตร์ ได้แนะนำเทคนิคการถ่ายภาพฝนดาวตกว่า “ควรใช้กล้องที่สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ ใช้ความไวแสงสูงๆ ตั้งแต่ ISO 1600 ขึ้นไป เพื่อให้กล้องมีความไวแสงในการบันทึกภาพฝนดาวตก รวมทั้งการตั้งกล้องบนขาตั้งกล้องที่มั่นคง และใช้เลนส์มุมกว้างเพื่อให้สามารถเก็บภาพท้องฟ้าให้ได้กว้างที่สุด โดยหันหน้ากล้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทิศของศูนย์กลางการเกิดของฝนดาวตก บริเวณกลุ่มดาวคนคู่ซึ่งจะเริ่มโผล่ขึ้นจากขอบฟ้าตั้งแต่เวลาประมาณสองทุ่ม ของวันที่ 13 ธันวาคม เป็นต้นไป”
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) ได้จัดกิจกรรมชวนคนไทยร่วมสังเกตการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ ณ สูงสุดแดนสยาม จุดที่ท้องฟ้าดีที่สุดในประเทศไทย ท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็นสุดขั้ว บริเวณยอดดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้สนใจแจ้งความจำนงล่วงหน้าหรือสอบถามรายละเอียดที่ 053-225569 ต่อ 305 รับจำนวนจำกัด 100 ท่าน เท่านั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม







