คอมมาร์ต เกาะกระแสการเมืองพลิกวิกฤติเป็นโอกาสสถานการณ์ยังไม่รุนแรง จับมือผู้ค้าไอทีระบายสต็อกเต็มที่ ดั๊มพ์ราคาสูงสุด 80%
นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการธุรกิจสื่อไอที บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานคอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2013 ระหว่างวันที่ 7-10 พ.ย.2556 กล่าวว่า บริษัทประเมินสถานการณ์การเมืองขณะนี้มีแนวโน้มดี และไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรง เพราะความเห็นของผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกันชัดเจน
ทั้งช่วงจัดงานแม้จะตรงกับการชุมนุมในหลายพื้นที่ แต่กลับส่งผลดีต่อคอมมาร์ต เช่น การชุมนุมที่อโศกซึ่งใกล้กับสถานที่จัดงานที่ศูนย์สิริกิติ์ และการรวมกลุ่มเป็นลักษณะที่ชุมนุมกันไม่ยืดเยื้อเพียง 1-2 ชั่วโมง แล้วแยกย้าย ซึ่งบางคนลางานมาแล้วก็ถือโอกาสมาเดินงานคอมมาร์ตต่อทำให้บรรยากาศงานรอบนี้ก็ยังดูคึกคัก
นอกจากนี้ยังได้อานิสงส์จากสินค้าใหม่ เช่น ไอโฟน 5เอส ที่ผู้ให้บริการระบบทั้งดีแทค และทรูมูฟ รวมถึงเอไอเอสที่ขายผ่านไอสูดิโอ ที่ก็ยังได้รับความสนใจจากผู้ซื้อมารอเข้าคิวจำนวนมาก เนื่องจากไม่ต้องจองล่วงหน้า แต่สามารถมาต่อคิวเพื่อซื้อได้ แต่คาดว่าจำนวนสินค้าที่มีจะอยู่ราวหลักพันเครื่องเท่านั้น ส่วนไอแพด แอร์ มีเฉพาะสำหรับการประมูลในงานเท่านั้น
"ช่วงนี้เป็นช่วงระบายสต็อกเต็มที่ เพราะปีนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีด้วย ทำให้เวนเดอร์ทำโปรโมชั่นแรงขึ้น เช่น โน้ตบุ๊คพื้นฐานซื้อได้ที่ 1.2 หมื่นบาท ขณะที่ราคาโน้ตบุ๊คและฮาร์ดแวร์โดยรวมลดเฉลี่ย 15-20% ส่วนอุปกรณ์เสริม เช่น เคส และเพาเวอร์แบงค์ก็ราคาลงมา 70-80% " นายพรชัยกล่าว
พร้อมเผยว่า เทรนด์ของสินค้าไอทีช่วงนี้ก็ยังขยับไปหากลุ่มสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตมากขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี โดยเริ่มมีสัดส่วนการขายในคอมมาร์ตเพิ่มขึ้นราว 30% ส่วนสินค้าไอทีเดิม 70% ซึ่งแบรนด์ส่วนใหญ่ใช้วิธีขายผ่านดิสทริบิวเตอร์ ขณะเดียวกันแบรนด์ไอทีเดิมก็เริ่มขยายไลน์สินค้าเข้ามาในกลุ่มโมบายมากขึ้น
ส่วนสินค้าในกลุ่มพีซี-โน้ตบุ๊คที่เป็นไฮไลต์ของคอมมาร์ต เริ่มเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของผู้ซื้อจากผู้ใช้ทั่วไปเป็นกลุ่มองค์กรที่จะเริ่มมาสำรวจโปรโมชั่นในงานและสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากแทน แต่ทั้งนี้โน้ตบุ๊คที่คาดว่าจะมียอดขายสูงสุดในงานครั้งนี้ราคาเฉลี่ยที่ 2.5 หมื่นบาท
ขณะที่สินค้ารองจากพีซี-โน้ตบุ๊คที่เคยเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของการซื้่อในคอมมาร์ต เช่น เครื่องพิมพ์ ก็เริ่มเห็นแนวโน้มการซื้อลดลงชัดเจนจากความต้องการพิมพ์เอกสารที่ลดลง แต่คนเริ่มหันไปดูคอนเทนท์ผ่านจอหรืออุปกรณ์ดิจิทัลแทนการพิมพ์
อย่างไรก็ตามผู้บริหารคอมมาร์ตยอมรับว่า สภาพตลาดไอทีแย่มาตั้งแต่ต้นปีซึ่งไตรมาส 4 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น แต่อาจจะไม่สามารถชดเชยยอดที่หายไปมหาศาล และคาดว่าจะทำให้ตลาดรวมไอทีปีนี้เติบโตได้เป็นตัวเลขหลักเดียวหรือไม่เกิน 7% ส่วนยอดเงินสะพัดในคอมมาร์ตบริษัทยังคาดว่าจะสามารถรักษายอดได้ใกล้เคียงกับทุกครั้งหรือราว 3,000 ล้านบาท





