"เทเลนอร์" เผยผลสำรวจ Mobile Life โดย TNS เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือ พบว่า อุปกรณ์ที่คนไทยต้องการเป็นเจ้าของมากที่สุด คือ "สมาร์ทโฟน"
แม้โทรศัพท์มือถือมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ผู้บริโภคชาวไทยเข้าถึงบริการดิจิทัลต่างๆ แต่การเชื่อมต่อส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการให้บริการของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ทั้งที่มีความต้องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุปกรณ์เริ่มมีราคาถูกลง
ปัจจุบันพบว่า 56% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต มีเพียง 39% เท่านั้นที่ใช้งานดังกล่าว ส่วนที่เหลือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบไวไฟเท่านั้น
รายงานระบุด้วยว่า ผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญกับ "แบรนด์" ในการเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ 30 จุด ขณะเดียวยังให้ความสำคัญกับเรื่องของราคาเป็นรองลงมาเล็กน้อย ส่งสัญญาณไปถึงผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือและผู้ให้บริการเครือข่ายว่า ตลาดต้องการแบรนด์พรีเมียม
สมาร์ทโฟนจะโตก้าวกระโดด
ส่วนตลาดสมาร์ทโฟนในไทยจะเติบโตอย่างมาก ปัจจุบันมีคนไทยเพียง 36% เท่านั้นที่เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน แต่กลับมีความต้องการสูงเทียบเท่ากับตลาดอื่นๆ ทั่วโลก เมื่อปีที่แล้วราคาเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนลดลงต่ำกว่าราคาที่สูงสุดที่ผู้บริโภคไทยพร้อมจ่าย ดังนั้นจะเห็นอัตราการเป็นเจ้าของสมาร์โฟนเติบโตขึ้นต่อเนื่อง
"ประเทศไทยนับว่า เป็นตลาดที่มีความหลากหลาย และเติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย แต่ขณะเดียวกันยังมีผู้คนจำนวนมากในพื้นที่ห่างไกล ยังเข้าถึงแค่เพียงบริการเสียง และเอสเอ็มเอสเท่านั้น อัตราเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนกลุ่มนี้ยังด้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชีย"
นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าว พร้อมระบุว่า ผู้ใช้งานในเมือง และกลุ่มคนรุ่นใหม่พร้อมสำหรับเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีอัตราการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว
"ประเทศไทยพร้อมสำหรับการเริ่มขยายบริการ 4จี แล้ว ทั้งดีแทคและเทเลนอร์ พร้อมดำเนินการ โดยปีนี้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเปิดบริการ 3จี ซึ่งนำไปสู่การให้บริการดาต้าที่รวดเร็วและเสถียรมากขึ้น รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการใช้งานดาต้าให้เติบโต"
จับตา "โมบายล์วอลเลท" เกิด
ทั้งนี้ หากผู้ให้บริการรายใดให้บริการดาต้าได้ในราคาที่ถูกลง จะช่วยกระตุ้นการใช้งานและเพิ่มความเท่าเทียมการเข้าถึงบริการดังกล่าวได้มากขึ้น โดยเห็นว่า คนไทยยังลังเลใช้บริการธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือและ "โมบายล์วอลเลท" แต่เทเลนอร์เห็นโอกาสที่จะเติบโตได้
ปัจจุบันมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในไทยเพียง 4% เท่านั้น ที่เคยใช้บริการธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ กลุ่มที่ใช้มากสุด อยู่ในช่วงอายุ 16-30 ปี โดยมีผู้แสดงความสนใจ 20-23% แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจในความปลอดภัย และชอบทำรายการกับพนักงานโดยตรง จึงเห็นว่าปัจจุบันคนไทยยังทำธุรกรรมการเงินผ่านสาขาและคอมพิวเตอร์มากกว่าโทรศัพท์มือถือ ในส่วนผู้บริโภคชาวไทยยังลังเลกับแนวคิดโมบายล์วอลเลท หรือการใช้โทรศัพท์มือถือแทนกระเป๋าสตางค์ โดย 1 ใน 2 ของผู้ทำแบบสำรวจ หรือราว 49% ระบุว่า พวกเขาไม่รู้สึกว่านั่นเป็นบริการที่มีความจำเป็น
ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมองว่าตลาดเมืองไทยมีการตื่นตัวเรื่องดังกล่าว บ่งบอกว่าบริการนี้มีศักยภาพเติบโตได้ โดยเทเลนอร์เห็นว่าโมบายล์วอลเลท ในไทยจะเติบโตและประสบความสำเร็จเหมือนหลายประเทศที่พัฒนาแล้วในเอเชีย รวมถึงประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะการที่กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจ
โซเชียลฯ ดันยอดใช้ดาต้าพุ่ง
รายงานจาก TNS ระบุด้วยว่า โมบายล์วอลเลท จะเป็นบริการที่ทำกำไรให้ร้านค้าและผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การจ่ายเงินชำระค่าสินค้าและบริการผ่านเอสเอ็มเอส ผ่านการใช้แอพพลิเคชั่น หรือการแตะโทรศัพท์มือถือกับเซ็นเซอร์ในร้านค้าเพื่อชำระเงินค่าสินค้าจะกลายเป็นเรื่องปกติในประเทศที่กำลังมีการเติบโตในเอเชีย โดยประเภทสินค้าและบริการที่มีศักยภาพเติบโตสูงสุด ได้แก่ การชำระค่าโทรศัพท์มือถือรายเดือน การชำระบิลต่างๆ ปั๊มน้ำมัน และร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด
นอกจากนี้ การที่ผู้บริโภคชาวไทยมีความรู้ความเข้าใจใช้งานสมาร์ทโฟนมากขึ้น ส่งผลให้คนไทยหันมานิยมใช้งาน โซเชียล เน็ตเวิร์ค และบริการดาต้า ซึ่งสำหรับตลาดที่มีอัตราการเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนเพียง 36% อย่างประเทศไทยแล้ว ถือว่าคนไทยเป็นกลุ่มที่มีการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คในอัตราที่สูง โดยมีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ 19% เข้าสู่โซเชียลเน็ตเวิร์คผ่านโทรศัพท์มือถือทุกวัน และตัวเลขนั้นโดดขึ้นไปถึง 49%สำหรับสมาร์ทโฟน





