"ไอบีเอ็ม"ไฟเขียวตั้ง "อินโนเวชั่้น เซ็นเตอร์" ในไทยแล้ว คาดเสร็จไตรมาสแรกปี 2557 หวังเป็นศูนย์กลางการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจอาเซียน
นางพรรณสิริ อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทแม่ไฟเขียวให้ไอบีเอ็มประเทศไทยดำเนินการตั้งอินโนเวชั่้น เซ็นเตอร์ แห่งแรกแล้ว คาดว่าจะเสร็จราวไตรมาสที่ 1 ปี 2557 ซึ่งจะตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างอาคารไอบีเอ็ม ย่านพหลโยธิน
ศูนย์ดังกล่าวจะเป็นศูนย์กลางวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจประจำภูมิภาคอาเซียน เชื่อมโยงเทคโนโลยีด้านต่างๆ ของไอบีเอ็ม พร้อมทั้งมีบทบาทเป็นศูนย์เพิ่มทักษะด้านไอที และให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงโซลูชั่้นต่างๆ ที่พัฒนาโดยไอบีเอ็มไปยังกลุ่มลูกค้า และพาร์ทเนอร์
โดยก่อนหน้านี้ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ได้ยื่นเรื่องของบลงทุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการวิเคราะห์ขอมูลเชิงธุรกิจ (Business Analytics) สำหรับองค์กร โดยตั้งเป็นอินโนเวชัน เซ็นเตอร์แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน ล่าสุดได้รับอนุมัติเรียบร้อย
อย่างไรก็ตาม คาดว่า ไอบีเอ็มจะเปิดให้ทดลองระบบภายในศูนย์อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ราวต้นปีหน้า และเปิดใช้จริงได้ราวกลางปี 2557
นางพรรณสิริ กล่าวว่า ในงาน "ไอบีเอ็ม อินเตอร์คอนเนค 2013" ที่จัดขึ้นที่สิงคโปร์ เมื่อเร็วๆ นี้ ไอบีเอ็มได้ประกาศ 4 เทรนด์เทคโนโลยีสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจจากนี้ไป คือ เทคโนโลยีคลาวด์ โมบาย บิ๊กดาต้า และโซเชียลฯ โดยจะเป็นทิศทางธุรกิจของไอบีเอ็มที่จะมุ่งทำตลาดใน 4 กลุ่มหลักนี้ เจาะลูกค้าตั้งแต่กลุ่มเอสเอ็มอี องค์กรขนาดใหญ่ ทั้งภาครัฐ และเอกชน
ทั้งนี้ไอบีเอ็มได้เข้าพูดคุยกับลูกค้าหลายรายแล้ว โดยเฉพาะผู้บริหารด้านการตลาด (CMO) และผู้บริหารเรื่องการเงิน (CFO) ขององค์กรนั้นๆ โดยมองว่า ผู้บริหารด้านนี้จะเข้ามามีบทบาทนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้งานได้มากขึ้น นอกเหนือจากซีอีโอ (CEO) หรือซีไอโอ (CIO)
"เทรนด์เทคโนโลยีทั้ง4 กลุ่มนี้ ไทยยังถือว่าอยู่ในช่วงของการสร้างการรับรู้ (Awareness) ส่วนของทีมงานไอบีเอ็มเอง เราก็เน้นการเพิ่มทักษะในเทรนด์เหล่านี้ให้ลงลึกมากขึ้น เพื่อสามารถนำเสนอบริการให้ลูกค้าได้ เทรนด์ทั้งหมดที่จินนี่ โรแมตตี้ ซีอีโอ ไอบีเอ็ม ประกาศในงานไอบีเอ็ม อินเตอร์คอนเนค เป็นสิ่งที่ไอบีเอ็มเห็นมาประมาณ 7 ปีแล้ว ได้ทำวิจัย และพัฒนา สร้างการรับรู้ให้ลูกค้าธุรกิจ รวมถึงพนักงานของไอบีเอ็มมาอย่างต่อเนื่อง"
นางพรรณสิริ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันตลาดไอทีในประเทศไทยยังนับว่าเติบโตได้ดี สวนทางเศรษฐกิจ องค์กรธุรกิจยังคงใช้จ่ายงบประมาณไอทีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของรายได้ และดีมานด์ของลูกค้าทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนเป็นรองสิงคโปร์ที่เป็นอันดับ 1 แต่แซงหน้ามาเลเซียที่อยู่อันดับ 3
พร้อมระบุว่า บริษัทแม่ยังคงเดินหน้าลงทุนในตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง "อินโนเวชั่้น เซ็นเตอร์" ที่ไอบีเอ็มได้รับอนุมัติงบประมาณให้มาตั้งศูนย์ในไทย ก็เป็นสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าไอบีเอ็มเห็นความสำคัญของตลาดไทย





