วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จันทร์ 25'สละสิทธิ์ไม่ร่วมประมูลทีวีดิจิทัล

"จันทร์ 25" แจ้งสละสิทธิ์ไม่ยื่นร่วมประมูลทีวีดิจิทัล หวั่นกระทบ "ช่อง 7" บริษัทที่ "สุรางค์" ร่วมก่อตั้ง

นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท จันทร์ 25 จำกัด ซึ่งมีนางสุรางค์ เปรมปรีดิ์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้เดินทางมาสำนักงาน กสทช. ในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อยื่นจดหมายสละสิทธิ์ของบริษัท จันทร์ 25 จำกัดไม่เข้าร่วมประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดสูง (HD)

เนื้อหาจดหมายระบุว่า บริษัทมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมประมูล และเตรียมความพร้อมเพื่อการเข้าร่วมประมูลมาตลอด เพราะตั้งแต่ที่นางสุรางค์ เปรมปรีดิ์ ผู้บริหารของบริษัท ไม่ได้รับการต่อสัญญาว่าจ้างเป็นกรรมการผู้จัดการของช่อง 7 และต้องออกจากการเป็นกรรมการบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง7) พร้อมกับนายไพโรจน์ เปรมปรีดิ์ เมื่อต้นปี 2555 ทั้งๆที่ถือหุ้นอยู่รวมกันประมาณ 21% เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่ประสงค์ให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารอีกต่อไป

นางสุรางค์ ยังคงดำเนินธุรกิจในวงการโทรทัศน์ตลอดมา โดยนำบริษัท จันทร์ 25 จำกัด มาเป็นบริษัทหลักในการจัดสร้างละคร และรายการ ซึ่งเป็นงานที่ผูกพันและถนัด โดยบริษัทได้เตรียมบุคคลากรและสถานที่ ปรับเปลี่ยนโรงเรียน เรวดีเดิมเป็นสตูดิโอและห้องบันทึกรายการ เตรียมความพร้อเมของทีมงาน จัดหาเงินลงทุนเพื่อเข้าร่วมประมูลตามประกาศของกสทช.

อย่างไรก็ดี กสทช.เพิ่งประกาศรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้เข้าประมูล เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2556 โดยกำหนดลักษณะของผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันไว้ ก่อให้เกิดปัญหาในประเด็นการมีผลประโยชน์ร่วมกัน เนื่องจากการถือหุ้นของนางสุรางค์ และนายไพโรจน์ในบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์ และวิทยุ จำกัด ทั้งๆที่ปัจจุบันบุคคลทั้งสองไม่มีสิทธิมีเสียงในการบริหารงาน ไม่มีตำแหน่งกรรมการ ไม่มีส่วนในการดำเนินการ และไม่มีที่จะได้คะแนนเสียงข้างมากเพีงพอที่จะดำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลหรือกำหนดผลประโยชน์จากกิจการแต่อย่างใด

เมื่อบริษัท จันทร์ 25 จำกัด แสดงเจตนาจะเข้าร่วมประมูลขอรับใบอนุญาต บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ได้ มอบหมายให้ทนายความมีหนังือถึงบริษัทฯ นางสุรางค์ และนายไพโรจน์ ให้ขายหุ้นในบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ออกไปให้เหลือน้อยกว่า 10% แต่เมื่อนางสุรางค์แสดงความจำนงขอโอกาสให้ผู้สนใจซือ้หุ้นเข้าทำการตรวจสอบกิจการเพื่อกำหนดราคาซื้อขายซึ่งเป็นหลักปฏิบัติในทางธุรกิจในการซื้อขายหุ้น ที่มีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทก็ได้รับการปฏิเสธ โดยอ้างว่ามีเจตนาไม่สุจริตประสงค์ที่จะหาข้อมูลความลับไปให้สถานีโทรทัศน์คู่แข่ง ต่อมาได้มีการเสนอให้ นางสุรางค์ปรับเปลียนอัตราส่วนการถือหุ้นในบริษัท จันทร์ 25 จำกัด ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาการถือหุ้นแทนกันอันขัดต่อกฎหมาย นางสุรางค์จึงไม่อาจดำเนินการได้

แม้ว่า บริษัท จันทร์ 25 จำกัด และนางสุรางค์ยังคงมีความประสงค์ ที่จะเข้าร่วมประมูลขอรับใบอนุญาตและได้เตรียมเอกสารและเงินประกันไว้พร้อมครบถ้วนแล้ว แต่อุปสรรคของข้อกฎหมายดังกล่าว ประกอบกับการที่บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเข้ามาแล้ว และการที่ กสทช.ยืนยันว่าจะตัดสิทธิบริษัททั้งสอง หากต่างก็ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเข้ามาด้วยกัน

"เมื่อพิจารณาโดยรอบด้านถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด และพนักงานที่มีความจงรักภักดีและร่วมกับคุณสุรางค์ คุณแม่ และพี่ชายทั้งสองก่อตั้งและร่วมกันสร้างสถานีจนมาเป็นสถานีโทรทัศน์ชั้นนำในปัจจุบัน บริษัท จันทร์ 25 จำกัด จึงตัดสินใจไม่เข้าร่วมประมูลในครั้งนี้" จดหมายที่ยื่นได้ระบุเหตุผล

นายสรุชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม บริษัท และนางสุรางค์ยังยืนยันว่า มีความประสงค์ที่จะทำธุรกิจในวงการโทรทัศน์ต่อไป รวมทั้งจะใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นติดตามการดำเนินงานและการปฏิบัติและการปฏิบัติต่อพนักงานของบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ต่อไปด้วย