กากถั่วเหลืองมีกลิ่นเหม็นเขียว แต่อุดมด้วยไฟเบอร์และโปรตีน เป็นลักษณะเด่นที่ผู้ประกอบการมองเห็น และเป็นโจทย์ให้ขบคิดถึงรูปแบบการต่อยอด
กานต์ดา บุญเถื่อน : รายงาน
สองปีของนมถั่วเหลืองผสมฟองเต้าหู้ในขวดแก้วแบรนด์โทฟุซัง (TOFUSAN) กับยอดขายเดือนละ 1.5 ล้านขวดตามโมเดิร์นเทรด ทั้งยังส่งออกไปตลาดเพื่อนบ้าน และล่าสุดกำลังจะเดินทางไปไกลถึงนิวยอร์ก เบื้องหน้าคือความสำเร็จที่บรรลุเป้าหมาย ขณะที่เบื้องหลังคือ กากถั่วกว่า 5 ตันที่ต้องถูกจัดการในแต่ละเดือน
กากถั่วเหลืองมีกลิ่นเหม็นเขียว แต่อุดมด้วยไฟเบอร์และโปรตีน เป็นลักษณะเด่นที่ผู้ประกอบการมองเห็น และเป็นโจทย์ให้ขบคิดถึงรูปแบบการต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าให้กับของเหลือกองโตนี้
:สแน็กกากถั่ว โจทย์ใหม่
สุรนาม พานิชการ ผู้สร้างแบรนด์โทฟุซัง กลับเข้าห้องสมุดของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ทีซีดีซี) อีกครั้ง ขุมทรัพย์ทางปัญญาที่ทำให้เขาค้นพบนมถั่วเหลืองผสมฟองเต้าหู้ และครั้งนี้คาดหวังที่จะค้นพบวิธีกำจัดกลิ่นและรูปแบบการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าให้กับกากถั่วเหลือง
"ก่อนจะออกมาเป็นโทฟุซัง ผมใช้เวลา 8 เดือนหมดไปกับการรีเสิร์ชที่ ทีซีดีซี ซึ่งมีงานวิจัยของต่างประเทศอยู่มาก" เขากล่าว
สแน็กเพื่อสุขภาพคือคำตอบที่ค้นพบ เพราะเทคโนโลยีการผลิตของไทยมีพร้อมที่จะรองรับ แต่อาจจะต้องเสี่ยงกับโอกาสทางการตลาด เมื่อมีคู่แข่งเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ อีกทั้งคนไทยไม่คุ้นเคยกับอาหารขบเคี้ยวประเภทนี้
ทีมวิจัยของโทฟุซังพยายามคิดค้นสูตรเต็มพิกัด ด้วยการนำวัตถุดิบอื่นมาเป็นส่วนประกอบ หลังจากใช้เวลาพัฒนาอยู่เกือบปีกระทั่งได้โนว์ฮาวที่พร้อมจะเดินหน้า เหลือเพียงการรีเสิร์ชเรื่องของความต้องการตลาดและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการเลือกใช้วัตถุดิบที่เหมาะสมเป็นส่วนประกอบที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากที่สุด อาจจะใช้เวลาอีก 1-2 ปี
ประสบการณ์ในแวดวงการทำธุรกิจ สุรนามเรียนรู้ว่า การจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จำเป็นต้องเข้าใจตลาดให้ถ่องแท้แบบ 360 องศา ทั้งเรื่องของเทคโนโลยีการผลิต การตลาดและผู้บริโภค จึงจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คำตอบจะมาลงตัวที่ สแน็กเพื่อสุขภาพ สุรนาม เล่าว่า ระยะแรกของการทำธุรกิจน้ำนมถั่วเหลืองนั้น กากถั่วที่เหลือถูกส่งไปเป็นอาหารเลี้ยงโคกระบือ ต่อมาเมื่อกำลังการผลิตของโทฟุซังเพิ่มขึ้น กากถั่วที่เหลือใช้ก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามกัน กระทั่งปริมาณเกินความต้องการของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือ จึงต้องคิดหาวิธีใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและลดของเสียสู่สิ่งแวดล้อม
"ผมเคยร่วมทุนกับเพื่อนทำธุรกิจขนมไทยเมื่อ 5 ปีก่อน ทำให้พอมีข้อมูลอยู่บ้างว่า ผู้บริโภคในเมืองต้องการอาหารลักษณะไหน เช่น กินง่าย พกพาสะดวก รสชาติดี เพื่อกินแทนมื้อหลักโดยเฉพาะมื้อเช้าที่เร่งรีบไปทำงาน หรือกินเป็นอาหารเสริมระหว่างมื้อก็ได้"
:นมถั่วเหลือง โจทย์เก่า
นอกจากสแน็กเพื่อสุขภาพจากกากถั่วที่เป็นโจทย์ใหม่ต้องขับเคลื่อนแล้ว โทฟุซังยังต้องวิจัยและพัฒนาโจทย์เก่าอย่างนมถั่วเหลืองผสมฟองเต้าหู้ เพื่อตอบรับตลาดเออีซีที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า ทั้งเรื่องรสชาติและเทคนิคการยืดอายุให้เก็บรักษาได้นานที่สุดโดยไม่ทิ้งเอกลักษณ์ของแบรนด์ คือ ความสะดวกและความสดจากธรรมชาติโดยไม่ผสมสารเคมีใดๆ
เวลานี้โทฟุซังมีอยู่ 3 รุ่น คือ ขวดแก้วขนาด 180 มิลลิลิตร จำหน่ายในเซเว่น-อีเลฟเว่นเท่านั้น ขวดแก้วขนาด 280 มิลลิลิตร จำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ และตอนนี้มีขวดพลาสติกออกใหม่เหมาะกับสังคมยุคนี้มากกว่าขวดแก้ว รวมยอดขายทั้ง 3 รุ่น อยู่ที่ 6,000-7,000 ขวดต่อวัน
“มูลค่าตลาดรวมของผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองในไทยถือว่าใหญ่มาก ประมาณ 14,000 ล้านบาท โดยกลุ่มนมถั่วเหลืองที่มีรสชาติดั้งเดิมครองสัดส่วนทางการตลาดที่ร้อยละ 65 ฉะนั้น หากเรามุ่งเป้าขอส่วนแบ่งตลาดมาสัก0.5% หรือปีละประมาณ 60 ล้านบาท มันก็น่าจะพอเป็นไปได้” เขากล่าว
หากทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย สุรนามมีความตั้งใจที่จะจัดสรรรายได้ส่วนหนึ่งให้องค์กรที่ทำวิจัยทางด้านอาหาร เพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อไป เพราะโทฟุซังคือแบรนด์แห่งนวัตกรรมอาหาร





