วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

แปลง 'เป๋าฮื้อ' ให้เป็นยา

แปลง 'เป๋าฮื้อ' ให้เป็นยา

ถอดบทเรียนความสำเร็จของธุรกิจผ่าน "ภูเก็ตเป๋าฮื้อฟาร์ม" ผู้บุกเบิกตลาดหอยเป๋าฮื้อในไทยด้วยนวัตกรรม ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

บุษกร ภู่แส รายงาน

ถอดบทเรียนความสำเร็จของธุรกิจผ่าน "ภูเก็ตเป๋าฮื้อฟาร์ม" ผู้บุกเบิกตลาดหอยเป๋าฮื้อในไทยด้วยนวัตกรรม ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคส่งผลให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด และเดินหน้าสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ 10 ปีก่อนจากการเลี้ยงและแปรรูปหอยเป๋าฮื้อให้เป็นซอสปรุงรสและซีอิ๊วปรุงรส จับกลุ่มคนรักสุขภาพด้วยคุณสมบัติที่เป็นสัตว์ไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ

"ข้อมูลทางการตลาดที่ถูกต้องทันกระแสสังคม เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ผู้ประกอบการต้องรู้เพื่อเป็นแนวทางในการค้นหานวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ที่จะตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ตรงเป้าเพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด" ตำราความสำเร็จจาก น.สพ.สิทธิศักดิ์ เหมืองสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภูเก็ต เป๋าฮื้อ ฟาร์ม จำกัด

วิจัยเพิ่มมูลค่าสินค้า

นวัตกรรมที่ใช้ในภูเก็ตเป๋าฮื้อฟาร์มครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงถึงการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ จากเดิมที่เลี้ยงในบ่อเลี้ยงได้ 100 ตัว เมื่อเปลี่ยนเป็นระบบคอนโดมิเนียมหรือกล่องพลาสติกที่ออกแบบเป็นพิเศษวางซ้อนขึ้นไปเป็นชั้นๆ 10 ชั้น สามารถเพิ่มจำนวนเลี้ยงได้ถึง 1,000 ตัว รวมถึงการพัฒนาจากสายพันธุ์น้ำอุ่นมาเป็นสายพันธุ์น้ำเย็นที่ให้คุณภาพของเนื้ออร่อยกว่า

ความสำเร็จในการคิดค้นนวัตกรรมการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อแบบใหม่ ส่งผลให้ผลผลิตและมูลค่าการขายเพิ่มขึ้น แต่ต่อมาก็เริ่มมีคู่แข่งเข้ามาตีตลาดทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย อินเดียและเวียดนาม น.สพ.สิทธิศักดิ์เริ่มเห็นความจำเป็นของการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เริ่มต้นจากเมนูนึ่งซีอิ๋วแต่ต้นทุนและกำไรไม่ต่างกันมาก จึงเปลี่ยนจากธุรกิจอาหารมาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในรูปแบบของการสกัดคอลลาเจนที่อยู่ในหอยเป๋าฮื้อให้กับโรงงานผลิตเครื่องสำอาง

"จากการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์พบว่า หอยเป๋าฮื้อเต็มไปด้วยโปรตีนที่สามารถนำมาสกัดเป็นคอลลาเจน" น.สพ.สิทธิศักดิ์ กล่าวและว่า ผลตอบแทนจากการวิจัยทำให้ผลประกอบการดีขึ้น โดยคอลลาเจนสกัดจากหอยเป๋าฮื้อ ราคากิโลกรัมละ 2,000 บาท ประกอบกับการได้หุ้นส่วนทางธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่าง กิฟฟารีน ที่นำคอลลาเจนไปต่อยอดเป็นสินค้าเพื่อผิวพรรณในรูปแบบของ Beauty Drink ออกสู่ตลาด

นอกจากในไลน์ของเครื่องสำอาง หอยเป๋าฮื้อยังสามารถนำมใช้ประโยชน์ทางการแพทย์หรือเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการวิจัยและรอการคอนเฟิร์มหรือการรับรองผลการทดลองต่างๆ คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี เช่น กาวเชื่อมข้อต่อใช้ในการผ่าตัดหรือเชื่อมกระดูก รวมทั้งการนำเปลือกหอยเป๋าฮื้อมาผสมกับยารักษาโรคเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ช้าลง ทั้งนี้ ยาแผนโบราณของจีนได้ใช้เปลือกหอยเป๋าฮื้อร่วมกับยาหลายตำรับ

นวัตกรรมต้องแสวงหา

“ระยะแรก เราทำฟาร์มหอยเป๋าฮื้อส่งจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีญี่ปุ่นเป็นตลาดหลักเพราะกำลังซื้อสูง ขายกิโลกรัมละ 2,000 บาท คนญี่ปุ่นไม่กินหอยเป๋าฮื้อกระป๋องแต่จะกินเป็นๆ เท่านั้น" น.สพ.สิทธิศักดิ์ กล่าว

สิบปีผ่านไป ผู้บริหารภูเก็ตเป๋าฮื้อฟาร์มค้นพบว่า หากต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับตัวหอยเป๋าฮื้อจริงๆ ก็ต้องออกไปจากธุรกิจอาหารให้ได้ ฉะนั้น จากเมนูอาหารขยับสู่นวัตกรรมเครื่องสำอางและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งกาวเชื่อมข้อต่อและส่วนผสมทางยา

ทั้งหมดนี้เกิดมาจากการนำงานวิจัยมาคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างชาญฉลาดและไร้คู่แข่ง เพราะหลังจากเบนเข็มจากจากธุรกิจอาหารมาเป็น เครื่องสำอาง เครื่องดื่ม อาหารเสริม ส่งผลให้มีมูลค่าสูงขึ้นหลายเท่าตัว แถมยังสามารถใช้หอยเป๋าฮื้อได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น เปลือก เมือก เครื่องใน มาทำเป็นนวัตกรรมโดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“ความยากของการทำนวัตกรรมก็คือ ความพยายามและความรู้พื้นฐาน เป็นสิ่งสำคัญ เพราะกว่าจะสำเร็จได้นั้นต้องวิ่งชนซ้ายชนขวา ต้องล้มลุกคลุกคลานตลอด สิ่งสำคัญต้องตั้งใจวิ่งหาความรู้ ทุกอย่าง ผมต้องหาความรู้จากอาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆ นำมาปรับปรุงแก้ไข เพราะไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้น” น.สพ.สิทธิศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามภาพเคลื่อนไหวที่ http://youtu.be/grks1QCV170